Screenshot_2015-04-18-09-02-53_1

 

UNFC เรียกร้องรัฐบาลพม่าหยุดยิงกับโกก้าง

ประธานสภาสหพันธรัฐแห่งชาติสหภาพ UNFC (United Nationalities Federal Council) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มในพม่า ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดีเต็งเส่ง เมื่อวันถึง 13 เม.ย. เรียกร้องให้ดำเนินการหยุดยิงกับกองกำลังโกก้าง (MNDAA-Myanmar National Democratic Alliance Army) หรือ กองทัพสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตยพม่า) เพื่อยุติสงครามที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองเหล่ากาย โดยระบุ เหตุสู้รบในเมืองเหล่ากายกำลังขัดขวางกระบวนการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้สร้างระบบสหภาพของรัฐบาลกลางในพม่า เพื่อให้สอดคล้องกับร่างที่ได้มีการตกลงกันระหว่าง NCCT(คณะทำงานประสานการหยุดยิงทั่วประเทศ -Nationwide Ceasefire Coordination Team) และรัฐบาลพม่าในการหารือครั้งที่ 7 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในจดหมายยังระบุว่า การบรรลุให้ถึงระบบสหพันธรัฐที่แท้จริงนั้น รัฐบาลจะต้องหยุดยิงให้เร็วที่สุดและหันหน้าเจรจากับชนกลุ่มน้อย โดยยังระบุว่า เหตุสู้รบกับโกก้าง ทำให้เกิดความกังวลใจอย่างมากสำหรับประเทศ

ทั้งนี้ โกก้างเป็นทั้งสมาชิกของ NCCT และ UNFC ในจดหมายยังระบุอีกว่า ประชาชนจากทั้งสองฝ่ายกำลังตกเป็นเหยื่อของเหตุสู้รบที่เกิดขึ้นในเมืองเหล่ากาย โดยเรียกร้องให้เต็งเส่งประนีประนอมกับโกก้าง รวมถึงรัฐบาลให้ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ โดยการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศจะมีความหมายก็ต่อเมื่อทุกกลุ่มได้มีส่วนร่วมด้วย

ที่มา Eleven Media Group

 

ภาพจาก เฟซบุ๊คเรื่องเล่าจากอินทนิลขวาง
ภาพจาก เฟซบุ๊คเรื่องเล่าจากอินทนิลขวาง

กลุ่มพี่น้องชาวระนอง เดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เรียกร้องรัฐบาลทวงคืนหมู่บ้านอินทนิลขวาง ชี้เป็นของไทย

กลุ่มจิตอาสา พี่น้องเครือข่ายจาก จ.ระนอง ซึ่งมีนายพิทยา บุญทวี กับนายประเทือง กล่อมสุข ได้เดินเท้าจาก จ.ระนอง เพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ เรียกร้องรัฐบาลไทยทวงคืนบ้านอินทนิลขวาง โดยเชื่อว่าเป็นดินแดนของประเทศไทยตามสนธิสัญญา 2411 ที่อังกฤษได้ทำไว้กับประเทศไทยในอดีต โดยคาดว่า กลุ่มจิตอาสา จะเดินทางถึงกระทรวงต่างประเทศในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยเมื่อวานนี้(17 เม.ย.) ทั้งหมดได้เดินทางถึง จ.เพรชบุรีแล้ว

นายพิทยา บุญทวี เปิดเผยว่า มีชาวบ้านคนไทยได้อาศัยอยู่ที่บ้านอินทนิลขวางเป็นเวลานับสิบปี ขณะที่ทหารพม่าเพิ่งมาอ้างว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในฝั่งพม่า หลังเกิดเหตุชาวไทย 92 คน ถูกทหารพม่าจับกุมเมื่อปี 2555 แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา ทางกลุ่มได้เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

ทางกลุ่มจะยื่นหนังสือถึงต่อกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง โดยระบุ กระทวรงต่างประเทศจะต้องแก้ปัญหานี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่พม่าเพื่อกำหนดเขตแดนอันเป็นที่ตั้งของบ้านอันทนิลขวาง โดยทางกลุ่มระบุ กระทรวงต่างประเทศของไทยต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นไทยจะสูญเสียดินแดนให้กับพม่า ก่อนหน้านี้ มีชาวบ้านราว 1 พันคน จาก 300 ครอบครัวได้เข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่พิพาทดังกล่าว และได้ก่อตั้งหมู่บ้านอินทนิลขวางขึ้นและได้ทำสวนยาง ขณะที่ทางการไทยได้เตือนชาวบ้านหลายครั้งไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว แต่ชาวบ้านไม่ยอมจากพื้นที่ดังกล่าว จนถูกทหารพม่าจับกุมเมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม ปี 2555

ที่มา Bangkok Post

ภาพจาก Eleven Media Group
ภาพจาก Eleven Media Group

AAPP เผย นักโทษการเมืองส่วนใหญ่ถูกจับกุมยุครัฐบาลเต็งเส่ง

สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า หรือ AAPP ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า นักโทษการเมืองอย่างน้อย 172 คนยังคงถูกคุมขัง ขณะที่อีก 296 คนกำลังเผชิญกับการถูกตั้งข้อหาทางการเมือง โดยทั้งหมดถูกจับเป็นครั้งแรกปี 2556 ในยุครัฐบาลเต็งเส่ง

นอกจากนี้ยังพบว่า มีนักโทษทางการเมือง 27 คนที่ยังคงถูกคุมขังมาตั้งแต่ยุครัฐบาลเผด็จการทหารชุดก่อน ขณะที่นักโทษการเมืองในอดีตนั้นส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะที่นักโทษทางการเมืองส่วนใหญ่ที่ถูกจับและถูกตั้งข้อหาในขณะนี้ เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลเต็งเส่ง ที่อ้างว่าเป็นรัฐบาลพลเรือนและมาจากการเลือกตั้ง

ทางด้าน เย อ่อง จากกลุ่มอดีตนักโทษทางการเมือง (Former Political Prisoners Group -FPPG) เปิดเผยว่า นักโทษทางการเมืองที่ถูกจับ ส่วนใหญ่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ และต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิซึ่งพวกเขามองว่ากำลังถูกลิดรอนจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ที่มา Eleven Media Groups

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.