ชาวหนองกินเพลเฮชนะคดีที่ดิน ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาคืนที่ดินชาวบ้าน คดีประวัติศาสตร์ของคนจนถูกอดีตสส.ฮุบ

ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ก หนูเดือน แก้วบัวขาว
ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ก หนูเดือน แก้วบัวขาว

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 นางหนูเดือน แก้วบัวขาว ชาวตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยภายหลังศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดีข้อพิพาททางที่ดินว่า ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้นให้ตนและครอบครัวได้รับสิทธิคืนที่ดินเนื้อที่ 22 ไร่ โดยใช้มาตรา 61 ตามประมวลกฎหมายที่ดินให้เพิกถอนโฉนดที่ออกโดยไม่ชอบธรรมและสุจริต หลังจากถูกนายทุนซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองออกรังวัดทับซ้อนกับที่ดินบรรพบุรุษ

นางหนูเดือนกล่าวว่า ตนและชาวบ้านถูกนายทุนฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินในปี 2540 โดยอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ตรงตามความเป็นจริง ต่อมาปี 2549 ตนและครอบครัวจึงได้ฟ้องสำนักงานที่ดินวารินชำราบ ถึงการออกรังวัดที่ไม่เป็นธรรม โดยฟ้องดำเนินคดีทั้งหมด 80 ไร่ แต่วันนี้ศาลพิจารณาให้ดำเนินตามขั้นตอนออกโฉนดตามเอกสาร และหลักฐานที่ปรากฏก่อนในเนื้อที่ 22 ไร่ ส่วนที่เหลือทยอยพิสูจน์ต่อไป โดยหลังจากสิ้นสุดการพิจารณาคดีความของศาลปกครองสูงสุดแล้ว ตนและครอบครัวต้องดำเนินการรวบรวมเอกสารไปยื่นขอออกโฉนด

 

นางหนูเดือนกล่าวว่า ปัญหาที่ดินในครอบครัวเราไม่ใช่เรื่องง่าย สามีก็ผ่านการติดคุกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้บุกรุก เราเจอวิกฤตมานาน วันนี้เพิ่งได้เห็นแสงสว่างของชีวิตหลังต่อสู้มานาน เรายืนยันว่าที่ดินของเราเป็นที่ดินบรรพบุรุษ ที่ได้มาจากพ่อของสามี โดยได้รับเป็นเอกสาร นส.2 ซึ่งสามารถใช้ยื่นกับสำนักงานที่ดินเพื่อขอออกโฉนดได้ เราทำกินมานานตั้งแต่รุ่นพ่อในปี 2510 ทั้งปลูกปอ ปลูกมะม่วงหิมพานต์ และพืชยืนต้นอื่นๆ แม้ว่าจะโดนฟ้องร้องไล่ที่ ผ่านนายหน้าค้าที่ดินที่เป็นคราบนักการเมืองท้องถิ่น แต่เราไม่ย้ายออกตามคำฟ้อง เพราะเรามั่นใจว่าเราไม่ผิด จึงต่อสู้คดีไปตามขั้นตอนกฎหมาย

“ดีใจที่วันนี้ระบอบยุติธรรมเข้าข้างเรา อย่างไรก็ตามภาวนาให้ชาวบ้านที่ถูกฟ้องร้องในพื้นที่เดียวกันผ่านพ้นการต่อสู้คดีอย่างยุติธรรมเช่นกัน เพราะนายหน้าในตำบลหนองกินเพลนั้นล้วนแล้วแต่มีอิทธิพล และมักจะกว้านซื้อที่ดินเพื่อขายต่อตลาดให้นักธุรกิจที่ประกอบกิจการบ้านจัดสรร ซึ่งทำให้คนจนต้องถอยหลังเข้าความพ่ายแพ้ ส่วนตัวอยากให้กำลังใจชาวบ้านด้วยกันว่า อย่ายอมใครง่ายๆ สมบัติของเรา เราต้องสู้” นางหนูเดือน กล่าว

นางหนูเดือนกล่าวด้วยว่า ที่ดินหนองกินเพล นั้นมีการต่อสู้มานาน โดยชาวบ้านรวมกันในนามเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) อุบลฯ ซึ่งเป็นชาวบ้านในเครือข่ายมีปัญหาข้อพิพาททางที่ดินทั้งหมด 80 ราย ขณะที่มีจำนวนอีกมากที่ไม่ได้เข้าร่วมกับเครือข่าย ซึ่งบางรายก็แพ้คดี บางรายก็ชนะคดี จากกรณีของตนที่ชนะคดีวันนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาท้อและหมดกำลังใจ แต่ก็ไม่หยุดสู้คดี กระทั่งมีวันนี้ จึงเชื่อว่าหากชาวบ้านไม่ยอมอ่อนข้อต่อนายทุน เชื่อว่าชาวบ้านต้องชนะ จึงขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีทุกคน

ทั้งนี้กรณีความเดือดร้อนของชาวบ้านหนองกินเพลเนื่องจากการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินของชาวบ้านนั้น เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อน โดยมีผู้สมัครส.ส.คนหนึ่งเข้าไปหาเสียงในหมู่บ้านและบอกว่าหากได้รับเลือกตั้งจะช่วยให้ที่ดินของชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นแค่ที่ดินจับจองและเสียภาษีดอกหญ้าเป็นโฉนดได้ ต่อมาเมื่อผู้สมัครส.ส.คนนั้นได้รับเลือกตั้งได้ให้ชาวบ้านมาร่วมลงชื่อ แต่ในเวลาต่อมากลับกลายเป็นว่าการลงชื่อดังกล่าวเป็นการขายที่ดินให้กับส.ส.คนนั้น และได้มีการออกเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดนับหมื่นไร่ในชื่อของส.ส.และครอบครัว ก่อนที่จะมีการนำเอกสารสิทธิ์นี้ไปฟอกผ่านสถาบันการเงิน

ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยยืนยันว่าไม่เคยได้ขายที่ดินให้กับส.ส.คนดังกล่าว อย่างกรณีของนายวิทยา แก้วบัวขาว สามีของนางหนูเดือน ซึ่งได้รับที่ดินมรดกมาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก แต่ต่อมาเมื่อนายวิทยาขุดบ่อและทำกินในที่ดินผืนดังกล่าวกลับถูกนายทุนแจ้งความดำเนินคดีและฟ้องศาลในเวลาต่อมาจนกระทั่งนายวิทยาต้องติดคุกอยู่นานกว่า 1 ปี ขณะที่ชาวบ้านอีกจำนวนไม่น้อยต่างก็แพ้คดี

ความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านหนองกินเพลได้กลายเป็นกรณีศึกษา ซึ่งม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ และผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ ได้ร่วมกันทำวิจัยเรื่องความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมคดีที่ดินราษฏรยากจน
(อ่านรายละเอียดใน https://transbordernews.in.th/home/?p=4814)
ม.รว..อคิน กล่าวว่า การออกโฉนดทับที่ที่คนอื่นถือครองมีเยอะมากโดยเฉพาะคนจนซึ่งมักพ่ายแพ้คดีในศาล ขณะเดียวกันเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่ได้มีการตรวจรังวัดหรือทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เมื่อออกโฉนดศาลก็มักตัดสินตามโฉนดกลายเป็นธรรมเนียมของศาลยุติธรรมไทย ดั้งนั้นจึงต้องมีศาลปกครอง เพราะทั้งสองศาลมีการพิจารณาคดีแตกต่างกันโดยศาลยุติธรรมให้ความสำคัญกับโฉนดมาก และวิธีการพิจารณากันใช้ระบบกล่าวหา แต่ศาลปกครองดำเนินการหลายส่วน เช่น การไต่สวน ซึ่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกรณีหนองกินเพลนี้ จะเป็นกรณีศึกษาและเป็นตัวอย่างที่ดี

///////////////////////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.