ภาพโดย Irrawaddy
ภาพโดย Irrawaddy

ชาวบ้านที่ปลูกฝิ่นในเมืองแผ่โข่ง จังหวัดตองยี รัฐฉาน ได้ออกมาแสดงความหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากพรรค NLD ของนางซูจีจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้ชาวบ้านไม่ต้องปลูกฝิ่นอีกต่อไป โดยการหาพืชเกษตรอื่นๆ ให้ชาวบ้านปลูกทดแทน โดยชาวบ้านในพื้นที่ปลูกฝิ่นเองต่างก็ตอบรับกับนโยบาย “เปลี่ยนประเทศ”ของพรรค NLD ที่ต้องการเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

“ตามที่อองซาน ซูจี ประธานพรรค NLD เคยกล่าวไว้ว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง เราเองก็ต้องการให้เปลี่ยนแปลง เราไม่ต้องการที่จะปลูกฝิ่นอีกต่อไปแล้ว แต่ก็มีคำถามว่า แล้วจะทำอย่างไร? ในบรรดาพืชที่เราปลูกตอนนี้ มีเพียงฝิ่นที่ทำให้ชีวิตของเรามั่นคง หากเราไม่ปลูกฝิ่น แล้วเราจะทำอาชีพอะไรเพื่อเลี้ยงชีพ” หญิงวัย 60 ปี ที่ทำอาชีพปลูกฝิ่นในเมืองแผ่โข่งกล่าว

ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า ก่อนปี 2553 คนที่ปลูกฝิ่นในพื้นที่เคยทำไร่หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ข้าวโพด และทำนามาก่อน ซึ่งก็ให้ผลผลิตเป็นอย่างดี แต่เมื่อนำพืชผลไปขายสู่ท้องตลาด กลับไม่ได้ราคาที่ตั้งไว้ และทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระค่าแรงและค่าขนส่ง จึงทำให้เกษตรกรหันมาปลูกฝิ่นกันมากขึ้น ในขณะที่โครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ไม่ได้ผลดีมากนัก

เกษตรกรที่หันมาปลูกฝิ่นมีมากขึ้น เช่นเดียวกับผลผลิตฝิ่นก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้ราคาฝิ่นลดลงมากเมื่อเทียบกับปี 2556 ที่ราคาฝิ่นดิบอยู่ที่ 700,00 จั้ต (ประมาณ 19,497 บาท)ต่อ 1 จ๊อย (1.63 กิโลกรัม) แต่ในปีนี้ ราคาฝิ่นดิบอยู่ที่ 450,000 จั้ต(ประมาณ 12,534 บาท) ต่อ 1 จ๊อย ด้านสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ออกมาเปิดเผยว่า ตัวเลขของการทำไร่ฝิ่นในพม่ายังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้วที่สูงที่สุด มีการทำไร่ฝิ่นอยู่ที่ประมาณ 360,000 ไร่ ทำให้พม่ายังคงติดอันดับ 2 ของประเทศที่ปลูกฝิ่นมากที่สุดในโลกรองจากอัฟกานิสถาน

อย่างไรก็ตาม การชนะเลือกตั้งในเมืองแผ่โข่งได้ทั้งหมดของพรรค NLD ทำให้ชาวบ้านกล้าที่จะออกมาแสดงท่าทียินดีที่จะหันมาปลูกพืชอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฝิ่น

“เราไม่เป็นไร หากจะไม่สามารถปลูกฝิ่นได้เมื่อรัฐบาล NLD ขึ้นมามีอำนาจ เราเชื่อว่าพวกเขาจะมีความรับผิดชอบมากกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน” หญิงวัย 40 ปีคนหนึ่งกล่าว โดยเกษตรกรในพื้นที่เชื่อว่า หากมีความพยายามในการหาพืชเกษตรอื่นมาปลูกทดแทนฝิ่นอย่างจริงจัง รวมไปถึงมีตลาดรองรับที่มั่นคงจะทำให้สามารถหยุดการทำไร่ฝิ่นได้ในอนาคต เพราะขณะนี้เองเกษตรกรบางส่วนทางภาคใต้ของรัฐฉานต่างก็ตอบรับกับนโยบายเปลี่ยนประเทศของนางซูจีแล้ว

ที่มา Irrawaddy
แปลและเรียบเรียงโดย Transborden News

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.