ภาพโดย จันทร โพธิจันทร์
ภาพโดย จันทร โพธิจันทร์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 นางสมัย กลางรัก ชาวบ้านจัดระเบียบ ตำบลหลุบเลา อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ชาวบ้านในบ้านจัดระเบียบร่วมกันผูกแขนรับขวัญนายสำราญ กลางรัก สามีวัย 73 ปี หลังศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากก่อนหน้านี้มีคำสั่งจำคุกนายสำราญมาตั้งแต่วันที่ 9 กันยายา 2558 ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติดงกระเฌอ – ดงชมภูพาน เป็นเวลา 4 ปี โดยครอบครัวได้นำที่ดินไปประเมินราคาเพื่อนำเงินมาประกันตัว ราว 400,000 บาท แล้วรอยื่นอุทธรณ์

“เขาอยู่คุกก็เครียดและลำบาก ฉันไม่มีเงินมากนัก แต่ฉันไม่อยากให้เขาป่วยและลำบากในคุก ฉันก็หาทางกับพี่น้องเพื่อนบ้านมาช่วยกันหาเงิน เขารับสารภาพเพราะกลัวจะติดคุก 8 ปี เลยยอมสารภาพว่าบุกรุกป่า ให้ลดโทษ ทั้งๆ ที่เราซื้อที่ดินมานานไม่รู้ว่าเป็นที่ป่าสงวน พอถูกเจ้าหน้าที่มาตรวจยึดที่คืน คนบ้านจัดระเบียบโดนคดีบุกรุกไปตั้ง 34 คน วันนี้พอตาเขาออกมาจากคุก ทุกคนเลยร่วมดีใจ ให้กำลังใจเพราะมีอีกหลายคนจะเจอสภาพเดียวกัน” นางสมัย กล่าว

นางสมัยกล่าวด้วยว่า เดิมทีนั้นตนได้รับที่ดินแบ่งมาจากคนรู้จักเมื่อปี 2542 ก็ทำกินมาโดยตลอด ต่อมาก็ปลูกสวนยาง ก่อนที่จะมาถูกดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวนเมื่อปี 2555 และยึดที่ดิน ซึ่งไม่รู้มาก่อนว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งที่เสียภาษีบำรุงท้องที่(ภทบ.)มาโดยตลอด ขณะนี้รู้สึกเครียดมากกับการแบกภาระหนี้สินนับแสนบาทที่ลงทุนทำสวนยาง และถูกเจ้าหน้าที่รัฐยึดคืนและห้ามทำกิน ที่รู้สึกเจ็บปวดคือ ไม่มีที่ดินให้ลูกทั้งสองคนทำกิน ลูกทั้งสองจึงต้องเข้าไปรับจ้างที่กรุงเทพด้วยวุฒิการศึกษาแค่มัธยมปีที่ 3 เพื่อหาเงินมาปลดหนี้ให้ครอบครัว โดยที่นานๆ จะกลับบ้านสักครั้ง พวกเขาไม่มีอะไรเหลือเป็นพื้นที่ทำกินแล้ว อีกทั้งต้องแบกหนี้สินอีกนาน

ด้านนางอรนุช ผลภิญโญ สมาชิกเครือข่ายไทบ้านไร้สิทธ์ กล่าวว่า กรณีลุงสำราญถือว่าโชคดี แต่ชาวบ้านที่เหลือคงไม่โชคดีทั้งหมด การปราบปรามชาวบ้านบุกรุกป่าสงวนที่รัฐทำได้เป็นเพียงการแสดงผลงานที่บังคับใช้อำนาจราชการกับชาวบ้านรากหญ้าเท่านั้น นายทุนที่ประกอบกิจการสวนยางพารายังกินดีอยู่สบายเช่นเดิม อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีสุดท้ายที่ต้องแบกรับชะตากรรมซึ่งเกิดจากผลพวงของการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ล้มเหลวในภาครัฐ เมื่อทวงคืนจากใครไม่ได้ก็ทวงคืนจากคนจน

“ตาสำราญ แกสารภาพเพราะหวังว่าโทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ทั้งที่ยังไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์รอบด้าน ใช้แค่หลักฐานจากเจ้าหน้าที่ ก่อนหน้านี้ ทางญาติได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว 600,000 บาท แต่ศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะกลัวว่าจะมีการหลบหนี เพิ่งมาได้รับอนุญาตเมื่อวานนี้” นางอรนุช กล่าว

——————

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.