11999999_971282242915061_1289080795_n

คณะสื่อมวลชนไทยลงเก็บข้อมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองมะริด ภาคตะนาวศรี ใต้สุดของพม่า เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

หลังรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านที่ปฏิเสธโครงการแล้ว พวกเรายังพบภาคประชาสังคมของเมืองมะริด ได้แก่ เอ็นจีโอ อดีตนักศึกษาปี 88 นักข่าวท้องถิ่น และหนังสือพิมพ์ส่วนกลางของพม่า เพื่อขอข้อมูลโครงการลงทุนด้านพลังงานในภาคตะนาวศรี และแลกเปลี่ยนความเห็น

จากข้อมูลทำให้ทราบว่า กลุ่ม 88 เคยยื่นเรื่องต่อสถานทูตไทยในพม่าสื่อสารไปยังรัฐบาลไทยให้หว่านล้อมบริษัท ราชบุรีโฮลดิ้งยกเลิกโครงการ แต่เรื่องเงียบหายไปโดยที่ชาวบ้านไม่รู้ว่าแผนการดำเนินงานของบริษัทจะเป็นอย่างไรต่อไป

กลุ่ม 88 ยังวิเคราะห์ต้นตอของปัญหาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพม่าให้ฟังว่า พม่ายังไม่มีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบกับกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติมีจุดอ่อน และขัดแย้งกันเอง เช่น กฎหมายเหมืองแร่ กฎหมายป่าไม้ กฎหมายที่ดิน และกฎหมายการลงทุน ทำให้หน่วยงานรัฐบริหารจัดการลำบาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพม่าไม่มีความเชี่ยวชาญกฎหมายเหล่านี้เพียงพอ จึงออกนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่ผิดพลาด บังคับใช้กฎหมายอย่างไม่ถูกต้องเป็นธรรม กลายเป็นปัญหาทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้

ออง นาย อู จากกลุ่ม 88 เล่าด้วยว่า ขณะนี้ภาคตะนาวศรีมีค่าไฟฟ้าแพงมากที่สุดในประเทศ อยู่ระหว่างหน่วยละ 300-1,000 จ๊าด (10-35 บาท) ขณะที่ในเมืองแค่หน่วยละ 25-40 จ๊าดเท่านั้น แต่กลับจะผลิตไฟฟ้าขายไทย ซึ่งไม่ยุติธรรม แม้บริษัทจะชี้นำว่า ถ้ามีโรงไฟฟ้าแล้วคนมะริดจะใช้ไฟถูก ก็ไม่มีใครเชื่อง่ายๆ เพราะข้อมูลทางวิชาการที่ได้รวบรวมมาพบว่ามะริดใช้ไฟฟ้าอย่างมากแค่ 50 เมกะวัตต์เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ถึง 2,000 เมกะวัตต์

“ที่เหลือส่งขายไทยหมด แต่ต้องแลกกับหลายชีวิตในมะริดที่จะได้รับผลกระทบ ดูแล้วยังไงก็ไม่คุ้มค่า ที่สำคัญคือ 10 ปีที่ผ่านมา มีการขุดก๊าซในทะเลมะริดส่งขายไทยอยู่แล้ว ขณะที่ชาวบ้านแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แล้วยังจะมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก ถ้าเป็นของดีจริง ทำไมไม่เอาไปตั้งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์” ออง นาย อู ฝากคำถามถึงรัฐบาลไทย

แกนนำกลุ่ม 88 ยังฝากสื่อไทยส่งเสียงถึงรัฐบาลและเอกชนไทยให้ทบทวนโครงการ และควรเจรจากับรัฐบาลพม่าด้วยว่า ยังมีก๊าซธรรมชาติและพลังงานทางเลือกอีกมากมาย โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเทคโนโลยีที่เก่าแล้ว

โก เมี๊ยต ตู กลุ่ม 88 พูดเสริมว่า ภาคตะนาวศรีมีก๊าซมากมาย แต่คนที่นี่กลับต้องมาใช้ถ่านหิน ซึ่งไม่ถูกต้อง ที่จีนและสหรัฐทยอยยกเลิกถ่านหินมาใช้ก๊าซ แล้วพม่าทำไมไม่ใช้ก๊าซ นั่นเพราะขายให้ไทยส่วนใหญ่ได้กำไรกว่าใช่หรือไม่

ซอ เมียว อู หัวหน้าข่าว Eleven Media ประจำมะริด บอกด้วยว่า สื่อท้องถิ่นให้น้ำหนักข่าวโครงการนี้มาก ทั้งให้ข้อมูลความรู้ และสอบถามความคิดเห็น จึงได้ทราบว่า เกือบทุกคนในมะริด ทวาย และเกาะสองไม่เอาถ่านหินเลย แต่กลับมีการเสนอก่อสร้างถึง 5 โรงโดยบริษัทไทย

“นี่ไม่ใช่เรื่องเอกชนเท่านั้น แต่มีอิทธิพลจากรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่าเข้ามาเกี่ยวข้อง เห็นได้จากเมื่อเร็วๆ นี้ทูตไทยประจำพม่าลงมาดูงานในพื้นที่โครงการ” เมียว อู ระบุ

สำหรับสถานะของโครงการในปัจจุบันนั้น โก เมี๊ยต ตู เผยว่า ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทโบรกเกอร์ 2 รายในมะริด ส่งคนลงพื้นที่ปล่อยข่าวลวงสารพัดกับชาวบ้าน ทำสงครามจิตวิทยา ใช้วิธีปั่นความคิดชาวบ้านให้หวาดระแวงกันเองเหมือนที่ทวาย

นั่งฟังข้อมูลต่างๆ จากแกนนำภาคประชาสังคมมะริดแล้วอุ่นใจแทนชาวบ้าน เครือข่ายของเขาครบเครื่องต้มยำไม่แพ้บ้านเราทีเดียว
———–

คอลัมน์ โลกนี้มีรากหญ้า/มติชน/น.10
โดย ภาคภูมิ ป้องภัย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.