เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุทหารพม่าก่อเหตุยิงปืน รวมถึงใช้ปืนใหญ่ยิงใส่วัดในหมู่บ้านหนองป๋าแต้บ ในเมืองป๋อน ทางใต้รัฐฉาน เป็นเหตุให้หญิงวัย 60 ปีรายหนึ่งเสียชีวิตทันทีนอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีก 6 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดระหว่างที่ชาวบ้านจำนวนมากมาทำบุญที่วัด เนื่องในวันพระใหญ่กลางพรรษา มีรายงานว่า ทหารพม่าได้ดักซุ่มยิงจากนอกหมู่บ้าน
ชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บทั้งขาขาด แขนขาด บางส่วนได้รับบาดเจ็บบริเวณท้องจากจากสะเก็ดกระสุนปืน โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดขณะนี้ถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลตองจีแล้ว นอกจากนี้ ทหารพม่ายังได้จับกุมตัวชาวบ้านไปอีก 4 คน จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทหารพม่าใช้ปืนใหญ่ยิงใส่ชาวบ้าน เนื่องจากไม่พอใจที่ทหารฝ่ายตนเสียชีวิต 3 นายและบาดเจ็บอีก 4 นาย หลังปะทะกับทหารไทใหญ่ RCSS/SSA ที่เมืองหลอยแหลม เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุปะทะดังกล่าว กองทัพพม่าได้สั่งเพิ่มกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่เมืองหลอยแหลมเป็นจำนวนมาก ทางด้านกองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA เปิดเผยว่า สถานการณ์ไม่เหมาะสำหรับสร้างสันติภาพ ระบุเหตุปะทะกันเกิดขึ้นก็เป็นเพราะทหารพม่าต้องการกวาดล้างทหารไทใหญ่ RCSS/SSA
ทั้งนี้ RCSS/SSA ภายใต้การนำของเจ้ายอดศึกนั้น ได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าแล้ว โดยเป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่มักถูกโจมตีว่ามีความใกล้ชิดกับรัฐบาลพม่ามากกว่ากลุ่มอื่นๆ เนื่องจากผู้นำทั้งสองฝ่ายมีการพบปะหารือกันบ่อยครั้ง ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศนั้น ล่าสุด ทางกลุ่มชาติพันธุ์จะมีการหารืออีกครั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 24- 26 ก.ย.นี้ เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ หลังจากที่ได้ไปพบหารือกับประธานาธิบดีเต็งเส่งที่ผ่านมา
มีรายงานว่า เต็งเส่งนั้นต้องการให้กลุ่มชาติพันธุ์ลงนามหยุดยิงในวันที่ 29 ก.ย.ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ได้ตอบทางเต็งเส่งไปว่ายังไม่พร้อม และจำเป็นต้องนำเรื่องนี้มาหารือกันอีกครั้ง ทั้งต้องชี้แจงต่อประชาชนและภายในของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้นทางประธานาธิบดีเต็งเส่งจึงเรียกร้องให้กลุ่มชาติพันธุ์ลงนามให้แล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ ทางด้านกองทัพว้า UWSA ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดระบุว่า จะไม่ลงนามหยุดยิงในครั้งนี้ แต่จะยึดเอาสัญญาหยุดยิงเดิม ซึ่งทำไว้เมื่อปี 2532
ที่มา เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ Panglong/Tai Freedom
แปลและเรียบเรียงโดย Trasborder News
