ค้านรังวัดที่ดินทำเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ชาววังตะเคียนไม่เชื่อใจรัฐ ตั้งคำถามทำไมถึงเอาที่ดินชาวบ้านไปออกโฉนดให้ธนารักษ์ เตรียมร้องนายกฯ อีกรอบ

 ชาวบ้านปิดถนนไม่ยอมให้รังวัด
ชาวบ้านปิดถนนไม่ยอมให้รังวัด

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม2558 ชาวบ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เดินทางมารวมตัวกัน ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสายลวด เพื่อร่วมเวทีฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดตาก สาขาแม่สอด กรณีจะเข้าทำการรังวัดพื้นที่ 2,182 ไร่ที่ถูกกำหนดเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อทำการออกโฉนดให้กับกรมธนารักษ์โดยมี นายปรีชา ใจเพชร นายอำเภอแม่สอด เป็นประธานในการประชุม และมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานที่ดินจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ตัวแทนจากกรมธนารักษ์ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ท่าสายลวด รวมถึงชาวบ้านนับร้อยในเขตตำบลท่าสายลวดเข้าร่วมรับฟังและเสนอความเห็นด้วย

นายปรีชา กล่าวว่า การเข้ามาดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ดิน เป็นการดำเนินการตามคำสั่ง มาตรา 44 ของนายกรัฐมนตรี หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการก็เท่ากับเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตนจึงขอความเห็นใจจากชาวบ้านเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการรังวัดได้ในวันนี้

ชาวบ้านที่ได้รับผบลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจแม่สอดร่วมประชุมคัดค้านการรังวัด
ชาวบ้านที่ได้รับผบลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจแม่สอดร่วมประชุมคัดค้านการรังวัด

นายอมรพันธุ์ สุนทรพวิภาต ผู้อำนวยการสำนักงานที่ดินจังหวัดตากสาขาแม่สอด กล่าวว่า สำนักงานที่ดินได้มาเพื่อทำการรังวัดออกโฉนดให้กับทางกรมธนารักษ์ แต่ตนเคยประสานกับแกนนำชาวบ้านแล้วเกิดข้อสงสัยว่าทำไมต้องออกโฉนดให้กรมธนารักษ์ เหตุใดไม่ออกให้ชาวบ้าน ตนอยากอธิบายว่าเป็นถ้อยคำตามกฎหมาย คือ การออกเอกสารสิทธิให้กรมธนารักษ์โดยปกติจะเป็นการออกหนังสือสำหรับที่หลวง น.ส.ร. ไม่ใช่โฉนด แต่ในกฎหมายเขียนไว้ว่าถ้ากรมธนารักษ์ใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่ใช่สถานที่ราชการให้ออกเป็นโฉนด เมื่อมีการยื่นขอแล้วก็ขอเป็นเจ้าหน้าที่ราชการก็ต้องออกรังวัด ปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อมีการรังวัดแล้วชาวบ้านเห็นว่าไม่ถูกต้องก็สามารถยื่นพิสูจน์สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมาย ตนจึงขอความอนุเคราะห์ให้ช่างเข้าไปดำเนินการรังวัด หากเจ้าหน้าที่เข้าไปรังวัดแล้วพบว่ามีการคัดค้านก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิต่อไป ไม่ใช่วันสองวันจะออกโฉนดได้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณา

ขณะที่นายวิชา แซ่มณี ชาวบ้านวังตะเคียนที่จะได้รับผลกระทบ กล่าวในที่ประชุมว่า ทำไมต้องออกโฉนดให้กรมธนารักษ์ ในเมื่อเป็นที่ดินของตน แล้วถ้าออกโฉนดให้กรมธนารักษ์ตนต้องไปจ้างทนายมาทะเลาะกับกรมธนารักษ์ใช่หรือไม่ ทำไมไม่ออกโฉนดให้ชาวบ้าน แล้วให้กรมธนารักษ์มาเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านแทน ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับที่ดินของตนต้องดำเนินการเพื่อทะเลาะกับที่ตนเอง ความจริงเราก็อยากคุยด้วยเหตุผล และความถูกต้อง

“ความจริงนักลงทุนมีเงินมากพอที่จะมาลงทุน แต่รัฐกลัวจะไม่มีผู้มาลงทุนจึงรีบดำเนินการเช่นนี้ ทำไมรัฐไม่ออกโฉนดให้ชาวบ้าน” ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าว

ขณะที่นายสำรวม พันธุ์พืช ประธานกลุ่มคนแม่สอดรักษ์ถิ่นที่ดินทำกิน ได้ขอมติของชาวบ้าน 98 รายที่จะได้รับผลกระทบว่ามีความเห็นอย่างไร โดยทั้งหมดเห็นด้วยกันว่ายังไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการรังวัดที่ดิน ขอให้มีความชัดเจนจากส่วนกลาง เพราะทางเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ได้อ้างถึงคำสั่งของส่วนกลาง อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินยืนยันต้องทำการรังวัด เพราะหากไม่ดำเนินการเท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเสนอให้ชาวบ้านยื่นคัดค้านตามกระบวนการทางกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการรังวัด และชาวบ้านเห็นว่าการดำเนินการไม่ถูกต้อง

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปดำเนินการรังวัดที่ดิน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะชาวบ้านพยายามสกัดไม่ให้เข้าพื้นที่ทุกเส้นทาง โดยชาวบ้านระบุว่า ไม่มีความเชื่อใจในกระบวนการดำเนินการ และไม่ทราบรายละเอียดว่าจะมีผลอย่างไรต่อหลังจากมีการรังวัดออกโฉนดแล้ว และในวันที่ 2 กันยายน ที่จะถึงนี้ นายกรัฐมนตรี หรือ ตัวแทนจากรัฐบาลจะลงพื้นที่เพื่อร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างสะพานข้าแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ทางชาวบ้านได้ประสานกับนายอำเภอเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน และได้รับการชี้แจงว่าในคณะที่เดินทางลงพื้นที่จะจัดทีมรับเรื่องให้ในวันดังกล่าว

///////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.