กองทัพพม่ายังรบทหารคะฉิ่น KIA ต่อเนื่อง กระทบผู้หนีภัยสงครามนับพันกำลังขาดแคลนอาหาร เหตุความช่วยเหลือเข้าไม่ถึง

ภาพโดย RANIR Kachin Relief
ภาพโดย RANIR Kachin Relief

ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานว่า กองทัพพม่าได้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่ฐานที่มั่นของกองทัพเอกราชคะฉิ่น KIA ในรัฐคะฉิ่น ทางเหนือของประเทศ เป็นเหตุให้ประชาชนชาวคะฉิ่น 1,100 คน จาก 5 หมู่บ้าน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในทิ้งบ้านเรือนอพยพไปอยู่ที่อื่น และกำลังขาดแคลนอาหาร เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค รวมถึงความช่วยเหลืออื่นๆ

ประชาชนชาวคะฉิ่น 300 หลังคาเรือน จาก 5 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 1,100 คน ได้อพยพไปอยู่ในเขตควบคุมของ KIA ซึ่งองค์กรศาสนาในพื้นที่เปิดเผยว่า ประชาชนเหล่านี้กำลังได้รับความยากลำบาก เนื่องจากกำลังขาดแคลนอาหาร ที่พักชั่วคราว ยารักโรค เครื่องนุ่งห่ม รวมไปถึงความช่วยเหลืออื่นๆ ซึ่งต้องการอย่างเร่งด่วน

กลุ่มศาสนาดังกล่าวเปิดเผยว่า ทางกลุ่มนั้นเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่เหตุเพราะสภาพอากาศเลวร้าย อีกทั้งมีทหารพม่าเคลื่อนไหวในพื้นที่ รวมไปถึงถนนหนทางที่ยากต่อการขนส่ง จึงยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ มีรายงานว่า ทางกองทัพยังไม่อนุญาตให้หน่วยงานความช่วยเหลือไปในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในเขตของ KIA การเข้าไปในพื้นที่นี้จึงต้องได้รับอนุญาตจากทางรัฐบาลกลางพม่าและกองทัพพม่าเท่านั้น

ส่วนสถานการณ์ในรัฐคะฉิ่น ทางกองทัพพม่าและ KIA ยังคงรบต่อเนื่อง แม้เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ทาง KIA จะร้องขอให้เจรจาเพื่อยุติเหตุปะทะแต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากทางพม่า โดยกองทัพพม่ากลับเพิ่มกำลังทหารเข้ามาประจำในเมืองมิตจีนาและบนถนนชื่อ ซัมพลา บัม ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่เมื่อสุดสัปดาห์นี้เช่นกัน ผู้นำของ KIA ได้หารือกับรัฐมนตรีอองมินของพม่า ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกันกระบวนการสร้างสันติภาพ ซึ่งต้องรอดูว่าจะสามารถแก้ปัญหาสู้รบในพื้นที่ได้หรือไม่ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หยุดยิงกันมาเป็นเวลายาวนาน 17 ปี ระหว่างปี 1994 – 2011 แต่ได้กลับมาทำสงครามกันอีกครั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ที่มา Mizzima/Irrawaddy

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.