Search

ไฮไลต์พม่า :พม่าและนักการทูต 41 ชาติ หารือเรื่องผู้อพยพโรฮิงญา /ทางการพม่าถูกสับเละ จ่อเก็บภาษีจากบัตรเติมเงิน 5 % / ทางการพม่ายกเลิกงานประชุมชาวมุสลิมในประเทศ

 

ภาพจาก AFP
ภาพจาก AFP

พม่าและนักการทูต 41 ชาติ หารือเรื่องผู้อพยพโรฮิงญา

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางรัฐมนตรีพม่าและคณะเจรจาสันติภาพพม่า(Myanmar Peace Centre -MPC) ได้พบหารือกับนักการทูตจากสถานทูตที่ประจำอยู่ในพม่า 41ชาติ รวมถึงตัวแทนจากสหประชาชาติ โดยการประชุมนัดพิเศษนี้ได้หารือเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพพม่า รวมไปถึงปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาในทะเล ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำหรับหลายชาติในอาเซียนอยู่ในขณะนี้

มีรายงานว่า ทางรัฐมนตรีซึ่งเป็นตัวแทนพม่าได้พูดเกี่ยวกับการเลือกตั้งใหญ่และกระบวนการสันติภาพ ขณะที่นักการทูตจากหลายประเทศอย่างสหรัฐฯ มาเลเซีย อังกฤษ บังกลาเทศ เกาหลีใต้ ฟิลิปินส์ และไทย ได้แสดงความเห็นมุมมองแลกเปลี่ยน และตั้งคำถามเกี่ยวกับนโยบายผู้อพยพต่อรัฐมนตรีของพม่า นอกจากนี้ นักการทูตจากชาติต่างๆ ยังตั้งคำถามเกี่ยวกับ บัตรประจำตัวสีขาว (White Card)และปัญหาผู้อพยพโรฮิงญา(เบงกาลี)

ในที่ประชุม นักการทูตเรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาคช่วยกันแก้ปัญหาผู้อพยพโรฮิงญา ด้านเยทุต รัฐมนตรีด้านข่าวสารของพม่ากล่าวว่า เข้าใจที่หลายประเทศเป็นห่วงสถานการณ์ผู้อพยพในทะเล โดยกล่าวว่า ต้องร่วมมือกันแก้ไขแทนที่จะมากล่าวโทษพม่าฝ่ายเดียว อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีเยทุตปฏิเสธว่า ผู้อพยพอยู่ในทะเลขณะนี้ไม่ใช่ผู้ที่หนีความขัดแย้งในรัฐอาระกัน ทางตะวันตกของประเทศ

ทางด้านศาสตราจารย์ เพนนี กรีน ซึ่งเคยลงพื้นที่ทำงานในพม่าระหว่างเดือนตุลาคม 2557 – มีนาคม 2558 เปิดเผยว่า การกดขี่ชาวโรฮิงญาที่ดำเนินต่อไป ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวโรฮิงญาต้องหนีออกจากบ้านเกิด ชาวโรฮิงญามีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ อยู่ถูกกดขี่ต่อไป หรือหนี โดยพบว่า ชาวโรฮิงญาที่เลือกที่จะอยู่ในพม่าต่อไป ต้องเผชิญกับปัญหาอดอยาก นอกจากนี้พบยังมีปัญหาเจ็บป่ายทางร่างกายและด้านจิตใจอย่างรุนแรง

ที่มา Eleven Media Group

ภาพโดย Steve Tickner / The Irrawaddy
ภาพโดย Steve Tickner / The Irrawaddy

ทางการพม่าถูกสับเละ จ่อเก็บภาษีจากบัตรเติมเงิน 5 %

ทางการพม่าออกมาประกาศจะเก็บภาษี 5 % จากบัตรเติมเงินโทรศัพท์ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยจะหักจากยอดเงินที่เติมในโทรศัพท์ ยกตัวอย่าง หากผู้ใช้โทรศัพท์เติมเงิน 1,000 จั๊ต ก็จะมียอดเงินคงเหลือ 952 จั๊ต โดยเงินจำนวน 48 จั้ตที่ถูกหักไปจะถูกจ่ายให้กับทางรัฐบาลเป็นภาษีการค้า ด้านประชาชนชาวพม่าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะในโลกโซเชียล

เน โพ แลต อดีตนักโทษการเมือง ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ Myanmar ICT for Development Organization วิพากษ์วิจารณ์ว่า การขึ้นภาษีที่ประกาศใช้ออกมาเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ “เราอาจจะหลบเลี่ยงภาษีที่ต้องการจ่ายที่ร้านอาหารได้ โดยการเลือกที่จะทำอาหารที่บ้าน แต่เรื่องนี้เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะเราทุกคนใช้โทรศัพท์ นี่จะเป็นภาระหนักกับประชาชน” เน โพ แลต กล่าว นอกจากนี้ระบุว่า วิธีการหักภาษียังเป็นวิธีการที่ไม่สะดวกแก่ผู้ใช้โทรศัพท์ โดยเสนอให้ทางการพม่าลองหาวิธีการอย่างอื่น แทนการหักเงินจากการเติมเงินทุกครั้ง

ส่วน อ่อง โก่โก่ นักเศรษฐศาตร์และนักเขียน กล่าวแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า หากเงินภาษาที่หักไปถูกนำไปใช้พัฒนาประเทศ เชื่อว่าประชาชนจะยินดีจ่าย แต่หากไม่ โดยส่วนตัวเขาเห็นว่า อาจต้องตัดค่าใช้จ่ายในเรื่องบัตรเติมเงินออกไปนับตั้งแต่เดือนหน้า อย่างไรก็ตาม ทางการพม่าอ้างว่าจะนำเงินภาษีส่วนนี้ไปใช้ในส่วนที่จำเป็นเช่นในด้านการศึกษา สุขภาพและถนนหนทางเป็นต้น ขณะที่มีผู้ใช้ซิมการ์ดโทรศัพท์ในประเทศมากกว่า 18 ล้านซิมการ์ด จากประชาชนทั้งสิ้น 51 ล้านคน

ที่มา Irrawaddy/Eleven Media

 

ภาพโดย AP
ภาพโดย AP

ทางการพม่ายกเลิกงานประชุมชาวมุสลิมในประเทศ

งานประชุมใหญ่ของชุมชนชาวมุสลิมจากทั่วพม่า ที่เตรียมจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ที่ย่างกุ้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.นี้เป็นต้นไป ถูกทางการพม่าสั่งยกเลิกการประชุม โดยอ้างว่า งานประชุมดังกล่าวอาจกระทบต่อความมั่นคงและสันติภาพในประเทศ ตามรายงานของผู้จัดงานเปิดเผยว่า การประชุมถูกเลื่อนจากเดือนกันยายนของปีที่แล้ว เป็นวันที่ 23 เดือน พ.ค.ของปีนี้

สาเหตุการเลื่อนจัดการประชุมเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากทางการท้องถิ่น ก่อนที่ผู้จัดงานจะยื่นเรื่องไปยังประธานาธิบดีเต็งเส่งและรัฐบาลกลาง แต่ก็ถูกปฏิเสธอีกครั้ง ขณะที่ผู้จัดงานคาดหวังว่า การประชุมลักษณะนี้จะเกิดขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 อีกด้านหนึ่ง กลุ่มพระสงฆ์ชาตินิยมที่เรียกตัวเองว่า คณะกรรมการเพื่อการคุ้มครองชาติและศาสนา หรือ”มะบะทะ”(Mabatha) ได้ออกแถลงการณ์ต่อต้านการประชุมดังกล่าวของชาวมุสลิม โดยระบุ พม่าเป็นประเทศศาสนาพุทธ จะไม่อนุญาตให้มีการประชุมทางศาสนาของชาวมุสลิม โดยห่วงจะกระทบสันติภาพ

กลุ่มมะบะทะ ยังเรียกชาวมุสลิมในประเทศว่า เป็นกลุ่มผู้อพยพที่มาอยู่ในประเทศด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป โดยมีการแชร์แถลงการณ์ดังกล่าวอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล ทางด้านผู้จัดงานประชุมดังกล่าวเปิดเผยว่า งานประชุมไม่ได้ถูกจัดโดยกลุ่มศาสนาหรือพรรคการเมือง แต่จัดโดยกลุ่มภาคประชาสังคม และเข้าใจต่อความเป็นห่วงของกลุ่ม มะบะทะและรัฐบาลพม่าดี ดังนั้นจึงได้เลื่อนการประชุมออกไป แต่ก็จะดำเนินการขออนุญาตจัดงานประชุมอีกครั้งจากทางการพม่า ในเวลาที่เหมาะสมและเป็นไปภายใต้กฎหมาย

ที่มา Irrawaddy