ภาพจากเฟซบุ๊ค Thapanee Ietstichai
ภาพจากเฟซบุ๊ค Thapanee Ietstichai

มาเลเซียร้องขอพม่าหยุดกดขี่ชาวโรฮิงญา

นาย Datuk Seri Wan Junaidi Tuanku Jaafar รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (Home Ministry) ของมาเลเซียได้ออกมาเรียกร้องให้ชาติอาเซียนส่งสารไปยังพม่าให้ยุติการกดขี่ห่มเหงชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ โดยระบุ การปฏิบัติที่ไม่ดี การใช้ความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยกลุ่มนี้ ทำให้เกิดปัญหาการอพยพมากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน การปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาจำเป็นต้องใช้หลักมนุษยธรรม “ชาวโรฮิงญาควรได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นมนุษย์”

นาย Wan Junaidi กล่าว อย่างไรก็ตาม ทางการมาเลเซียยังระบุว่าจะผลักดันเรือของผู้อพยพจากพม่าและบังกลาเทศออกจากน่านน้ำของมาเลเซีย ยกเว้นในกรณีที่เรือของผู้อพยพตกอยู่ในอันตรายเช่น เรือกำลังจะจม เป็นต้น ขณะที่อินโดนีเซียก็มีท่าทีเดียวกันที่จะไม่รับผู้อพยพเข้าประเทศ โดยนาย Wan Junaidi ยังกล่าวว่า ทางมาเลเซียไม่สามารถเป็นชาติเดียวที่จะต้องรับคนโรฮิงญาเหล่านี้เข้ามาในประเทศ ขณะที่เชื่อว่า มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาอยู่ในมาเลเซียแล้วหลายหมื่นคน นาย Wan Junaidi ยังตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นในบังกลาเทศ เนื่องจากมีผู้อพยพจำนวนมากเดินทางมาจากบังกลาเทศเช่นเดียวกัน

ขณะที่วันนี้ (15 พ.ค.)ทางการไทยก็ได้ผลักดันเรือที่มีผู้อพยพชาวโรฮิงญา 450 คน ออกจากน่านน้ำไทยด้าน จ.สตูลแล้ว โดยทางการไทยได้ช่วยซ่อมเครื่องยนต์ของเรือและเติมน้ำมัน รวมถึงนำเสบียงอาหารมาช่วยเหลือ ขณะที่สำนักข่าว BBC รายงานว่า เรือที่ถูกผลักดันจากน่านน้ำไทยมุ่งหน้าไปยัง จ.อาเจะห์ อินโดนีเซีย โดยก่อนหน้านี้พยายามขึ้นฝั่งมาเลเซีย แต่มาเลเซียไม่ยอมให้ขึ้นฝั่ง

ทั้งนี้ ชาวโรฮิงญาอพยพมาอยู่ในรัฐอาระกัน ทางภาคตะวันตกของพม่า ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 มีเชื้อสายใกล้ชิดไปทางชาวเบงกาลี ในเมืองจิตตะกอง ทางตอนใต้ของบังกลาเทศ และบางส่วนสืบเชื้อสายมาจากชาวอาหรับ เปอร์เซียและปาทาน สถานการณ์กดขี่ชาวโรฮิงญาปรากฏให้เห็นหลังนายพลเนวินยึดอำนาจในปี 2505 และในปี 2537 ได้มีการลดสถานะของชาวโรฮิงญาให้เป็นคนต่างด้าวให้อยู่ในพม่าชั่วคราว ผลจาการลดสถานะทำให้ชาวโรฮิงญากลายเป็นคนไร้รัฐ ไร้สถานะ ไม่สามารถออกนอกหมู่บ้านได้แม้ในยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยรัฐบาลพม่ายังมองชนกลุ่มน้อยกลุ่มนี้เป็นภัยคุกคามต่อมั่นคงของประเทศ

ที่มา AFP/BBC/สาละวินโพสต์

ภาพจาก facebook/Zhengyi Kokang
ภาพจาก facebook/Zhengyi Kokang

กองทัพพม่าอ้างจับสายลับจีนได้ 3 คน เล็งขยายเวลาใช้กฎอัยการศึก

กองทัพพม่าในเขตปกครองโกก้าง ซึ่งติดชายแดนจีน ได้ควบคุมตัวชายชาวจีนไว้ 3 คน โดยอ้างทั้งหมดเป็นสายลับให้กับกองทัพจีน อย่างไรก็ตามทั้งสามคนได้ออกมาปฏิเสธ โดยบอกกับทางกองทัพพม่าว่า เป็นอาสาสมัครที่เข้ามาทำงานในพื้นที่เป็นเวลา 2 เดือนกว่าแล้ว ขณะที่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าชายจีนทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวแล้วหรือไม่

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงกลาโหมของพม่าได้ขึ้นกล่าวในสภาให้ขยายระยะเวลาการประกาศใช้กฎอัยการศึกในเขตพื้นที่โกก้างต่อไปอีก 90 วัน โดยระบุ เหตุการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งทางรัฐบาลประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา

ขณะที่สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (The UN Office for the Coordination of Humanitarian Affairs -UNOCHA) ได้เปิดเผยตัวเลขผู้ลี้ภัยในพม่าว่า มีอยู่ราว 250,000 คนนับตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา จากสงครามที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ

ที่มา Mizzima/eleven Media group/Irrawaddy

ภาพจาก Equality Myanmar
ภาพจาก Equality Myanmar

ทางการพม่าสั่งห้ามองค์กรสตรีชาวชินจัดอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชน

มีรายงานว่า ทางการพม่าได้ส่งจดหมายสั่งให้องค์กรสตรีชิน (Chin Women’s Organization) หยุดจัดอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีกำหนดการจัดอบรมระหว่างวันที่ 11- 15 พ.ค.ขึ้นที่เมือง มินดัท รัฐชิน ทางตะวันตกของประเทศ โดยขู่ว่า หากยังมีการฝึกอบรมต่อไป ผู้ที่เกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ทางการท้องถิ่นอ้างว่า เหตุที่สั่งให้ยุติการจัดอบรมกะทันหัน เนื่องจากทางผู้จัดงานไม่ได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อที่จะพูดคุยกันในการจัดอบรม รวมถึงไม่แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่จะมาฝึกอบรม หนังสืออนุญาตจากทางการท้องถิ่นที่ให้จัดอบรม เป็นต้น

มีรายงานด้วยว่า ทางการท้องถิ่นยังได้เรียกร้องให้ผู้ฝึกอบรมลงชื่อรับรองในเอกสารว่าจะไม่พูดเกี่ยวข้องกับทางการเมืองอีกด้วย

ที่มา Chinland Guardian

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.