
บริษัทออสเตรเลียบังคับชาวบ้านลงชื่อหนุนสร้างเขื่อนเมืองโต๋น
เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัท Australian Snowy Mountains Engineering Corporation (SMEC) ซึ่งเป็นบริษัทสร้างเขื่อนสัญชาติออสเตรเลียและทางการพม่าได้ส่งทีมงาน 45 คน ลงพื้นที่หลายหมู่บ้านของเมืองโต๋น ภาคตะวันออกของรัฐฉาน โดยอ้างว่าศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม ขณะที่คณะของบริษัท SMEC ได้พบกับชาวบ้านและนำของมาแจกให้กับชาวบ้าน พร้อมบังคับให้ชาวบ้านลงชื่อสนับสนุนโครงการเขื่อนเมืองโต๋น
จายจาย ชาวบ้านจากหมู่บ้านห้วยอ้อ เปิดเผยว่า ทางคณะของบริษัท SMEC ได้บังคับให้ชาวบ้านลงชื่อหนุนโครงการเขื่อน โดยไม่ลงชื่อไม่ได้ ชาวบ้านบางส่วนที่ไม่รู้ก็ได้ลงชื่อไป โดยทางคณะของบริษัทไม่ได้อธิบายถึงผลดีและผลเสียให้กับชาวบ้านรับทราบ แม้จะมีชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ตั้งข้อซักถามก็ตาม โดยทางคณะของบริษัทยังบอกกับชาวบ้านว่า ที่มาลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อมาตรวจสอบเสาไฟฟ้าที่จะลัดผ่านตามหมู่บ้าน แต่ทางคณะของบริษัท SMEC ก็ไม่ได้รับปากว่า ชาวบ้านจะได้ใช้ไฟฟ้าจากเขื่อนหรือไม่
มีรายงานว่า ทางคณะของ SMEC จะเดินทางลงพื้นที่ต่อไปยังเมืองเป็งและเมืองกุ๋นเหง ทั้งนี้ เขื่อนเมืองโต๋น เป็นโครงการเขื่อนขนาดใหญ่สุดในภูมิภาคที่กั้นแม่น้ำสาละวิน มีกำลังผลิตไฟฟ้า 7,000 เมกกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่รัฐฉานตอนใต้ ซึ่งหากก่อสร้างจะทำให้เกิดน้ำท่วมเกือบตลอดลำน้ำสาละวินในรัฐฉาน โดยบริษัทที่ร่วมลงทุนได้แก่ China Three Gorges Corporation, China Southern Power Grid, Sinohydro, International Group of Entrepreneurs Co. (Myanmar) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ที่มา เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ Panglong
พรรครัฐบาล USDP เตรียมเลือกผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปลายเดือนนี้
นายล่าฉ่วย ส.ส.จากวุฒิสภาพม่าและเป็นคณะกรรมการกลางพรรค USDP (Union Solidarity and Development Party)ของรัฐบาลพม่า เปิดเผยว่า ทางพรรค USDP จะจัดประชุมวันที่ 28 – 30 พ.ค. โดยเชื่อว่า ปลายเดือนนี้ ทางพรรคจะสามารถตัดสินใจที่จะเลือกผู้ที่จะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีพม่าคนใหม่ได้ นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นว่า ทางพรรค USDP อาจจะไม่ชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย เหมือนที่เกิดขึ้นในปี 2553
นายล่าฉ่วยกล่าวว่า การแข่งขันเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างดุเดือด แต่ระบุเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และเป็นเรื่องที่ไม่ดีนักหากจะมีพรรคการเมืองอยู่พรรคเดียวที่ครองเสียงส่วนใหญ่ ทั้งนี้ นายล่าฉ่วย กล่าวว่า สมาชิกรัฐสภาที่มีอายุเยอะอาจจะถูกขอให้เกษียน ขณะที่นักการเมืองที่มีอายุน้อยอาจจะถูกขอให้เล่นการเมืองอีกสมัย โดยทางพรรค USDP จะเลือกคนหนุ่มที่ได้รับการยอมรับจากสังคมและมีความสามารถ
ทั้งนี้ พรรค USDP เป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่และเป็นพรรคที่มีความมั่นคงทางการเงินมากที่สุด ในการเลือกตั้งปี 2553 ทางพรรค USDP ได้ช่วยเงินสนับสนุนให้ผู้ลงสมัครต่อคนอยู่ที่ 2.5 ล้านจั้ต(ประมาณ 77,000 บาท) ขณะที่คาดว่า การเลือกตั้งใหญ่ปลายปีนี้ อาจพุ่งเป็น 10 ล้านจั้ต(ประมาณ 308,000 บาท)
ที่มา Eleven Media

พระสงฆ์หัวรุนแรงขู่ประท้วง เหตุพม่าถูกกดดันให้รับผู้อพยพบังกลาเทศ
มีรายงานว่า กลุ่มพระสงฆ์พม่าชาตินิยมประกาศจะออกมาประท้วงในวันพุธ (27 พ.ค.)เพื่อประท้วงนานาชาติที่กดดันให้พม่าต้องรับผู้อพยพ พระอาชิน ปาเม่าก์กา พระสงฆ์นักเคลื่อนไหวเปิดเผยว่า จะประท้วงบางประเทศที่กดดันให้พม่าต้องรับผู้อพยพจากบังกลาเทศ “เราไม่ต้องการใครก็ตามในฐานะผู้ลี้ภัยหรือเบงกาลี ที่มากลืนประเทศและประชาชน พวกเขาจะต้องถูกส่งตัวกลับ” พระอาชิน ปาโมกา กล่าว
จนถึงขณะนี้ มีผู้อพยพจากบังกลาเทศและชาวมุสลิมโรฮิงญาจากพม่าได้เดินทางถึงมาเลเซีย อินโดนีเซียและไทยกว่า 3,500 คนแล้ว ส่วนตัวเลขผู้ลี้ภัยโรฮิงญาที่อยู่ในพม่าคาดว่ามีอยู่ราว 1.3 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อยู่ในรัฐอาระกัน ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้รับการยอมรับเป็นชนพื้นเมืองในพม่า แต่ถูกเรียกเป็นชาวเบงกาลีอพยพมาจากบังกลาเทศ แม้ชาวมุสลิมโรฮิงญาบางส่วนจะอาศัยอยู่ในพม่าเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนก็ตาม
อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีประจำรัฐอาระกันหรือยะไข่ ได้ออกมากล่าวว่า พม่าจะไม่สร้างค่ายเพื่อรองรับผู้อพยพจากบังกลาเทศเพิ่ม หลังประชาชนในรัฐยะไข่แสดงความกังวลเรื่องนี้ ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำรัฐยะไข่ระบุ ผู้อพยพที่ทางการพม่าได้ช่วยเหลือ หากพบเป็นชาวบังกลาเทศก็จะถูกผลักดันกลับประเทศต้นทางทั้งหมด
ที่มา DVB/Eleven Media




