ตั้งแต่เมื่อวันอังคาร (23 มิ.ย.)มีการอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขหลายมาตราในรัฐธรรมนูญปี 2008 (2551) โดยเฉพาะในมาตราที่ 436 ที่ให้อำนาจทหารในสภาสามารถออกเสียงเห็นชอบหรือยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ มีการอภิปรายถึงการแก้มาตราที่ 59 และ 60 ซึ่งปิดทางนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน NLD ในการดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี รวมไปถึงมาตราที่ 418 ที่กำหนดให้กองทัพมีบทบาทและสามารถยึดอำนาจได้หากประเทศเผชิญอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤติ โดยคาดการณ์ว่า การลงประชามติเกี่ยวกับแก้รัฐธรรมนูญจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.)
ทั้งนี้ ส.ส.ฝ่ายค้านรวมถึงนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน NLD ได้เสนอให้แก้มาตราที่ 436 ซึ่งกำหนดไว้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับความเห็นชอบ 75 % จากเสียงในสภา ขณะที่เป็นที่ทราบดีว่า ทหารครองที่นั่งในสภาโดยไม่ได้จากการเลือกตั้งถึง 1 ใน 4 ซึ่งหากทหารและ ส.ส.ของพรรครัฐบาล USDP ไม่เห็นด้วย การแก้รัฐธรรมนูญจึงเกิดขึ้นได้ยาก ที่ผ่านมา ทางฝ่ายค้านได้พยายามเสนอให้แก้มาตรา 436 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
พอว์ ชาน ลวิน ส.ส.จากลุ่มชาติพันธุ์จากพรรคประชาธิปไตยแห่งชาติชิน (Chin National Democratic Party) ยังได้เสนอว่า มาตราที่ 436 ควรจะได้รับการแก้ไขหากได้รับความเห็นชอบจากเสียงในสภา 2 ใน 3 แทนข้อกำหนดเดิมที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา 75 % นอกจากนี้ ยังเสนอแก้มาตราที่ 59 โดยระบุว่า ทุกคนสามารถชิงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีได้ หากมีคุณสมบัติตามที่กำหนด โดยยังระบุอีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ควรทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน
อย่างไรก็ตาม ทางทหารในสภาได้ออกมาคัดค้านการเสนอแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านทันที โดยเฉพาะในมาตราข้อที่ 436 พลจัตวา ทิน ซาน หน่าย ตัวแทนทหารในสภากล่าวว่า ไม่ควรมีการเปลี่บยแปลงรัฐธรมนูญใดๆ เนื่องจากพม่ายังอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตย ยังเป็นประเทศประชาธิปไตยใหม่ จึงแสดงความเป็นห่วงว่า อาจกระทบต่อความมั่นคง เสถียรภาพและผลประโยชน์ของประเทศชาติได้หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังระบุว่า รัฐธรรมนูญที่ทหารร่างขึ้นนั้นใช้เวลานานถึง 6 ปี 4 เดือน จากหลากหลายมุมมอมทางการเมือง และได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนโดยการลงคะแนนเสียงให้คิดเป็น 92.48 %
เช่นเดียวกับ พลจัตวา ทินโซ ตัวแทนของทหารในรัฐสภากล่าวถึงการแก้มาตราข้อที่ 59 ซึ่งกีดกันนางซูจี ไม่ให้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้ เนื่องจากซูจีแต่งงานกับชาวต่างชาติและมีบุตรชายถือสัญชาติอื่น โดยระบุว่า การแก้มาตรานี้จะเสี่ยงทำให้ประเทศได้รับอิทธิพลและถูกรุกรานอำนาจอธิปไตยจากต่างชาติ ด้านตัวแทนของพรรค NLD ก็ออกมาตอบโต้พลจัตวาทินโซว่า หากไม่มีการแก้มาตราที่ 436 และ 59 การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรมในปลายปีนี้ จึงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะทางรัฐบาลนั้นอยู่เหนือกว่าคนอื่นแม้ก่อนการเลือกตั้งหรือกีดกันนางซูจีขึ้นเป็นประธานาธิบดี
หลังการอภิปราย นางอองซาน ซูจี ได้กล่าวว่า ไม่ได้ผิดคาดจากที่คิดไว้ว่าทางทหารจะออกมาคัดค้านการแก้มาตรา 436 “ฉันเคยบอกแล้วว่า เรามีมุมมองที่แตกต่างจากทหาร ตัวแทนของกองทัพเคยกล่าวไว้ว่า พวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงมาตราที่ 436 และขณะนี้พวกเขากำลังพูดคุยเรื่องนี้อยู่” นางซูจี กล่าว
ที่มา Irrawaddy/DVB.Myanmar Times/Eleven Media
