นายทุนวิวาทชาวเลหลีเป๊ะอีก อูรักลาโว้ยหวั่นสุสานริมทะเลถูกไล่รื้อ เตรียมยกพลบุกกทม.-ร้องทุกข์สารพัดปัญหา

received_947009335342352
บ้านของฉัตรพร

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 นางสาวฉัตรพร พระอ๊ะ ชาวไทยเชื้อสายอูรักลาโว้ยบนเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เปิดว่า เมื่อวานนี้ตนได้เดินทางไปเจรจาไกล่เกลี่ยกรณีการใช้ที่ดินเพื่อสร้างโบสถ์ สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ ที่สถานีตำรวจเกาะหลีเป๊ะ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเอกชนอ้างกรรมสิทธิ์ในการยื่นใบเตือนให้ตนและครอบครัว ระงับการก่อสร้างแล้วย้ายออกจากที่ดินในครอบครอง โดยพยายามส่งคนมาเจรจา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าระงับเหตุหลายครั้ง

received_947009398675679
ทางออกสู่หาดทรายและทะเลจุดสุดท้ายของชาวเลซึ่งอยู่ในบริเวณบ้านของฉัตรพรซึ่งนายทุนกำลังจะปิดกั้น

นางสาวฉัตรพรกล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรง แต่การคุกคามด้วยวาจา โดยการสั่งคนงานมารื้อที่ดิน เสาโบสถ์ ซึ่งชาวบ้านตั้งใจจะสร้างไว้ให้ชุมชน ถือเป็นการละเมิดสิทธิ ซึ่งผลการเจรจาคือเอกชนยอมให้สร้างโบสถ์ต่อไปได้ จากนั้นก็รอกระบวนการพิสูจน์สิทธิที่ดินอันเป็นที่ดินทับซ้อน ซึ่งยังไม่มีผลยืนยันชัดเจนในทางกฎหมายว่าเป็นที่ดินของใคร แต่ตนและครอบครัวยืนยันว่าโตมากับที่ดินผืนนี้ ต่อมาเมื่อการท่องเที่ยวเติบโต ก็มีเอกชนทยอยซื้อที่ดิน แต่ก็ยังคงรักษาไว้ได้บ้างหนึ่งแปลงที่ติดริมหาด ระยะหลังชาวบ้านในพื้นที่มีความหวงแหนในวัฒนธรรมและเห็นว่ามีชาวเลบางรายที่เป็นคริสต์ จึงอยากสร้างโบสถ์ไว้ แต่โดนสั่งห้ามจากนายทุน

received_947009392009013
หลุมฝังศพพ่อของฉัตรพร เธอหวั่นว่าจะถูกไล่รื้ออีก

นางสาวฉัตรพรกล่าวว่า เคยมีการส่งคนมาเจรจาเพื่อให้ยกเลิกการสร้างโบสถ์ รวมทั้งมีการกั้นอาณาเขตต่อเนื่องด้วยเสาปูน ล่าสุดก่อนที่จะดำเนินการเจรจาเอกชนรายเดิมยังยืนยันในกรรมสิทธิ์ จึงขอให้ตนลงชื่อเพื่อขอที่ดินหน้าหาดไปใช้ประโยชน์โดยข้อตกลงคือขอแค่ 5 ตารางเมตร แต่เมื่อมีการวาดแผนที่ลงในกระดาษปรากฏว่าเป็นที่ดินทั้งแปลง ตนและครอบครัวไม่ยอมเสียที่ดินไปจึงเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชาวเล สำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อทำให้ปัญหาทุเลาลง

“ที่ดินของเราเคยมีความขัดแย้งเกิดขึ้นต้องเจรจากันในศาลเนื่องจากเอกชนที่อ้างสิทธิ์ เขาบอกว่าให้เราย้ายออก เพราะอยากจะประกอบธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร แต่เราไม่ย้าย พอเรื่องถึงศาล ก็ปรากฏว่ามีคำสั่งให้ไกล่เกลี่ย เราก็นึกว่าเรื่องจะเงียบ มาปีนี้เขาให้คนงานเข้ามาสร้างที่ดินในส่วนของเขาที่บอกว่าเขาซื้อ นายทุนคนนี้ก็มีอิทธิพลพอสมควร จริงๆ เราก็ปล่อยให้เขาสร้างไปตามธรรมชาติในส่วนที่เขาแสดงเอกสารชัดว่าเป็นที่ดินของเขา แต่ในส่วนของเรา เราไม่ปล่อยให้ทำอะไร ติดกับบ้านของเราและแม่ พวกเราให้เอกชนเขาวางเสา กั้นเขตไป แต่ให้ทำอ้อมสุสานของพ่อ ที่เพิ่งจากไปเมื่อปีที่แล้ว ที่ตรงนี้มีชาวเลรายอื่นหาที่ฝังศพไม่ได้ก็มาอาศัยที่ฝังศพด้วย แต่บังเอิญว่าเป็นที่ริมหาด เชื่อว่าใครๆก็อยากได้ และเราเองก็ไม่รู้จะสู้ได้นานแค่ไหน แต่ตอนนี้ดีใจที่ได้ที่ดินมาสร้างโบสถ์แล้วก็โล่งใจขึ้นมาก แต่ปัญหาส่วนใหญ่ชาวบ้านยังคงเจอเรื่องเดิมๆ คือ การกั้นเขต สร้างรั้วกั้นทางลงทะเล แล้วพยายามย้ายชาวบ้านเข้าไปอยู่ด้านใน ส่วนหน้าหาดสงวนไว้ให้นักท่องเที่ยว” นางสาวฉัตรพร กล่าว

ทั้งนี้ล่าสุดชาวเลได้หารือกันและตัดสินใจว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าน่าจะราววันที่28กรกฎาคม 2558 เนื่องจากปัจจุบันชาวเลเกาะหลีเป๊ะกว่า 1,000 ครอบครัวกำลังเผชิญปัญหาการถูกไล่รื้อและข้อจำกัดในการใช้ที่ดินซึ่งเป็นที่ดินดั้งเดิมที่บรรบุรุษชาวเลร่วมกันบุกเบิกมา
///////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.