สื่อแฉบริษัทเกาหลีลดสันเขื่อนเพื่อเพิ่มกำไรจนเกิดหายนะเซเปียน-เซน้ำน้อยพัง

0

(Kim Bong-gyu/http://english.hani.co.kr/arti/english_edition/e_international/865895.html)

สำนักข่าวฮันเคียวเรของเกาหลีใต้รายงานเมือวันที่ 15 ตุลาคม 2561 ว่า บริษัท SK E&C ผู้ก่อสร้างเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่แขวงอัตตะปือ ประเทศลาว พยายามที่จะลดต้นทุนการก่อสร้างด้วยการปรับเปลี่ยนแบบเขื่อน จนทำให้เขื่อนลาวพัง

รายงานข่าวอ้างอิงเอกสารภายใน ซึ่งยืนยันเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลความสูงของเขื่อนที่แตกและองค์ประกอบของเขื่อนอื่นๆ ที่รับผิดชอบโดยบริษัท SK E&C ลดลงเฉลี่ย 6.5 เมตร ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานของแบบเขื่อนที่มีการออกแบบไว้

สำนักข่าวเกาหลีรายงานว่า ผู้สังเกตการณ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่โครงการดังกล่าวเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาทุนของรัฐบาล ODA ของเกาหลีใต้ แต่โครงการเซเปียน-เซน้ำน้อยกลับยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลนำงบประมาณไปสร้างกำไรให้กับบริษัท SK E&C

รายงานข่าวระบุว่า มีการลดค่าการก่อสร้างด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์การก่อสร้างซึ่งจากเอกสารแผนการเตรียมโครงการเขื่อนลาว ของบริษัท SK E&C เมื่อปี 2012 ซึ่งสำนักข่าวฮันเคียวเร ได้รับจาก นายคิม ยัง ฮับ Kim Kyung Hyup สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค Democratic Party ชี้ให้เห็นว่า บริษัทมีอำนาจในการปรับเปลี่ยนการออกแบบเขื่อนเดิมเพื่อให้ได้ “ค่าบำรุงรักษาและผลกำไร” สูงสุดถึง 15 % ของมูลค่าการก่อสร้าง (120ล้านเหรียญสหรัฐ) เมื่อเดือนสิงหาคมในปีเดียวกัน บริษัท SK E&C ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทเซเปียน-เซน้ำน้อย การร่วมทุน มูลค่าการประกันในการบำรุงรักษาและกำไรประมาณ ร้อยละ 12.2 ของมูลค่าการก่อสร้าง(83 ล้านเหรียญสหรัฐ) ต่อมา บริษัท SK E&C จึงเริ่มการพัฒนา “รายละเอียดของแผนงาน” เพื่อทำกำไรมากขึ้น

ทั้งนี้เอกสารที่ สส. คิม ได้รับมานี้ ได้อ้างอิงถึงการตัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างลงจำนวน 19 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการปรับเปลี่ยนขนาดของเขื่อนและวัสดุและการปรับความลาดเอียง รวมถึงการชะลอกำหนดการในการก่อสร้างในเดือนเมษายนปี 2556 เพื่อให้นักลงทุนรายอื่นๆกดดันให้เกิดค่าใช้จ่ายและค่าความปลอดภัย เพื่อเป็นข้อได้เปรียบในการเจรจาและให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด

รายงานข่าวระบุว่ามีการลดความสูงของเขื่อนเสริมลงโดยเฉลี่ย 6.5 เมตร เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด ความสูงของเขื่อนดินทั้ง 5 ตัวที่อยู่ในแผนการออกแบบเบื้องต้นของบริษัทกำหนดไว้ระหว่าง 10 -25 เมตร แต่ในแผนเพิ่มเติมที่ทางบริษัทได้ส่งไปให้สำนักงานของ สส. ระบุความสูงของเขื่อนอยู่ที่ 3.5 – 18.6 เมตร โดยถือว่าความสูงของเขื่อนเสริมลดลงโดยเฉลี่ย 6.5 เมตร จากแผนออกแบบเบื้องต้น

สำนักข่าวเกาหลีระยุว่า ปัญหาคือโครงการนี้ไม่ใช่โครงการเอกชนทั่วไป แต่ได้รับทุนสนับสนุนจาก ODA ของรัฐบาลเกาหลีใต้ เมื่อปี 2011 เมื่อรัฐบาลลาว ขอความช่วยเหลือด้านการกู้ยืมจากรัฐบาลเกาหลีเพื่อการสร้างเขื่อน ภายใต้การร้องขอดังกล่าว มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน PNPC ซึ่งมีบริษัท SK E&C, บริษัท Korea Western Power, บริษัทราชบุรีโฮลดิ้ง จากประเทศไทย และLao State Holding Enterprise รัฐวิสาหกิจลาวร่วมทุน

ต่อมาเดือนตุลาคม โครงเขื่อนลาวได้ถูกบรรจุในกองทุนแผนความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจ มีงบประมาณ 68.7 ล้านวอน(60.7 ล้านเหรียญสหรัฐ) และได้มีการอนุมัติให้กับรัฐบาลลาวอย่างรวดเร็วในเดือนธันวาคม เป็นการให้เงินขณะที่ไม่มีการปฏิบัติการหลักการของโครงการ ODA ซึ่งรวมถึงการทบทวนประจำปีของสภาผู้แทนราษฎร และการทบทวนของคณะกรรมาการพัฒนาความร่วมมือต่างประเทศอันเนื่องมาจากกฎหมายกรอบความร่วมมือการพัฒนาสากล
ในขณะที่อีก 3 โครงการที่ได้รับเงินกู้สนับสนุนนอกเหนือจากโครงการเขื่อนของรัฐบาลลาว กลับผ่านการพิจารณาทบทวนของสภาผู้แทนราษฎร

เนื้อหาข่าวระบุอีกว่า การเปลี่ยนแบบเพื่อทำกำไรสูงสุด บริษัท SK E&C รายงานต่อสำนักงานของ สส. Kim ว่า โครงการไม่ได้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้ในเอกสาร แต่ค่าดำเนินการและกำไรต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และ ความสูงของเขื่อนเสริมเดิมไม่ได้สำคัญเพราะว่าไม่ใช่สันเขื่อนหลัก” นาย Kim เรียกเขื่อนลาวที่พังนี้ว่า เป็นภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ โดยบริษัทจงใจเพียงที่จะทำกำไรสูงสุด

ที่มาของข่าว http://english.hani.co.kr/arti/english_edition/e_international/865895.html
—————-

Share.

Comments are closed.