Search

เวียดนามโวยได้รับผลกระทบหนักจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง ทำลายแหล่งปลูกข้าว-ประมง ประชาชน-นักวิชาการ-นักอนุรักษ์ 3 ประเทศประชุมใหญ่หาทางออก รวบรวมรายชื่อส่งข้อเสนอถึงรัฐบาล

received_998213383555280

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ที่มหาวิทยาลัยอันยาง ประเทศเวียดนาม ได้มีการจัดสัมมนาในหัวข้อ “เสียงประชาชนแม่น้ำโขง สารถึงรัฐบาลแม่น้ำโขง เรื่องเขื่อนแม่น้ำโขง” โดยมีผู้แทนชุมชนลุ่มน้ำโขงและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากประเทศไทย กัมพูชา เวียดนาม และเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งนักวิชาการจากเวียดนาม รวม 150 คน เข้าร่วม โดยดร. วัน เทิง ผู้แทนมหาวิทยาลัยอันยาง กล่าวในพิธีเปิดว่าแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านหลายประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนัก แม่น้ำโขงถูกจับจองโดยนักสร้างเขื่อน ขณะที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกลับไม่ได้รับข้อมูลแต่อย่างใด การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงที่กำลังเกิดขึ้น ควรจะมีการศึกษาเพิ่มมากกว่าเดิม ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ เพื่อสร้างกระบวนการตัดสินใจที่เหมาะสมจริงๆ

นางหวิน ที คิม เหวียน ผู้แทนจากสหพันธ์แม่หญิงจังหวัดก๋าเมา ภาคใต้ของเวียดนาม กล่าวว่าสถานการณ์ของแม่น้ำโขงกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตแล้ว เนื่องจากการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าในจีน ขณะที่ผลกระทบด้านลบตั้งแต่ปี1990 นอกจากนี้ยังมีเขื่อนไซยะบุรีที่เริ่มสร้างเมื่อปี 2555 และเขื่อนดอนสะโฮงกำลังจะตามมา โดยเขื่อนเหล่านี้กำลังจะส่งผลกระทบต่อปากแม่น้ำโขงซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยและดำรงชีพของประชาชนชาวเวียดนามใน 10 จังหวัดปากแม่น้ำโขง พบว่าการจับปลาก็ลดน้อยลง และปริมาณน้ำท่วมก็ลดลงมากถึง 1.5 เมตร เมื่อเปรียบเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง การสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงที่ผ่านนั้น ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจแต่อย่างไร พวกเรารู้สึกกังวลต่อการสร้างเขื่อนที่จะปิดกั้นตะกอนแม่น้ำและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง เราหวังว่า รัฐบาลจะรับฟังและเคารพสิทธิของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากแม่น้ำโขงบ้าง

received_10207222375293617

ทั้งนี้ในการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานแลกเปลี่ยนสถานการณ์ผลกระทบจากเขื่อนแม่น้ำโขง โดยนายลอง โสเจี๊ยด ประธานเครือข่ายชาวบ้านประมงแห่งชาติ ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า แม่น้ำโขงและปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทะเลสาบเขมรมีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่การสร้างเขื่อนทางตอนบนของแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา เช่น แม่น้ำเซกอง พบว่าในทะเลสาบเขมรมีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงไปมาก ปริมาณน้ำน้อยลงกว่าเดิมถึง 3 เมตร คุณภาพน้ำเกิดปัญหาและกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้าน และตลิ่งแม่น้ำพังทลาย ปริมาณปลาก็ลดจำนวนน้อยลง ชาวบ้านจับปลาได้น้อยลงจึงต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อไปหางานทำที่อื่น

“เขื่อนดอนสะโฮงที่กำลังจะสร้างโดยรัฐบาลลาวจะก่อให้เกิดผลกระทบมากที่สุดต่อประเทศกัมพูชา และเชื่อเช่นกันว่า เวียดนามก็จะต้องประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่น้ำจืดถูกรุกด้วยน้ำเค็ม เขื่อนเซซาน 2 ที่กำลังเริ่มก่อสร้าง ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่สร้างเขื่อนเป็นชนพื้นเมืองที่ซึ่งพึ่งพาธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง แม้ตัวชาวบ้านจะโยกย้ายได้ แต่มีหลุมฝังศพของบรรพบุรุษและป่าวัฒนธรรมของชาวบ้าน คงเป็นไปได้ยากที่ต้องถูกโยกย้ายไปด้วย นับเป็นเรื่องยากของชุมชน” นายลอง กล่าว

นายจิระศักดิ์ อินทะยศ จากกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ในรอบหลายปีที่มีการสร้างเขื่อนบนต้นแม่น้ำโขง ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูแล้งทำให้ชาวบ้านไม่สามารถปลูกผักริมตลิ่งได้ ตลิ่งพังเกิดทรุดพังทลายและที่สำคัญ การคาดการณ์ตามความรู้ของชาวบ้านเกี่ยวกับแม่น้ำได้ถูกทำลายลงไปและไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป

นายเตือง วาน กอย ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดอันยาง กล่าวว่า สถานการณ์ด้านทรัพยากรน้ำและแม่น้ำโขง บ้านวามนาว เวียดนาม เป็นที่ทราบกันว่า ตะกอนแม่น้ำโขงสำคัญมากที่ทำให้เกิดปลาแม่น้ำโขงที่หลากหลายชนิดและชาวบ้านได้พึ่งพาทางเศรษฐกิจ ในรายงานปี 2000 การไหลหลากของน้ำและปัจจุบันนี้ ไม่มีน้ำหลากอีกต่อไป ระดับน้ำมีเพียง 1.2 เมตรเท่านั้น ตะกอนลดลง ปลาก็ลงลงมากถึง 80% ซึ่งอาจถือเป็นความเสี่ยงมาก และปลาอย่างน้อย 11 ชนิดได้หายไปแล้ว เราพบว่าสาเหตุสำคัญคือ การเพิ่มขึ้นของชาวบ้านชาวประมง การใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายเช่นการช๊อตปลา และที่สำคัญคือการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนที่ปิดกั้นการไหลหลากของน้ำและการอพยพของปลา ชาวบ้านที่จับปลาไม่ได้ก็ต้องย้ายออกไปหาทำงานทีอื่น

“เราเสนอว่า ต้องมีการทำกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและต้องส่งเสริมให้ชาวบ้านเรื่องอนุรักษ์ สอนให้ชาวบ้านปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเพราะเขื่อน” นายเตือง กล่าว

ขณะที่ดร.เล ดุค ตรัง ผู้แทนคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติเวียดนาม ได้นำเสนอผลการศึกษาเรื่องผลกระทบจากการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงต่อพื้นที่ปากแม่น้ำเวียดนาม หรือ Delta Study ที่ทำการศึกษาประเมินผลกระทบเชิงปริมาณที่เกิดจากเขื่อนแม่น้ำโขงพื้นที่ศึกษา พื้นที่ทะเลสาบเขมรและปากแม่น้ำโขง โดยพบว่า ระบบการไหลหลากของน้ำ มีการขึ้น-ลงของน้ำในซำบอวันละ 2 ครั้ง ประเด็นการรุกล้ำของน้ำเค็ม ที่เข้ามากถึง 70 กิโลเมตร ส่วนประเด็นตะกอน อาหาร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการปลูกข้าวโดยเฉพาะสารไนโตรเจน ฟอสฟอรัสลดลงถึง 60% ซึ่งมีผลต่อพื้นที่ปลูกข้าวของเวียดนาม ด้านการอพยพของปลา พบว่าชนิดของปลาลดหายลงไปถึง 37 ชนิด คิดเป็น 14 % ในเวียดนาม และปริมาณลดลง 34 % ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาอพยพ ด้านเกษตรวิถีชีวิตของชาวบ้าน สูญเสียโอกาสที่จะเข้าถึงสุขาภิบาลและน้ำมากทั้งในเวียดนามและกัมพูชา

นางอ้อมบุญ ทิพย์สุนา ผู้ประสานงานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล 7 จังหวัดภาคอีสาน กล่าวว่า ประเด็น ปัญหาการสร้างเขื่อนในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยได้กลายเป็นพื้นที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนของไทยเอง บทเรียนการต่อสู้ของเขื่อนปากมูลที่ดำเนินมากว่า 16 รัฐบาลแต่กลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดๆได้ ประเด็นสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงคือ ประเด็นผลกระทบข้ามพรมแดน

“เราจะต้องส่งเสียงที่ดังและเป็นเสียงเดียวกัน เพื่อสร้างเอกภาพเสียงเดียวกัน ประเด็นเรื่องไซยะบุรี ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นเขื่อนของไทย เพราะไทยลงทุนและไทยซื้อไฟฟ้า พวกเราได้ฟ้องศาลปกครอง โดยในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ศาลจะเริ่มพิจารณาคดีครั้งแรก นับเป็นเป็นคดีแรกที่เราพยายามจะต่อสู้ร่วมกัน ในอนาคตข้างหน้า ทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิด เราจะทำอะไรได้บ้าง สภาประชาชนแม่น้ำโขงจะทำได้หรือไม่ เป็นสภาประชาชนที่ประชาชนแม่น้ำโขงได้มาพูดคุยกันถึงเรื่องปัญหาเขื่อนแม่น้ำโขงและโครงการพัฒนาต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง”นางอ้อมบุญ กล่าว

นอกจากนี้ภายหลังการสัมมนา ผู้แทนชาวบ้านจาก 3 ประเทศ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ นอกจากนี้แต่ละประเทศได้ร่วมกันรวบรวมรายชื่อจำนวน 6,463 รายชื่อ และองค์กรสนับสนุนกว่า 77 องค์กร เพื่อเตรียมยื่นให้กับตัวแทนรัฐบาลประเทศแม่น้ำโขงเร็วๆ นี้

——————-