received_975072175869401
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณหอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยรังสิต (เมืองเอก) จังหวัดปทุมธานี เครือข่ายภาคประชาชนได้จัดกิจกรรมตั้งโต๊ะรับลงชื่อคัดค้านนโยบายเหมืองแร่ทองคำ โดยมีนักศึกษาและคณะอาจารย์จากคณะต่างๆ มหาวิทยาลัยรังสิตเข้าร่วมกิจกรรม สำหรับบรรยากาศทั่วไปของกิจกรรมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมได้แบ่งกิจกรรมเป็น 3 ส่วน คือ 1 ส่วนรับลงชื่อคัดค้านนโยบาย 2 ส่วนพื้นที่อธิบายความรู้และผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ อาทิ ภาพถ่ายของบุคคล ตัวอย่างข่าวเกี่ยวกับเหมืองทองคำ ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับสารพิษ ฯลฯ และส่วนที่3 กระดานเขียนในใจและข้อคิดเห็นถึงผู้ประกอบการ และรัฐบาล ตลอดจนข้อความให้กำลังใจชาวบ้านรอบเหมืองทองคำและชาวบ้านในจังหวัดที่จะเปิดสัมปทานเหมืองทองรอบใหม่

received_975072172536068
นางสาวทีช ขวัญกมล นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าวสารของผลกระทบจากเหมืองทองมาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว และพบว่าระยะหลังโลกออนไลน์ได้เผยแพร่ผลกระทบจากเหมืองทองคำมากขึ้น ตนจึงได้ติดตามรุ่นพี่เข้ามาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเหมืองแร่ทองคำ ทั้งจังหวัดเลยและสามจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จากนั้นตัดสินใจลงชื่อร่วมคัดค้าน ด้วยเหตุผลหลักคือไม่อยากให้ใครต้องตายและเจ็บจากโครงการขุดแร่ทองคำอีก โดยหลังจากนี้ตั้งใจจะอ่านและศึกษาข้อมูลเกี่ยวสารโลหะหนักเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจข้อมูลให้ลึกและร่วมกับเครือข่ายชาวบ้านทำกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และต่อต้านอุตสาหกรรมที่มีพิษ

“เราเห็นภาพเด็กป่วยเป็นผื่น ก็ตกใจ ไม่นึกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น คือเมื่อก่อนอยากได้ทองคำมาครอบครอง แต่พอมาเจอรูปคนป่วยแบบนี้ เราอดสงสารไม่ได้ เลยคิดว่า ทองคำไม่ใช่สิ่งจำเป็นแล้ว คือ ไม่มีก็อยู่ได้ ยิ่งเห็นภูเขาสวยๆ ถูกระเบิดแล้ว เรายิ่งรับไม่ได้ จึงอยากจะชวนเพื่อนในมหาลัยให้ช่วยกันทำกิจกรรม อย่างน้อยก็มาให้กำลังใจชาวบ้านในแต่ละจังหวัดที่กำลังจะมีเหมืองทองคำ” ทีช กล่าว

ด้านนายกฤติณภัทร สิงห์ศักดา ตัวแทนจากสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การรับลงทะเบียนเพื่อคัดค้านนโยบายเหมืองทองในวันนี้ จะเปิดรับลงทะเบียนถึงเวลา16.00 น.เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจได้ร่วมลงนามคัดค้าน โดยที่ผ่านมามีนักศึกษาส่วนหนึ่งเคยลงพื้นที่ร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยศึกษากรณีเหมืองทองคำจังหวัดพิจิตร และพบว่าชาวบ้านหลายพื้นที่ประสบปัญหาหลายด้านทั้งแหล่งน้ำสกปรกจากสารพิษ และอาหารที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้สำหรับความเห็นส่วนตัวมองว่าหากมีเหมืองเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นและขยายวงกว้างไปอย่างต่อเนื่อง คนที่รับบทบาทหนักในการต่อสู้มลพิษ คือ คนรุ่นหลัง ที่เกิดมาพร้อมกับอุตสาหกรรม ในอนาคต คือ ต้องซื้อน้ำกิน น้ำใช้ กันแพงมากขึ้น ผัก ผลไม้ก็จะราคาแพงตามไปด้วย และที่น่าห่วงคือ จังหวัดที่มีการประกาศเดินหน้านโยบายเหมืองแร่ทองคำ ล้วนเป็นจังหวัดที่อุดมด้วยเกษตรกรรม การเปิดเหมืองทองย่อมเป็นหายนะที่คนไทยต้องแบกรับ ไม่ใช่แค่การรับสารพิษเท่านั้น แต่หมายถึงสูญเสียอู่ข้าว อู่น้ำมากขึ้น

“ถ้าเป็นไปได้เราจะทำค่ายเยาวชน เพื่อส่งเสริมเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ที่ผ่านมาเราร่วมมือทั้งการคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ และเขื่อนอื่นๆ แต่พอมาถึงช่วงยุคเหมืองทองคำ และเหมืองแร่อื่นๆ รุกคืบเข้ามา เราเป็นเยาวชน เราอยู่เฉยไม่ได้ มันต้องทำอะไรสักอย่างเพราะเรื่องเหมืองแร่ มันหมายถึงภัยคุกคามทั้งประเทศ ฆ่าคนทั้งทางตรง ทางอ้อม” นายกฤติณภัทร กล่าว

ขณะที่นายพิจิตร สุกล จิตรอาสา จากจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ตนศึกษาเรื่องเหมืองแร่ทองคำมานานกว่า6 เดือนแล้ว ประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด คือ นโยบายที่นำอุตสาหกรรมมาแทนที่เกษตรกรรม เป็นนโยบายที่ต้อนคนไทยสู่วงจรยากจนมากขึ้น ประชาชนต้องเอาที่ดินทางการเกษตรไปแลกกับอุตสาหกรรมที่สร้างกำไรให้คนกลุ่มหนึ่ง ตนจึงเริ่มเข้าร่วมเครือข่ายจิตอาสาเคลื่อนไหวให้คัดค้านเหมืองแร่ทองคำ โดยทำหน้าที่อธิบายผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำและบรรยายเชิญชวนคนทั่วไปมาลงนามคัดค้านร่วมกันเพื่อส่งมอบรายชื่อเข้าร่วมกับประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ต่อไป
//////////////////////////////////////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.