ภาพจากเฟซบุค Myanmar Army
ภาพจากเฟซบุค Myanmar Army

พม่าติด 1 ใน 20 ประเทศทุ่มงบพัฒนากองทัพ

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม หรือ เอสไอพีอาร์ไอ (Stockholm International Peace Research Institute : SIPRI) ออกรายงานเผย พม่าติด 1 ใน 20 ประเทศที่ทุ่มงบประมาณให้กองทัพมากกว่า 4 % ของค่าเฉลี่ย GDP โดยนอกจากพม่าแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆอย่าง ประเทศโอมาน ซาอุดีอาระเบีย สาธารณรัฐซูดานใต้ อิสราเอล รัสเซีย อิรัก ซีเรียเป็นต้น

 

ในรายงานยังระบุว่า พม่าซื้ออาวุธจากจีน อินเดียและรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงเรือรบและเครื่องบินรบรุ่น MiG – 29 และ Mi – 35P นอกจากนี้ยังมีเฮลิคอปเตอร์รุ่น Mi-24P รถถัง จรวด รวมไปถึงอุปกรณ์เรดาร์

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมของพม่ายังได้เสนอในสภาให้เพิ่มงบประมาณให้กับกองทัพพม่าประมาณ 2,750 พันล้านจั๊ต (2.75 พันล้านดอลลาร์) สำหรับงบประมาณปี 2558 – 2559  ด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) คาดการณ์โดยประมาณว่า พม่าให้งบประมาณแก่กองทัพคิดเป็น 4.8 เปอร์เซ็นของค่า GDP

 

ที่มา DVB

 

SSPP_SSA_51_anniversary_002

SSA/SSPP จัดงานครบรอบ 51 ปี 

พรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน SSPP/SSA ได้จัดงานก่อตั้งกองทัพครบ 51 ปี ที่ศูนย์บัญชาการใหญ่บ้านไฮ เมืองเกซี โดยมีประชาชนนับพันเข้าร่วมงานเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าเสือแท่น ผู้นำ SSPP/SSA กล่าวในงานว่า SSPP/SSA ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อต่อสู้เพื่อความเสมอภาค การต่อสู้กับความไม่ชอบธรรมนั้นจำเป็นจะต้องจับปืน โดยเรียกร้องให้ประชาชน กองทัพและพระสงฆ์ร่วมมือกันและเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อบรรลุเป้าหมาย

กองทัพ SSA นั้น ก่อตั้งโดยเจ้านางเฮือนคำ ชายาของเจ้าส่วยแต้ก เจ้าฟ้ายองห้วย และได้ก่อตั้งฝ่ายการเมืองคือ พรรครัฐฉานก้าวหน้า ขึ้นในปี 2514 ยังเป็นอีกกลุ่มที่ถูกกองทัพพม่าโจมตีอย่างต่อเนื่อง แม้จะลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลไปแล้วเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา โดย SSA/SSPP นั้นเคลื่อนไหวอยู่ทางภาคเหนือและภาคกลางของรัฐฉาน

แปลจาก เว็บไซต์ไทใหญ่ www.panglong.org

 

เกิดโรคท้องร่วงระบาดใน 3 เมืองภาคอิรวดี 

ภาพจาก Irrawaddy
ภาพจาก Irrawaddy

เกิดโรคท้องร่วงระบาดในเมืองปะเต่ง กั่นจีเด่าท์ และที่เมืองงาปู้ด่อว์ ภาคอิรวดี โดยเฉพาะในเขตชนบทของเมืองปะเต่ง พบมีการระบาดโรครุนแรง กลุ่มภาคสังคมที่อาสาเข้าไปช่วยเหลือในเมืองปะเต่งเปิดเผยว่า ขณะนี้ในเมืองยังขาดแคลนน้ำเนื่องจากหน้าร้อน จึงจำเป็นต้องใช้น้ำจากแหล่งที่หามาได้ ในขณะที่เชื้อโรคเติบโตได้ดีในน้ำที่สกปรก อาสาสมัครคนดังกล่าวยังเปิดเผยว่า เหตุที่โรคท้องร่วงระบาด เนื่องจากประชาชนไม่ต้มน้ำหรือหยดสารคลอรีนก่อนดื่ม

มีรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา มีประชาชนมากกว่า 300 คน เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในพื้นที่ ขณะนี้ยังเหลือประชาชนอีก 54 คน ที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แพทย์จากโรงพยาบาลเปิดเผยว่า จะให้การรักษาฟรีแก่ผู้ป่วยโรคท้องร่วงทั้ง 54 คน โดยอ้างว่า แต่ละคนมาจากหลายพื้นที่ซึ่ง ไม่ใช่เป็นการระบาด  และไม่มีคนไข้ที่อาการหนัก

ทั้งนี้ โรคท้องร่วงในเมืองปะเต่งเริ่มระบาดตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ตัวเลขผู้ป่วยท้องร่วงเพิ่มมากขึ้นในเดือนเม.ย.โดยทางกระทรวงสาธารณสุขในเมืองปะเต่ง ได้ลงพื้นที่ให้การรักษาและให้ความรู้กับชาวบ้านแล้ว

ที่มา Irrawaddy

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.