11146083_893919057318047_1309851422_n

นางซูซี ปุดเจียสตูตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทะเลและประมงอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว 3 มิติ ถึงปัญหาการบังคับทารุณลูกเรือประมงต่างชาติที่เข้ามาหาปลาในน่านน้ำอินโดนีเซียว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด มีนโยบายที่จะให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการประมงโลก เพราะมีชายฝั่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ยังเป็นอันดับ 5 ในการส่งออกอาหารทะเลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะยังมีการทำประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำอินโดนีเซีย ซึ่งพบว่าเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่แค่อินโดนีเซีย และบางแห่งยังเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ แรงงานทาสและการค้ายาเสพติด

นางซูซีกล่าวว่า สัปดาห์แรกในการรับตำแหน่งจึงประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูตจาก จีน ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เห็นพ้องร่วมกันว่า การประมงผิดกฎหมายคือศัตรูของโลก จากการตรวจสอบพบว่า เรือประมงจำนวนมากทั้งเรืออินโดนีเซีย เรือไทย และเรือจีน มีชาวอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่งตั้งบริษัทเพื่อขอใบอนุญาตและอำนวยความสะดวก แต่เจ้าของเรือเป็นคนไทย จีน และต่างชาติ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเพราะมีการขายใบอนุญาต ที่พบว่าใบอนุญาต 1 ใบอาจใช้กับเรือ 4-5 ลำ ซึ่งพบเรื่องนี้ในบริษัทที่เกาะเบนจินา บางแห่งมีการทำเอกสารปลอมว่าเรือเหล่านั้นมีเจ้าของเป็นอินโดนีเซีย และมีข้อมูลว่ามีการค้ามนุษย์ในธุรกิจประมง มีการพบศพลอยอยู่ในน่านน้ำอินโดนีเซีย ซึ่งพบว่าเป็นลูกเรือที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติงาน รัฐบาลอินโดนีเซียจึงต้องการความร่วมมือแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังกับรัฐบาลไทย

“ในกรณีนี้เราอยากจะทำงานร่วมกับประเทศไทยมาก เพื่อจะได้มีเครื่องค้ำประกันเดียวกัน ทางอินโดนีเซียไม่มีทางอนุญาตให้มีการกระทำดังกล่าวมาแล้ว ฉันรู้วิธีขั้นตอนการว่าจ้าง และการใช้แรงงานคน ดังนั้นเราจะอนุญาตให้มีการกระทำแบบนั้นไม่ได้ และเราก็ไม่อยากถูกต่อว่า ว่าปล่อยให้การกระทำเหล่านั้นเกิดขึ้นด้วย” รมว.กระทรวงกิจการทะเลและการประมงอินโดนีเซีย กล่าว

นางซูซีกล่าวว่ากรณีพบการบังคับใช้แรงงานในลักษณะแรงงานทาสที่เกาะเบนจินาไม่ใช่กรณีแรก ยังมีเรือประมงผิดกฎหมายจำนวนมากที่รัฐบาลอินโดนีเซียจะตรวจสอบอย่างจริงจังและเห็นว่ารัฐบาลไทยจะต้องมีบทลงโทษกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าแรงงานทาส การค้ามนุษย์และอาชญากรรมที่พบมีแรงงานจำนวนไม่น้อยต้องเสียชีวิตขณะปฏิบัติงาน และไม่ให้เกิดคำพูดที่ว่า คนตายเพื่อปลา

“ฉันต้องบอกเลยว่าฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะได้อ่านเรื่องพวกนี้ทั้งหมดและทำให้ฉันรู้ว่ายังมีคนอินโดนีเซียอีกจำนวนมากอยู่ข้างนอกที่ฉันก็ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนกัน ซึ่งก็เป็นความทุกข์ทรมานอย่างเดียวกันกับอย่างพม่า หรือไทย และฉันก็ไม่เชื่อที่มีคนจากกลุ่มนั้นบอกว่ามันไม่มีเรื่องการค้ามนุษย์ การค้าทาส หรือทุกคนมีความสุขดี” นางซูซีกล่าว

รมว.กระทรวงกิจการทะเลและการประมงอินโดนีเซีย กล่าวอีกว่ารัฐบาลอินโดนีเซียได้ตั้งทีมสืบสวนสอบสวนการค้าแรงงานทาสในเกาะเบนจินา ทั้งตำรวจ ทหาร หากพบเจ้าหน้าที่รัฐอินโดนีเซียเข้าไปเกี่ยวข้องจะมีบทลงโทษขั้นเด็ดขาด และได้ระงับใบอนุญาตการหาปลาของบริษัท PT PUSAKA BENJINA RESOURCES และบริษัทที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

 

11124575_893919160651370_531552254_n

“ฉันคิดว่าอุตสาหกรรมของไทยต้องเริ่มคิดแล้วว่า จะจ่ายเงินให้บริษัทอินโดฯ เพื่อทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ และถ้าพวกเขาคาดหวังให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ไข แต่ยังจ่ายเงินพวกเขา หรือ ได้ยินบริษัทของอินโดฯบอกว่าเราแก้ไขเรื่องนี้ได้ แค่จ่ายเงินเพิ่มขึ้นก็ขอความกรุณาอย่าจ่าย เพราะเราจะกำจัด และเราจะต่อสู้ เราจึงต้องปฎิเสธต่อการกระทำทั้งหมดนั้น ฉันก็คิดว่ารัฐบาลไทยควรเริ่มพิจารณาบทลงโทษกับคนที่ทำธุรกิจพวกนี้ เราจะอนุญาตนักธุรกิจให้ทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ฉันว่านี่สำคัญมาก ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นอุตสาหกรรมที่ถูกจัดฉากขึ้น” นางซูซี กล่าว

รมว.กระทรวงกิจการทะเลและการประมงอินโดนีเซีย กล่าวถึงแรงงานพม่า กัมพูชา ที่รัฐบาลอินโดนีเซียช่วยเหลือมาจากเกาะเบนจินา 319 คน ว่าจะมีการส่งกลับประเทศแต่จะมีบางส่วนที่จะเป็นพยานเพื่อดำเนินคดี

“เรามีทีมสืบสวนสอบสวนขนาดใหญ่ ทั้งตำรวจ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทหารเรือ เราจะลงมือจัดการเรื่องนี้อย่างถูกต้องแล้วเราจะพูดคุยเรื่องนี้กับพม่า และที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องเพื่อจะส่งพวกเขากลับไป แต่เราก็อาจกันบางคนไว้เป็นพยาน เราต้องมองเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับโลก เราไม่ควรมองว่านี่เป็นแค่ปัญหาของไทย ของอินโด แต่มันคือปัญหาของเราทั้งโลก”นางซูซี กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.