FB_IMG_1434811163483

หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพว้า(UWSA) และกองทัพพม่า ตึงเครียดมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาปมเรื่องการตัดไม้ ล่าสุด มีรายงานว่า ปัญหาระหว่างทั้งสองฝ่ายคลี่คลายลง หลังเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนของผู้บัญชาการกองทัพภาคที่เชียงตุง ได้เดินทางไปพบกับผู้นำว้า ที่หมู่บ้านปุ่งป่าแขม ในเขตเมืองโต๋น ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แม้ทั้งสองฝ่ายได้หารือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้แล้ว แต่พบว่ายังคงตรึงทหารไว้

ผู้ใกล้ชิดกับกองทัพพม่าเปิดเผยว่า จากการพบปะหารือกัน ทางกองทัพว้าได้ยอมรับผิด กรณีที่เข้าไปตัดไม้ในเขตพื้นที่ควบคุมของทางการพม่า พร้อมยอมให้ทางการพม่าปรับเงินและทางว้าจะรับซื้อไม้ที่ถูกตัดทั้งหมด พร้อมกันนี้ยอมให้ผู้ที่กระทำความผิดที่เข้าไปตัดไม้ทำลายป่าในเขตของทางการพม่าได้รับโทษตามกฎหมาย มีรายงานว่า ทางฝ่ายพม่าจึงยอมปล่อยตัวชาวจีนที่ถูกจับ 6 คนก่อนหน้านี้

หลังตกลงกันได้ ทางว้าได้อ้างว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเมืองโต๋นได้รับการคลี่คลายแล้ว ทั้งยังอ้างว่า ทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการถอนทหารแล้ว แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านปุ่งป่าแขมเปิดเผยว่า เมื่อเย็นวันที่ 18 มิ.ย.เวลาประมาณ 18.00 น. ยังพบเห็นรถทหารว้า 5 คันนำกำลังทหารมาเสริมที่หมู่บ้านต้ากว้าง ใกล้กับหมู่บ้านปุ่งป่าแขม ซึ่งว้าได้ส่งทหารมาประจำไว้ก่อนหน้านี้ โดยทางกองทัพพม่าเองก็ได้ส่งกองกำลังรักษาชายแดน(ฺBGF)ลาหู่ มาประจำการอยู่ตรงข้ามกับทหารว้าเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ชาวบ้านเปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่ยังไม่เกิดปัญหาใดๆ ระหว่างว้าและพม่านั้น พื้นที่นี้ไม่เคยมีทหารกลุ่มไหนประจำอยู่มาก่อน จึงเชื่อได้ว่า ทั้งสองฝ่ายยังตรึงกำลังทางทหารต่อกัน

ด้านนักวิชาการด้านการเมืองแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การที่กองทัพว้า (UWSA) ได้แสดงศักยภาพทางทหาร ปิดเส้นทางและตรวจค้นประชาชนที่สัญจรไปมาในพื้นที่เป็นการกระทำที่หยามศักดิ์ศรีและทำลายภาพพจน์ของรัฐบาลพม่าเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่ากองทัพพม่ายังต้องการที่จะรบกับว้าอยู่ และเมื่อศึกษาวิเคราะห์ดูจะพบว่า กองทัพพม่านั้นจะไม่มีทางถอยหลังให้กับเรื่องนี้ และอาจทำให้เกิดเป็นปัญหาสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่ายได้

ด้านประชาชนในพื้นที่รายหนึ่งเปิดเผยว่า แม้ทั้งสองฝ่ายได้ข้อตกลงร่วมกัน ผ่อนคลายและอ้างถอนกำลังทหารแล้ว แต่ก็ยังพบการเสริมกำลังทหารต่อเนื่อง โดยแสดงความกังวลว่าอาจจะกลายเป็นปัญหาสู้รบระหว่างกองกำลังรักษาชายแดน (BGF) และกองทัพว้าแทน ในขณะที่ทราบดีว่า BGF นั้นมีกองทัพพม่าคอยหนุนหลัง

ก่อนหน้านี้ระหว่างที่เกิดเหตุตึงเครียดระหว่างกัน มีรายงานว่า กองทัพว้าได้เรียกทหารในกองทัพเตรียมพร้อมรบและมีการฝึกทหารอย่างหนักในเขตของว้าทางเหนือของรัฐฉาน ขณะที่ฝ่ายกองทัพพม่าเอง เมื่อกลางดึกของวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้นำรถทหารจำนวน 10 คัน จากเมืองท่าขี้เหล็กมุ่งหน้าไปยังเมืองสาด ทางตะวันออกของรัฐฉาน ใกล้กับเมืองโต๋น

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ว้าได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่ามาตั้งแต่ปี 2532 ไม่เคยมีเหตุตึงเครียดทางทหารระหว่างกันมาก่อน ปมขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะทางการพม่านำกำลังเข้าไปจับชาวว้าได้ 16 คน พบมีชาวจีน 6 คน ที่เข้าไปตัดไม้ในเขตควบคุมของทางการเมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยทางการพม่าได้ควบคุมชาวจีนทั้ง 6 คนไว้ จึงทำให้ทางว้าไม่พอใจ จนกลายเป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายตึงเครียด ก่อนหน้านี้ ทางสำนักข่าว Tai Freedom ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ทั้งสองได้ปะทะกันเป็นเวลาสั้นๆที่ดอยอาลู เมืองโต๋น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อดีตทหารนักต่อสู้คนหนึ่งกลับมองต่างออกไปว่า พม่าจะไม่เปิดฉากรบกับว้าในเร็วๆนี้ แม้พม่าจะเกลียดว้าแค่ไหนก็ตาม เพราะพม่ายังต้องใช้ประโยชน์ว้าในการสู้รบต่อต้านไตหรือไทใหญ่ โดยนับตั้งแต่ปี 2536 ว้าได้เรียกร้องขอเป็นรัฐอิสระแยกออกจากรัฐฉาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างว้าและไทใหญ่

กองทัพว้านั้นยังได้รับการสนับสนุนและมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีน ว้ายังเป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด คาดว่ามีกำลังพลราว 2 หมื่นนายและมีอาวุธยุทโทปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในบรรดากลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์

แปลและเรียบเรียงจากเว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ www.panglong.org/SHAN

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.