ภาพ Facebook Myu Tsaw Kasa
ภาพ Facebook Myu Tsaw Kasa

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.กองทัพพม่าได้ยิงปืนใหญ่ 81 มม.ตกใส่ใกล้กับโรงเรียนในเมืองไลซา เขตควบคุมของกองทัพเอกราชคะฉิ่น KIA รัฐคะฉิ่น ทางเหนือของประเทศ สร้างความตกใจให้กับครูและนักเรียน อย่างไรก็ตามโชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หลังเกิดเหตุโรงเรียนยังคงสอนตามปกติ
ขณะที่โรงเรียนดังกล่าว มีนักเรียนทั้งสิ้น 1,771 คน ซึ่งเด็กส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยจากสงครามระหว่างกองทัพพม่าและ KIA โรงเรียนดังกล่าวได้เปิดทำการสอนมาเป็นเวลา 3 เดือน และได้รับความช่วยเหลือจาก UN มีรายงานว่า ลูกกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงมาจากฐานทัพพม่า เรื่องนี้กำลังสร้างความหวาดกลัวในหมู่ผู้ลี้ภัยคะฉิ่นว่า กองทัพพม่าและทหารคะฉิ่น KIA อาจสู้รบกันอีก

ทั้งนี้ เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ทหารพม่าได้ยิงปืนใหญ่ใส่โรงเรียนฝึกทหารของ KIA ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมืองไลซา เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีทหารใหม่จากกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆที่ไปฝึกทหารที่ไลซา เสียชีวิต 23 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 13 นาย รัฐบาลพม่าและกองทัพเอกราชคะฉิ่น KIA ได้ลงนามหยุดยิงกันระหว่างปี 2537 – 2553 หลังกองทัพพม่าให้ KIA แปรสภาพเป็นกองกำลังรักษาชายแดน(Border Guard Force)ภายใต้กองทัพพม่า แต่ทาง KIA ได้ปฏิเสธ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง

เมื่อเร็วๆนี้ มีรายงานว่า กองทัพพม่ายังได้เพิ่มกำลังทหารเข้ามาในเมืองผากั้น รัฐคะฉิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านเชื่อว่ากองทัพพม่าจะเปิดศึกโจมตี KIA สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ลานัน โฆษกของ KIA เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทหารพม่าราว 300 นาย ได้เข้าโจมตีทหารคะฉิ่น KIA กองพันที่ 6 และ 11 และสามารถยึดฐานที่มั่นของ KIA ได้หลายแห่ง โฆษกของ KIA ระบุ ทหารพม่าต้องการปิดเส้นทางขนส่งเสบียงของ KIA โดยใช้ปืนใหญ่โจมตีเพื่อเคลียร์พื้นที่ “แม้ไม่มีการสู้รบ แต่จะได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังตลอดเวลา” ลานันกล่าว

มีรายงานว่า การเพิ่มกำลังทหารพม่าเข้ามาในพื้นที่ น่าจะสืบเนื่องมาจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมืองผากั้นเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่า 2 นายเสียชีวิต โดยทางการพม่ากล่าวหาว่า KIA อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด แต่ทาง KIA ได้ออกมาปฏิเสธ ลานันกล่าวว่า KIA พยายามเจรจากับฝ่ายพม่าเพื่อยุติความตึงเครียดทางทหารระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ไม่เป็นผล ลานัน เตือนว่า หากกองทัพพม่ายังส่งกำลังทหารเข้ามาในรพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ยิ่งจะทำให้เกิดการสู้รบกันมากขึ้นในรัฐคะฉิ่นเท่านั้น

ที่มา Tai Freedom/DVB/Irrawaddy

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.