เกาะติดภาระกิจอองซาน ซูจีเยือนไทย

 2 มิถุนายน 2555

ซูจีเร่งแก้ปัญหาสาธารณสุข-การศึกษาแนวชายแดน

 

ซูจีแถลงข่าวที่อ.แม่สอด จ.ตาก ชี้ปัญหาสาธารณสุข-การศึกษาแนวชายแดนเป็นประเด็นสำคัญพร้อมนำข้อมูลกลับไปพูดคุยกับคนในพรรคหาทางแก้ไข

 

ที่ท่าอากาศยานแม่สอด จังหวัดตาก นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นางอองซาน ซูจี กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อต้องการมารับฟังปัญหาของชาวพม่า แรงงาน ที่พลัดถิ่น เพื่อนำปัญหากลับไปแก้ไข ซึ่งจากการเยี่ยมชมประชาชนที่ศูนย์อพยพ พบว่า มีประชากรชาวพม่า ที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพ จำนวน 49,026 คน เป็นกลุ่มผู้หนีภัยจากการสู้รบ และได้จดทะเบียนกับ UNHCR จำนวน 17,021 คน กลุ่มผู้หนีภัยทางการเมือง และไม่สามารถดำรงชีพในประเทศพม่าได้ (กลุ่มพลัดถิ่น) 9,505 คน กลุ่มที่รอการพิจารณาคัดกรอง 22,500 คน

 

โดยพบว่าทางศูนย์อพยพ ยังต้องรับการแก้ไขในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของสาธารณสุข การศึกษาของเยาวชนที่ศูนย์อพยพ การช่วยเหลือด้านกฎหมาย การช่วยเหลือด้านการสงเคราะห์ ตลอดจนเรื่องของการเดินทางไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม ที่ในปัจจุบันมีประชาชนในศูนย์อพยพเดินทางไปประเทศที่สาม แล้วจำนวน 31,725 คน โดยประเทศสหรัฐอเมริกามีประชาชนจากศูนย์อพยพไปอยู่มากที่สุดถึง 28,642 คน

 

อย่างไรก็ตามจะไม่มีการนำปัญหาไปรายงานรัฐบาล แต่นำเข้าที่ประชุมของพรรค เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของสันติภาพ และการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ตามแนวชายแดน และเรื่องของสาธารณสุข ตลอดจนเรื่องของแรงงานที่พลัดถิ่น ควรที่จะได้กลับไปที่บ้านของตนเอง แต่ทั้งนี้อันดับแรกจะต้องมีการพัฒนาภายในประเทศก่อน เนื่องในภายในประเทศยังมีแรงงานที่ว่างงานเป็นจำนวนมาก และขาดการศึกษา โดยจะมีการส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้มีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนต่อไป และหากภายในประเทศมีความเจริญ และการพัฒนาแล้ว แรงงานพลัดถิ่นจะเป็นผู้ที่เดินเข้ามาในประเทศเอง

 

นอกจากนี้ยังได้มีการสอบถามถึงกรณีที่นายพลเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีแห่งสหภาพพม่า ที่เลื่อนการเดินทางมายังประเทศไทย อย่างเป็นทางการนั้น นางอองซาน ซูจี พอจะทราบสาเหตุหรือไม่ โดยนางซูจี กล่าวว่าให้ไปสอบถามนายพลเต็ง เส่งเอง ส่วนตนที่เดินทางมาประเทศไทย เพื่อต้องการรับฟังปัญหาของแรงงาน เพื่อนำไปแก้ไข

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในคณะของอองซาน ซูจี ได้มีพ.อ.James Lun Dau ของกองทัพอิสรภาพคะฉิ่น (KIA) เดินทางมาด้วย และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ทางกองทัพต้องการให้นางอองซาน ซูจี เป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องของสันติภาพในกับทางชนกลุ่มน้อย หรือ แรงงาน เนื่องจากตนมีความเชื่อมั่นว่างนางอองซาน จะสามารถกระทำได้มากกว่า รัฐบาล โดยนางซูจี คือความหวัง ที่ทุกคนรอคอย และหวังว่าจะมีการผลักดันเรื่องดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม (โพสต์ทูเดย์)

 

2 มิถุนายน 2555

“อองซาน ซูจี”เยี่ยมผู้ลี้ภัยบ้านแม่หละ นับหมื่นแห่ต้อนรับ ฝากจนท.ดูแลสถานภาพ

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี หรือ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย พร้อมคณะไปที่พื้นที่พักพิงบ้านแม่หละ ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก มีเจ้าหน้าที่ไทยทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กว่า 200 คน รักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ในระหว่างที่คณะของนางอองซาน ซูจี ถึงท่าอากาศยานแม่สอด มีชาวพม่านับ 1,000 คน มาตั้งแถวบริเวณด้านนอกท่าอากาศยานแม่สอด เมื่อนางอองซาน ซูจี ลงจากเครื่องบิน และนั่งรถยนต์ผ่านไป ทำให้ชาวพม่าวิ่งเข้าไปหาที่รถยนต์ โดยนางอองซาน ซูจี ได้โบกมือให้ชาวพม่า

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อถึงพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ นางอองซาน ซูจี เข้ารับฟังบรรยายสรุป มีฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) และองค์กรพัฒนาเอกชน ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) ได้บรรยายถึงความเป็นมาของพื้นที่พักพิงบ้านแม่หละ การช่วยเหลือผู้ลี้ภัย และการดูแลรักษาพยาบาล

 

ด้าน นางอองซาน ซูจี ได้สอบถามปัญหาต่างๆมากมายภายในพื้นที่พักพิง เช่น การให้สถานภาพผู้ลี้ภัยสงคราม และที่ลี้ภัยหลังสุด จำนวนกว่า 10,000 คน ยังไม่ได้สถานภาพ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ดูแลด้วย รวมทั้งสอบถามปัญหา ความช่วยเหลือต่างๆ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง

 

จากนั้นนางอองซาน ชูจี นั่งรถยนต์ไปยังสนามกีฬาพื้นที่พักพิงบ้านแม่หละ มีผู้ลี้ภัยต่างโบกธงชาติไทย และธงพรรคเอ็นแอลดี ตลอดทาง และที่สนามกีฬา มีผู้ลี้ภัย ประมาณ10,000 คน ไปรอรับ และต่างตะโกน ขอให้นางอองซาน ซูจี มีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่นางอองซาน ซูจี ได้ให้รถยนต์หยุดและลุกยืนขึ้นโบกมือให้กับผู้ลี้ภัย และกล่าวเป็นภาษาพม่า แปลเป็นภาษาไทยว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสพบผู้ลี้ภัย ซึ่งอนาคตจะได้กลับไปภูมิลำเนา เพื่อไปพัฒนาประเทศชาติ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมากไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ พักพิง โดยเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไป ต้องไปขออนุญาตจากนายสุริยะ ประสาทมหาบัณฑิต ผวจ.ตาก ก่อน ทำให้ผู้สื่อข่าวต่างไม่พอใจ ที่ไม่สามารถเข้าไปทำข่าวได้ เพราะก่อนหน้านี้มีการแจ้งว่า จะเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าวได้

 

อย่างไรก็ดี มีชาวพม่า นับ 1,000 คน ได้ไปรอต้อนรับนางอองซาน ซูจี ที่คลินิกแม่ตาว ตำบลแม่ตาว อ.แม่สอด ของแพทย์หญิง ซินเธียหม่อง แพทย์อาสาสมัครชาวพม่า แต่คณะของนางอองซาน ซูจี ไม่ได้ไปเยี่ยมที่คลินิกแม่ตาวแต่อย่างใด ทำให้ชาวพม่าที่ไปรอต่างผิดหวัง (มติชนออนไลน์)

 

 

1 มิถุนายน 2555

ซูจีย้ำพม่าต้องคืนอำนาจให้ปชช.เพื่อพัฒนาศก.

 

ซูจี ขึ้นกล่าวที่เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม เร่งรัฐบาลพม่าปฏิรูประบบยุติธรรม พร้อมอ้อนนักลงทุนให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน อย่ามัวแต่มองผลกำไร อย่างเดียว

 

อองซาน ซูจี แกนนำพรรคฝ่ายค้านพม่าได้ขึ้นกล่าว ในเวทีการประชุมเวที เศรษฐกิจโลกว่าด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออก หรือ เวิลด์อีโคโนมิคฟอรัมออนอีสเอเชีย ที่โรงแรม แชงกรีลา กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 มิ.ย.โดยเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลพม่าเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงแก่กระบวนการปฏิรูปทางการเมืองให้ก้าวเดินไปข้างหน้า และเพิ่มความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศ

 

“นักลงทุนต่างชาติที่จะเข้าไปในพม่าควรรู้ไว้ว่า แม้ว่าขณะนี้พม่าจะเริ่มมีกฏหมายการลงทุนที่ชัดเจนและดีแล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นจะไม่มีประโยชน์เลย หากปราศจากความโปร่งใสและความเป็นกลางของการบังคับใช้กฏหมาย ในชั้นศาลและในระดับเจ้าหน้าที่รัฐที่เพียงพอ” ซูจี กล่าว

 

ซูจี ได้กล่าวเรียกร้องไปยังเหล่านักลงทุนต่างชาติที่ต้องการจะเข้ามาในพม่าอีกว่า ให้คำนึงถึงการพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนชาวพม่าที่ยากจนด้วย เนื่องจากในขณะนี้ชาวพม่ามีความต้องการการสร้างงานและการฝึกฝนทักษะอาชีพเป็นอย่างมาก

 

“ฉันคิดว่า ขณะนี้นักลงทุนอย่าพึ่งนึกถึงเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนในพม่าจนมากเกินไป เราไม่ต้องการการลงทุนที่จะก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตและความไม่เท่าเทียมในสังคมให้เพิ่มมากขึ้น” ซูจี กล่าว

 

พร้อมกันนี้ ซูจี ได้ยังได้เน้นยํ้าอีกว่า ขณะนี้ชาวพม่ามีความต้องการทักษะในการประกอบอาชีพขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอบรมและให้ความรู้ด้านการท่องเที่ยว มากกว่าการได้รับการศึกษาขั้นสูง

 

การขึ้นกล่าวของซูจี ในครั้งนี้ถือเป็นการขึ้นกล่าวแถลงการณ์ในเวทีการประชุมในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ในรอบ 24 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ซูจี ถูกรัฐบาลเผด็จพม่ากักขังบริเวณในบ้านพัก(โพสต์ทูเดย์)

 

 

 

31 พฤษภาคม 2555

 

‘ซูจี’ฝากรัฐบาลไทยดูแลแรงงานพม่า

 

“ซูจี”พบ”เฉลิม”ฝากรบ.ไทยช่วยดูแลคุ้มครองแรงงานพม่า ระบุหากสถานการณ์ในประเทศพม่าดีขึ้นจะเรียกแรงงานพม่ากลับประเทศ

 

 

 

นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันติบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( NLD ) ได้เดินทางเข้าพบร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบปะหารือที่ห้องสีฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติชาวพม่าที่ผิดกฎหมาย โดยการหารือในครั้งนี้เป็นการหารือแบบเปิด โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถเข้ารับฟังการหารือได้ ซึ่งการหารือครั้งนี้ได้ใช้หารือเวลาประมาณ 45 นาที

 

 

 

ในระหว่างการหารือ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในขณะนี้ประเทศไทยมีแรงงานชาวพม่าทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคน โดยในทั้งหมดนี้มีแรงงานพม่าที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติเป็นเรียบร้อยแล้ว 800,000 คน ซึ่งที่เหลือทางการไทยต้องการให้ทางการพม่าให้ความร่วมมือในการช่วยพิสูจน์สัญชาติด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลไทย และรัฐบาลพม่าได้มีการดำเนินการร่วมกันในการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้เห็นมีการนำเข้าแรงงานพม่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่จะให้แรงงานชาวพม่ากลุ่มดังกล่าว จะได้รับการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย และจะได้รับสวัสดิการและเข้าสู่ระบบการประกันสุขภาพตามที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ นอกจากนี้รัฐบาลไทยอนุมัติเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทให้กับแรงงานทั่วประเทศ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 โดยแรงงานชาวพม่าก็จะได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย

 

 

 

ด้านนางซูจี ได้กล่าวว่า ตนต้องการให้รัฐบาลไทยดูแลแรงงานชาวพม่าที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยในด้านต่างให้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้ที่ผ่านมาตนได้รับการสะท้อนปัญหาจกาตัวแทนแรงงานพม่าที่ทำงานอยู่ที่จ.สมุทรสาคร ทราบว่ามีการรีดไถเงินแรงงานพม่า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวชี้แจงว่า ยอมรับว่าปัญหานี้เคยเกิดขึ้น แต่เวลานี้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว

 

 

 

ดังนั้นจึงอยากฝากเตือนไปยังแรงงานงานชาวพม่าว่าอย่าไปฝากเงินไว้กับนายจ้าง หลังจากนั้นนางซูจี กล่าวต่อว่า ในเวลานี้ยังแรงงานชาวพม่าที่ถูกนายจ้างยึดพาสสปอร์ตเอาไว้ ส่งผลให้ลูกจ้างไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างหลังจากที่ครบสัญญาการทำงาน รวมทั้งเมื่อได้รับอุบัติเหตุขึ้นแรงงานชาวพม่าก็ไม่ได้รับยการชดเชยและดูแล ตามที่กฎหมายแรงงานได้กำหนดไว้ นายเฉลิม กล่าวตอบว่า เรื่องดังกล่าวนี้ได้มีการแก้ไขปัญหามาเป็นระยะๆ แล้ว อย่างไรก็ตามตนรับปากว่าจะนำปัญหานี้ไปแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

 

 

 

นางซูจี ยังกล่าวต่อว่า หากสถานการณ์ในประเทศพม่าเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้น ตนคาดว่าคงจะมีเรียกแรงงานชาวพม่ากลับประเทศ อย่างไรก็ตามกรณีที่รัฐบาลไทยได้เปิดโอกาสให้เด็กพม่าที่เกิดในประเทศสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนไทยได้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยสร้างความไทยพม่าดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กชาวพม่าได้รับการเรียนรู้ภาษาไทยก็จะช่วยเป็นสื่อกลางทำความเข้าใจให้พ่อแม่กับนายจ้างได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวยว่า แรงงานชาวพม่าที่ทำงานประเทศไทยถือว่าเป็นแรงงานต่างชาติมากที่สุด ดังนั้นหากประเทศไทยไม่มีแรงงานพม่า ตนเชื่อว่านายจ้างของไทยก็อาจจะประสบปัญหาดำเนินกิจการได้

 

 

 

นางซูจี ยังได้กล่าวถึงกรณีการส่งตัวผู้หลีกภัยชาวพม่า ไปยังประเทศที่สามว่า เรื่องนี้ตนอยากจะขอให้รัฐบาลไทยเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะการส่งตัวนั้นจะต้องมีความสมัครใจด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2518 รัฐบาลไทยได้มีการดำเนินการส่งผู้หลีกภัยชาวพม่าไปยังประเทศที่สามจำนวน 7,700 คน ซึ่งรัฐบาลไทยเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องทักษะอาชีพ และการศึกษาให้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าในขณะที่ผู้หลี้ภัยยังอยู่ในประเทศไทยได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากรัฐบาลไทย นอกจากนี้ยังมียูเอ็นเอชอาร์ ได้เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย ทั้งนี้ตนขอย้ำว่าการส่งตัวผู้หลีกภัยไปนั้นจะต้องเป็นความสมัครใจแทบทั้งสิ้น (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์)

 

30 พฤษภาคม 2555

‘มาร์ค’ถก’ซูจี’ปมแรงงานพม่ารับอาเซียน

 

“มาร์ค” พบ “ซูจี” หารือจัดระเบียบแรงงานชาวพม่ารับประชาคมอาเซียน ขณะที่ “ประยุทธ์” ไม่ห่วง “ซูจี” เยี่ยมค่ายผู้อพยพพม่าที่แม่สอด ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่หละยังไม่ทราบ “ซูจี” จะไปเยี่ยมศูนย์ มอญสุดปลื้มระบุ “รอวันแม่พากลับประเทศ”

 

 

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 30 พ.ค.2555 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพบหารือกับนางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี) เนื่องในโอกาสที่นางเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก(World Economic Forum on East Asia) ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ โดยใช้เวลาในการพบปะประมาณ 20 นาที

 

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการหารือทั่วไปในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงภายในประเทศพม่า และความสัมพันธ์กับประเทศไทย ส่วนเรื่องที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเฉพาะเจาะจงคือ เรื่องของอนาคตแรงงานพม่าในประเทศไทย ซึ่งการจัดระเบียบจะเป็นเรื่องสำคัญต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน เนื่องจากการที่นางซูจีมาเยือนไทยครั้งนี้ได้พบกับแรงงานชาวพม่าในประเทศไทยและนางซูจียังได้แสดงความต้องการที่จะไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทยอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังพูดคุยถึงเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจในพม่า ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเพราะขณะนี้ธุรกิจต่างๆ ให้ความสนใจไปลงทุนในพม่ามากขึ้น รวมถึงการเติบโตของอัตราการลงทุน เรื่องค่าเงิน แต่ตัวระบบกฎหมายต้องมีการปรับปรุงและปฏิรูป นอกจากนี้ยังได้พูดคุยถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเอ็นแอลดี

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองของสองประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่ากรณีของพม่าจะพูดคุยถึงเรื่องการปฏิรูประบบเศรษฐกิจของพม่า แต่การเมืองของไทยไม่ได้พูดคุยกัน

 

เมื่อถามว่านางซูจี ได้แสดงความเป็นห่วงแรงงานพม่าในไทยอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นางซูจีได้เล่าถึงการได้ไปพบกับแรงงานพม่าและได้รับทราบถึงปัญหา เช่น ปัญหาแรงงานพม่ากับเจ้าหน้าที่ เป็นต้น ส่วนกรณีที่จะมีการไหลเข้า-ออกของแรงงานพม่านั้น คงจะมีพลวัตค่อนข้างมาก เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อมีการเปิดประเทศก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน ก็มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ค่าแรง เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมรับ

 

อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าการออกนอกประเทศครั้งแรกของนางซูจี ถือว่ามีความหมายมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า มีความหมายสำหรับทุกฝ่าย ซึ่งเขาก็ยอมรับว่า ที่จริงประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านของพม่า เขาก็ดีใจที่ไทยเป็นประเทศแรกที่ได้มาเยือน

 

“ประยุทธ์”ไม่ห่วง“ซูจี”เยี่ยมค่ายผู้อพยพพม่าอ.แม่สอด

 

ที่วัดบางกระดี่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางซูจีจะเดินทางไปเยี่ยมผู้อพยพชาวพม่าที่ อ.แม่สอด จ.ตากว่า ไม่เป็นไร เป็นกระบวนการตามประชาธิปไตยและรัฐบาลดูและอยู่แล้ว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลอยู่แล้ว คิดว่าเราต้องให้การดูแลและช่วยเหลือเขา และให้เขาช่วยดูแลคนของเขา ต่อไปในอนาคตคนที่มาเป็นแรงงานในประเทศไทย ถ้าถูกกฎหมายก็ไม่เป็นไร แต่ผู้ผิดกฎหมายจะต้องนำกลับไปอยู่ของเขาให้มากที่สุด ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล และผู้อพยพที่อยู่ในศูนย์จะต้องส่งกลับให้ได้มากที่สุด ซึ่งตามระเบียบกฎหมายในตามปกติเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดูแล ทหารเพียงติดตามสถานการณ์ ประชุมด้านการข่าวร่วมกัน หากมีความจำเป็นก็จะจัดกำลังสนับสนุนตามการร้องขอในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

 

ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่หละยังไม่ทราบ”ซูจี”จะไปเยี่ยมศูนย์

นักเรียนชาวกะเหรี่ยง ในโรงเรียนของผู้ลี้ภัย ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ บ้านแม่หละ ตำบลแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ยังไม่ทราบเรื่องที่นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี. หรือ สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยพม่า ในโอกาสที่จะไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยที่บ้านแม่หละ เพียงแต่ทราบข่าวว่า ได้เดินทางมาประชุม WEF. ที่กรุงเทพมหานคร และมีแผนที่จะเดินทางไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยบ้านแม่หละ

 

ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการพื้นที่พักพิงบ้านแม่หละ และเจ้าหน้าที่ไทยที่ควบคุมดูแลพื้นที่พักพิงบ้านแม่หละยังไม่ได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการกรณีนางอ่องซาน ซูจี จะเข้าไปเยี่ยมผู้ลี้ภัย นอกจากนี้ภายในพื้นที่พักพิงยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนฝ่ายครูสอนหนังสือยังคงสอนหนังสือเช่นเดิม แต่เด็กนักเรียนส่วนมากอยากให้นางอองซาน ซูจี ไปพื้นที่พักพิง

 

นายทุน ทุน คณะกรรมการพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ ตำบลแม่หละ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน้าที่ไทย ที่ดูแลพื้นที่พักพิง จึงยังไม่ได้เตรียมการอะไร แต่อยากให้นางอองซาน ซูจี เดินทางไปพบกับผู้ลี้ภัย เพราะนางเป็นคนของชาวพม่า และชาวโลก

 

ผู้ว่าฯตากสั่งตำรวจทหารพร้อมรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยถึงการเดินทางเยือน อ.แม่สอด ของนาง อองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดีว่าขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนเพียงแต่ทราบว่าสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลศูนย์พักพิงชั่วคราวของผู้ลี้ภัยสงครามกำลังประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ตามในระดับพื้นที่ได้มอบหมายให้งานกิจการชายแดนติดตามข้อมูลอยู่

ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ระบุว่า เบื้องต้นได้ประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตากและผู้ บัญชาการกองกำลังนเรศวรที่ดูแลพื้นที่ชายแดนให้จัดเตรียมแผนรักษาความปลอดภัยในระดับสูงสุด เนื่อง จากนางซูจีมีสถานภาพเป็น ส.ส. ของพม่า ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของชาวพม่าและบุคคลสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อการเมืองระดับประเทศ

 

รายงานแจ้งว่านางซูจีมีแผนเยี่ยมแรงงานข้ามชาติชาวพม่าใน อ.แม่สอด และเดินทาง เยี่ยมแรงงานที่คลีนิคแม่ตาวของแพทย์หญิงซินเธีย หม่อง รวมทั้งอาจจมีการหารือนอกรอบกับผู้นำชนกลุ่ม น้อยในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า

 

สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นศูนย์อพยพขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 1,150 ไร่ มีผู้อพยพ 31,983 คน แบ่งเป็นผู้หนีภัยสงคราม 20,445 คน ที่เหลือเป็นผู้พลัดถิ่นในบริเวณศูนย์พักพิงเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีโรงเรียนประถมศึกษา 18 แห่ง โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 3 แห่ง และมัธยมศึกษาตอนปลายอีก 8 แห่ง โดยที่ผ่านมาสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติและองค์กรพัฒนาเอกชนทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาให้การช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการสาธารณสุขและการศึกษา

 

“มอญ”สุดปลื้ม”ซูจี” ระบุ”รอวันแม่พากลับประเทศ”

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเยือน จ.สมุทรสาครของนางซูจีนั้นได้รับการตอบรับจากแรงงงานพม่าเป็นอยางดี นางมะ โช ชาวมอญ ซึ่ระบุว่าอยู่ประเทศไทยมากว่า 20 ปี และประกอบอาชีพเป็นล่ามภาษาพม่า แผนกลูกค้าสัมพันธ์ รพ.วิชัยเวช ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าปลาบปลื้ม และดีใจสุดซึ้งที่ได้เจอนางซูจี พร้อมระบุว่า รู้ว่านางซูจีไม่เคยลืมพี่น้องแรงงานชาวพม่า พวกเราทุกคนรอวันที่แม่พากลับประเทศ กลับไปอยู่ใต้ร่มเงาของแม่ที่พม่า (คมชัดลึก)

 

30 พฤษภาคม 2555

‘ซูจี’ดีใจได้พบพี่น้องชาวพม่าขอให้อดทน

    

“อองซาน ซูจี”ปราศรัยทักทาย ชาวพม่า20นาที กองทัพสื่อไทย-เทศเฝ้ารอทำข่าวแน่น เตรียมพบ”อภิสิทธิ์”เวลา15.00 น.

เมื่อเวลา 10.10 น. นางออง ซาน ซูจี เดินทาง ถึงมหาชัยวิลล่า ซอย 9 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้ขึ้นปราศรัยจากตึกชั้น 3 ห้องสมุดในอาคารเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ โดยชาวพม่าในไทยที่มารอต้อนรับต่างโห่ร้องปรบมือแสดงความดีใจเมื่อได้เห็นนางอองซานซูจีปรากฏตัว โดยนางอองซาน ซูจี กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่เห็นพี่น้องชาวพม่ามากันเยอะ โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า แม่เดินทางประเทศไทยก็เพื่อรับทราบทุกข์สุขของพี่น้องชาวพม่า แม่ไม่เคยลืม และจะนำเรื่องปัญหาทุกข์ร้อนที่พบเจอไปหารือกับรัฐบาลไทยเพื่อแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่ขอให้ใช้ความอดทน ใครได้รับมอบหมายหน้าที่จากนายจ้างไว้อย่างไร ก็ให้ทำงานอย่างเต็มที่ และขอให้รอเวลา แม่จะพยายามหาทางพัฒนาประเทศพม่าเพื่อให้พวกเราทุกได้เดินทางกลับประเทศ และนำทักษะความรู้ ที่มีอยู่ไปพัฒนาชาติ ขอให้ทุกคนทำงานเต็มที่อย่าให้เสียชื่อประเทศชาติได้ ซึ่งใช้เวลาปราศรัยประมาณ 20 นาที

 

ขณะที่สื่อไทยและต่างประเทศและบรรดาพระสงฆ์ชาวพม่านับพันคนต่างเฝ้ารอนางอองซานซูจีเดินทางลงมาจากตึกที่ปราศรัยอย่างใกล้ชิด ดาดว่าในขณะนี้กำลังร่วมพูดคุยกับตัวแทนแรงงานข้ามชาติและครอบครัว ที่ศูนย์เรียนรู้แรงงานข้ามชาติ ของเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN)

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอองซาน มีแผนที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันที่บริษัทยูนิลิเวอร์ ย่านลาดกระบัง จากนั้น จะเดินทางไปหารือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ที่โรงแรมแชงกรีลา ในเวลา 15.00 น. (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์)

 

 

 

30 พฤษภาคม 2555 

ภารกิจ’ซูจี’ต่อความหวังแรงงานพม่าในไทย

 

การเดินทางมาเยือนไทยของนาง “ออง ซาน ซูจี” หัวหน้าพรรคพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เพื่อเข้าร่วมประชุมการพัฒนาในระดับภูมิภาค (World Economic Forum on East Asia : WEF) อันเป็นเวทีที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-1 มิถุนายน ทั้งนี้นอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุมในระดับสากลแล้ว นางซูจียังมีภารกิจเพิ่มเติมด้วยการจะเดินทางมายังศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่าใน จ.สมุทรสาคร จากนั้นจะไปดูงานที่ตลาดค้าสัตว์น้ำใน ต.มหาชัย ซึ่งบริเวณดังกล่าวถือเป็นย่านที่พักอาศัยขนาดใหญ่ของแรงงานพม่า ตามด้วยการเดินทางสังเกตการณ์ศูนย์ศึกษาเรียนรู้แรงงานต่างด้าว ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยภารกิจทั้งหมดเกิดขึ้นโดยมี “เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน” เป็นผู้ประสานงาน

 

จากภารกิจทั้งหมดของนาง “ซูจี” สิ่งที่น่าสนใจและต้องจับตามองอย่างยิ่ง คือการให้น้ำหนักเรื่องการทำงานของ “ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า” ซึ่งศูนย์ดังกล่าวมีภารกิจหลังในการทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนพิสูจน์สัญชาติแรงงานจากพม่าที่เข้ามาทำงานใน จ.สมุทรสาคร ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 มิถุนายน ตามเส้นตายของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงด้วยจำนวนแรงงานพม่าที่หลั่งไหลเข้ามาลงทะเบียนพิสูจน์สัญชาติมากกว่าวันละ 2,000 คนต่อวันต้องประสบปัญหาเรื่องข้อจำกัดในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่พม่าที่มีเพียง 10 คน ทำให้แต่ละวันศูนย์ดังกล่าวสามารถพิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่าได้เพียง 700 คนเท่านั้น ทั้งนี้หากคิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยจะพบว่าแต่ละวันมีแรงงานพม่าตกค้าง 1,300 คนต่อวัน และคาดว่าเมื่อถึงวันครบกำหนดที่วางเอาไว้ จะเกิดปัญหาแรงงานไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติตกค้างมากกว่า 4 หมื่นคน

 

ขณะเดียวกันตัวเลขรวมของแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในบัญชีของการยื่นเรื่องพิสูจน์สัญชาติเพื่อการได้รับสิทธิในการทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องมีมากกว่า 9 หมื่นคน ขณะที่ตัวเลขรวมของแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในสมุทรสาครมีกว่า 1.2 แสนคน นั่นหมายความว่า จะมีส่วนหนึ่งที่ต้องถูกผลักดันออกไป รวมไปถึงในกรณีที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนการพิสูจน์สัญชาติได้

 

ดังนั้นการเดินทางมาเยือนศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า จ.สมุทรสาคร ของนาง “ซูจี” ในครั้งนี้เปรียบเสมือนการจุดประกายให้แก่แรงงานพม่าในประเทศไทยที่หวังพึ่งพิงหญิงแกร่งเพื่อนร่วมชาติให้ช่วยเหลือแบ่งเบาปัญหาต่างๆ รวมไปถึงการเป็นคนกลางยื่นมือเข้าช่วยเจรจากับรัฐบาลไทยในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเพื่อผ่อนปรนต่อลมหายใจให้แก่บรรดาแรงงานพม่าจำนวนหลายหมื่นคนที่กำลังจะกลายเป็นแรงงานเถื่อนในทันทีหากไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ทันตามเดดไลน์ที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ รวมไปถึงการรับฟังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับแรงงานพม่า เพื่อนำกลับไปผลักดันเสนอเป็นนโยบายต่างๆ ต่อรัฐบาลพม่าเพื่อให้ชาวพม่าทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องตกระกำลำบากออกมาทำงานในต่างประเทศเหมือนทุกวันนี้

 

นอกจากภารกิจที่ จ.สมุทรสาครแล้ว ผู้นำฝ่ายค้านพม่ายังได้รับเชิญให้เดินทางไปที่ จ.ตากด้วย ตามคำเชิญของ พญ.ซินเธีย หม่อง แพทย์อาสมัครชาวพม่า เจ้าของคลินิกแม่ตาว ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ที่รักษาผู้ป่วยชาวพม่าตามแนวชายแดนมานานกว่า 20 ปี ซึ่งการพบปะกันในครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่นางซูจีจะได้รับทราบปัญหาต่างๆ

 

“นางซูจีเป็นผู้นำของเรา เชื่อว่าหลังจากรับทราบปัญหาของคลินิกแม่ตาวแล้ว ซูจีจะสามารถนำปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ประสานกับรัฐบาลพม่าได้ ปัจจุบันมีชาวพม่านับแสนคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และตามแนวชายแดนไทย-พม่า พวกเขาไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสัญชาติ ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไข” พญ.ซินเธียกล่าว

 

ขณะที่นายเหน่ เมียว อู ผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนซีดีซี กล่าวว่า การเดินทางมายังชายแดนไทย-พม่าของซูจี นับเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับชาวพม่า เพราะหลังจากทราบข่าวนี้ ทุกคนต่างแสดงความดีใจ และทุกคนต่างเชื่อว่าซูจีจะสามารถเข้ามาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ (คมชัดลึก)

 

 

 

29 พฤษภาคม 2555 

‘ซูจี’ถึงไทยนักข่าวไทย-เทศรอทำข่าวตรึม

 “ออง ซาน ซูจี”เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว กองทัพนักข่าวไทย-เทศ รอทำข่าวตรึม ด้านชาวพม่าสัญชาติกระเหรี่ยง-มอญ ตะโกนเรียก “เมซู” สุดเสียงสนั่นสุวรรณภูมิ

 

เมื่อเวลา 21.40 น.วันที่ 28 พ.ค.2555 นางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านประเทศพม่า ได้เดินทางมาถึงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าร่วมประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก (World Economic Forum on East Asia) ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ค. – 1 มิ.ย.นี้ ที่โรงแรมแชงกรี-ลา ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 306 โดยเมื่อนางซูจีเดินทางมาถึงได้มีตัวแทนเจ้าหน้าที่ผู้จัดการประชุมได้เข้าให้การต้อนรับ พร้อมกับได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย คอยดูแลความปลอดภัยให้กับนางออง ซาน ซูจี อย่างเข้มเข้มงวด

 

นางซูจีได้ใช้เวลาเดินทางออกจากสนามบินค่อนข้างยาก เนื่องจากมีกองทัพสื่อมวลชนทั้งไทยและเทศจำนวนมากมารอทำข่าวของนางซูจีในครั้งนี้ รวมทั้งยังมีกลุ่มชาวพม่า สัญชาติกระเหรี่ยง และมอญ จำนวนมากกว่า 50 คน มาตั้งแถวรอต้อนรับ โดยในระหว่างนางซูจีเดินทาออกจากสนามบิน กลุ่มชาวพม่าเชื้อชาติกระเหรี่ยง และมอญ ต่างตะโกนคำว่า “เมซู” ซึ่งมีแปลว่า “แม่ซู” พร้อมทั้งชูภาพโปสเตอร์ของนางซูจี โดยในระหว่างนั้นนางซูจี ก็ได้หันมาตามเสียงตะโกน พร้อมทั้งส่งยิ้มทักทาย และโบกมือ ก่อนที่จะขึ้นรถที่ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ เพื่อเข้าพักที่โรงแรมแชงการีล่า ซึ่งเป็นสถานที่การจัดการประชุมในครั้ง

แรงงานพม่าระนองตื่นเต้นติดตามข่าว”ซูจี”

 

นายโช้เด แรงงานต่างด้าวชาวพม่าจาก จ.ทวาย ซึ่งเข้ามาทำงานเป็นคนงานก่อสร้างที่ จ.ระนอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อเวลา 22.00 น.ระหว่างติดตามชมรายการข่าวข้นคนข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท.ว่าตนพร้อมเพื่อนแรงงานต่างด้าวชาวพม่าซึ่งอยู่ในบ้านพักคนงานที่ ม. 2 ต.บางนอน ได้เฝ้าติดตามดูข่าวการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของนางอองซานซูจี ซึ่งทางรายการเตรียมที่จะถ่ายทอดสดทันทีที่นางอองซานซูจีเดินทางออกจากสนามบินทำให้พวกตนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ที่จะได้เห็นนางอองซานซูจีเดินทางออกต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ภายในประเทศพม่าที่ดีขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาประเทศ และพวกตนจะมีงานทำที่บ้านและได้กลับบ้าน และทราบว่านางอองซานซูจีจะเดินทางเยี่ยมเยียนแรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลายจุดทั้งที่มหาชัยและ จ.ตาก แต่เสียดายที่ไม่เดินทางมายัง จ.ระนอง

นางเพดิว แรงงานต่างด้าวชาวพม่าอีกคนที่อาศัยภายในบ้านพักคนงานกล่าวว่าดีใจมากๆ ที่เห็นนางอองซานซูจีมาเยือนประเทศไทย ซึ่งพรุ่งนี้ตนจะไปหารูปอองซานซูจีมาติดที่บ้านพัก เพื่อเป็นการต้อนรับนางแม้ว่านางจะไม่ได้มาเยือนระนองก็ตาม และขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ต้อนรับนางเป็นอย่างดี และคาดว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศดีขึ้นและจะส่งผลดีต่อการทำงานของชาวพม่าที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทย (คมชัดลึก)

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.