ภาพจาก MPC / Facebook
ภาพจาก MPC / Facebook

ประธาน KNU ถูกวิจารณ์เละ “ไม่โปร่งใส” เรื่องกระบวนการสันติภาพกับพม่า

ภาคประชาสังคมกะเหรี่ยงได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ นายพลมูตู เซพอ ประธาน KNU เกี่ยวกับการร่วมทำงานกับรัฐบาลพม่าเรื่องกระบวนการสันติภาพว่า ไม่มีความโปร่งใส ชี้ควรทำงานร่วมกับผู้นำคนอื่นๆ ใน KNU พร้อมแนะให้ KNU ทำงานกับ NCCT (ทีมเจรจาหยุดยิงทั่วประเทศ)

ซูซานน่า ลาลาโซ จากกลุ่มปฏิบัติงานสตรีกะเหรี่ยง (Karen Women’s Action Group -KWAG) ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อนายพลมูตู เซพอ หลังจากมีการจัดประชุมภาคประชาสังคมในรัฐกะเหรี่ยง ที่กองพลน้อยที่ 7 อ.ผาอัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้นำภาคประชาสังคม 240 กลุ่มเข้าร่วม เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางที่ดีที่สุดที่จะใช้สำหรับกระบวนการสันติภาพในรัฐกะเหรี่ยง แต่นายพลมูตู เซพอ กลับทิ้งการประชุมดังกล่าว เพื่อไปร่วมงานอบรมเรื่องสันติภาพและการปฏิรูปที่ย่างกุ้งแทน สร้างความไม่พอใจให้กับภาคประชาสังคมกะเหรี่ยง

ซูซานน่า ลาลาโซ กล่าวว่า จะเกิดปัญหาขึ้นได้ หากทางผู้นำไม่ยอมฟังเสียงจากภาคประชาสังคม โดยยังฝากถึงผู้นำว่า หากทำตัวเหมือนเผด็จการทหาร ผู้นำ KNU คนปัจจุบันก็จะไม่ได้รับเลือกอีกในสมัยหน้า เพราะอำนาจมาจากมือของประชาชน

นับตั้งแต่มีการเจรจาสันติภาพ มูตู เซพอ นั้นมีความใกล้ชิดอันดีกับรัฐบาลพม่า ทั้งนี้ นายพลมูตู เซพอ ได้รับเลือกให้เป็นประธาน KNU คนใหม่เมื่อปี 2555 แทน นายพล ทัมละ บอว์

ที่มา Irrawaddy

 

ภาพโดย Aung Htay Hlaing/The Myanmar Times
ภาพโดย Aung Htay Hlaing/The Myanmar Times

แรงงานทาสพม่า 13 คน จากอินโดนีเซียเดินทางถึงย่างกุ้ง

แรงงานชาวพม่า 13 คน ที่ถูกบังคับให้ทำงานและขายให้กับเรือประมงไทยที่หาปลาอยู่ที่อินโดนีเซีย ได้เดินทางกลับถึงย่างกุ้งแล้ว เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยสายการบินมาเลเซีย แรงงานทั้ง 13 คนเป็นแรงงานชาวพม่ากลุ่มแรกที่ได้เดินทางกลับบ้าน จากแรงงานชาวพม่าทั้งหมด 535 คน ที่ยังติดค้างอยู่ที่เกาะ ทางภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย

ยู ยู ส่วย จากกระทรวงกระทรวงสวัสดิการสังคม การบรรเทาทุกข์ และการย้ายถิ่นฐานของพม่า (Ministry of Social Welfare, Relief and Resettlement) กล่าวว่า แรงงานทั้ง 13 คนจะยังคงอยู่ที่กระทรวงฯ จนกว่าจะได้รับการตรวจเช็คร่างกายและสัมภาษณ์แล้วเสร็จ ทางด้าน เย วิน อ่อง จากองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ ในกรุงย่างกุ้งเปิดเผยว่า แรงงาน 13 คนถูกนำตัวกลับบ้าน เนื่องจากมีความเป็นห่วงความปลอดภัยของทั้งหมด เพราะแรงงานกลุ่มนี้ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ และสถานการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญระหว่างอยู่ในเรือ

มีรายงานว่า แรงงานทั้ง 13 คนมาจากเขตอิรวดี ย่างกุ้งและรัฐกะเหรี่ยง ทั้งนี้ แรงงานพม่าจำนวนมากถูกหลอกไปทำงานบนเรือประมง ซึ่งมีกัปตันเรือเป็นชาวไทย โดยถูกบังคับให้ทำงานหนักแต่ได้ค่าจ้างเพียงน้อยนิดหรือไม่ได้ค่าจ้างเลย อ่องหน่าย 1 ในแรงงาน 13 คน กล่าวว่า หากคิดจะหนีออกจากเรือก็จะถูกยิง โดยเปิดเผยว่า เขาถูกทำร้ายร่างกายระหว่างอยู่ในเรือและต้องทำงานหนักทั้งวัน

ที่มา Eleven Media Group

ภาพจาก Facebook SHRF
ภาพจาก Facebook SHRF

อ่องมิน อ้าง การลงนามหยุดยิงไปต่อได้ แม้ยังเกิดสงครามกับโกก้าง

นายอ่องมิน รัฐมนตรีประจำสำนักประธานาธิบดีและเป็นผู้นำทีมเจรจาสันติภาพกับชนกลุ่มน้อย กล่าวว่า การลงนามหยุดยิงทั่วประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทางรัฐบาลพม่าไม่ได้เชิญกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยเข้าร่วมทั้งหมด แต่จะ
เชิญเฉพาะกลุ่มที่เจรจาสันติภาพร่วมกับรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น และจะเชิญเฉพาะกลุ่มที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลเนปีดอว์เท่านั้น

อ่องมินยังระบุว่า การลงนามหยุดยิงทั่วประเทศจะเดินหน้าต่อไป แม้ความขัดแย้งและสงครามยังเกิดขึ้นระหว่างกองทัพพม่าและกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยอย่าง TNLA(กองกำลังปลดปล่อยชนชาติดาระอั้าง หรือตะอาง) โกก้าง (MNDAA) และกองทัพอาระกัน(Arakan Army -AA) ขณะที่สถานการณ์ผู้ลี้ภัยโกก้าง พบว่า ผู้ลี้ภัยชาวโกก้างหลายหมื่นคน ยังไม่กล้ากลับบ้านในฝั่งพม่า เนื่องจากหวั่นถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจากกองทัพพม่า ทั้งการสังหารและการทำร้ายร่างกาย

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่(SHRF) ได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Mizzima ว่า นับตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ชาวโกก้างจำนวนมากได้อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวซึ่งจัดตั้งขึ้นที่เขตชื่อ Maitihe เขตพรมแดนพม่า-จีน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางการพม่าจากเมืองเหล่ากาย เขตปกครองว้า ได้เดินทางไปที่ศูนย์พักพิงดังกล่าวและข่มขู่ผู้ลี้ภัยโกก้างว่า หากไม่เดินทางกลับฝั่งพม่าภายใน 3 วัน จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนทหารโกก้างและจะถูกฆ่า โดยทางการพม่าบังคับให้ผู้ลี้ภัยเดินทางกลับไปอยู่ในศูนย์พักพิงที่ตั้งขึ้นในเมืองเหล่ากาย อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่เดินทางกลับฝั่งพม่า แต่อพยพไปอยู่ตามศูนย์พักพิงใกล้เคียงที่อยู่ในฝั่งประเทศจีนแทน

ที่มา DVB/Mizzima

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.