Search

ความบันเทิงของคน บนความทุกข์ของช้าง

ช้าง2
ใน 1 ปี ประเทศไทยมีการจัดงานฉลองวันสำคัญต่างๆหลายครั้งระดับชาติ “ช้าง” เป็นสัตว์ประเภทเดียวที่มีส่วนร่วมในการจัดงานของคนไทยแทบทุกประเภทตามเทศกาลรื่นเริง เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติที่มีความผูกพันกับคนไทยมาเนิ่นนาน แต่ปัจจุบันช้างไทยกลายเป็นสัตว์ที่ถูกใช้ประโยชน์และถูกคุกคามเกินความเหมาะสม

เมื่อไม่นานมานี้ทีมข่าวสำนักข่าวชายขอบได้เข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันโปโลช้างที่มีนักแข่งขันจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมกิจกรรม ช้างกว่า 20 เชือกเดินทางไกลมาจากสุรินทร์สู่กรุงเทพฯ เพื่อการแข่งขันดังกล่าว ค่าใช้บริการช้างครั้งนี้แหล่งข่าววงในระบุว่าต้องจ่ายให้ทีมดูแลช้างประมาณ 1 ล้านบาทไม่รวมค่าเดินทางซึ่งงบประมาณเกิดจากผู้สนับสนุนหลายส่วนทั้งธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และธุรกิจกีฬา

ช้าง1
กลางแดดที่ร้อนระอุช้างแต่ละเชือก แต่ละทีมจะเข้าสลับกันลงมาแข่งขันรอบละ 20 นาที และมีเวลาพักประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ก่อนจะลงแข่งขันรอบใหม่ พร้อมๆกับการเปิดเพลงดังตลอดทั้งงานสลับกับการป่าวประกาศของเหล่าดีเจ

โจ (นามสมมติ) ควาญช้างรับจ้าง กล่าวว่า ช้างที่นำมาแข่งขันเป็นช้างอายุระหว่าง 7- 20กว่าปี ซึ่งเป็นช้างเลี้ยงที่ได้รับการฝึกมาดีและมีความพร้อมในการแข่งขัน เนื่องจากช้างแต่ละเชือกผ่านประสบการณ์ในการร่วมงานรื่นเริงหลายครั้ง หากแต่สภาพอากาศที่ร้อนและต้นไม้น้อยในกรุงเทพฯอาจจะส่งผลให้ช้างบางเชือกไม่ยอมทำตามคำสั่งควาญช้าง ซึ่งนักแข่งโปโลบางรายก็มีการตำหนิเล็กน้อย แต่นี่เป็นนิสัยของช้างเลี้ยงที่เมื่อสภาพอากาศแปรเปลี่ยน อีกอย่างบางเชือกก็ไม่เคยเล่นโปโลจะประหม่าเล็กน้อยยังโชคดีที่ไม่มีการทำร้ายคน มีแค่ไม่ยอมเดินซ้าย ขวาตามคำสั่งเท่านั้น ซึ่งควาญพอควบคุมได้

“ช้างที่สุรินทร์บางเชือกที่ถูกฝึกดีแล้ว พวกเขาก็ถูกเช่าโดยแคมป์ช้างจากทั่วประเทศ ที่บริการนักท่องเที่ยวให้นั่งหลังช้าง แต่ทีมของเรารับแค่งานระยะสั้น มาครั้งนี้ก็ 3-4วัน พอหารายได้เพิ่มเติมได้บ้างก็กลับ แต่บางคนก็ปล่อยเช่าระยะยาว แบบนั้นเจ้าของช้างบางคนเขาหวงช้าง เขาไม่ให้ไปทำแบบนั้นหรอก” โจ เล่า
ช้าง3

สมพรชัย โพธิ์ชาตรัตน์โชค หัวหน้ากลุ่มทีมช้างแข่งโปโล กล่าวว่า ในกิจกรรมช่วงกลางคืนทางเจ้าของงานจุดพลุไฟเพื่อเฉลิมฉลอง มีช้างบางเชือกใช้งวงตีกับพื้นและเตะฝุ่นด้วยความโมโห ซึ่งทางทีมควาญช้างได้ขอความร่วมมือให้เลิกจุดเพราะกลัวว่าช้างจะช็อค โดยหากทางเจ้าของงานไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวทางทีมบริการจะไม่รับประกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

“จริงๆ แล้วช้างสุรินทร์ ดีตรงที่มีรัฐอุปถัมภ์ แต่เชื่อมั้ยควาญช้างบางคนได้รับเงินไม่ครบตามรัฐบาลประกาศ ไม่มีใครรู้ว่าเงินรายรับที่สุรินทร์หายไปไหนบ้าง ควาญช้างกับช้างต้องอยู่ให้รอด พวกเขาเลือกไม่ได้ก็มารับงานแบบนี้ เป็นความบันเทิงเล็กๆน้อยๆที่พอจะรับจ้างได้บ้าง ให้อยู่ได้ทั้งคน ทั้งช้าง ต้องยอมรับว่าคนไทย และต่างชาติชื่นชอบกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวกับช้าง เขาเป็นสัตว์น่ารัก แสนรู้ แต่งานใหญ่แบบนี้รับบ่อยไม่ไหว เพราะช้างจะเหนื่อย แม้จะเป็นช้างเลี้ยง ไม่ใช่ช้างป่าก็ตาม จริงๆแล้วงานเล็กอย่างงานแต่ง งานบวช แบบไม่มีเครื่องเสียง แสง รบกวน ควาญช้างจะชื่นชอบมากกว่าเพราะปลอดภัย แบบนั้นราคาไม่แพง ถ้ามางานใหญ่ราคาค่าตัวดี นานๆทีรับจ้างครั้งก็พออยู่ได้ คนดูก็ชอบ” สมพรชัย อธิบาย

ขณะเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ สังคมคนรักช้างต้องช็อค เมื่อ “พังสำรวย” ช้างบริการนักท่องเที่ยวที่ปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ล้มลงภายหลังป่วยหนักเพราะตกใจเสียงพลุภายหลังอาการโคม่า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ทีมแพทย์ต้องระดมกำลังช่วยเหลือเร่งด่วน แต่ยื้อชีวิตพังสำรวยไว้ไม่ได้ เกิดคำถามตามมาว่าแล้วหน่วยงานใดจะการันตีได้บ้างว่า เหตุการณ์เศร้าสลดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับช้างไทยอีก

เป็นที่น่าตั้งคำถามอย่างยิ่งว่า สัตว์หลายประเภทมีความน่ารัก แสนรู้ เข้ากับคนได้ดีก็ยังไม่เคยมีสัตว์ชนิดใดทำงานหนักเท่ากับช้าง จากสัตว์ผู้มีบุญคุณต่อประเทศไทย. กลายมาเป็นแหล่งทำธุรกิจขนาดใหญ่ที่คนสามารถแสวงหาผลประโยชน์ตั้งแต่เกิดจนตาย

ล่าสุดในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ แหล่งท่องเที่ยวหลายที่ประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนผู้คนร่วมเล่นน้ำกับช้างไทย ซึ่งทุกปีจะเห็นทั้งช้างเต้น เล่นน้ำ ถูกจับแต่งตัวต่างๆ นานา ร่วมกิจกรรมบันเทิงทุกประเภทกับนักท่องเที่ยว เรื่องนี้ “วีรชาติ โชตินคร” นักอนุรักษ์ช้างอิสระ สะท้อนความคิดเห็นว่า การเล่นน้ำสงกรานต์กับช้างไม่ใช่เรื่องผิดถ้าไม่มีการใช้เสียง แสง สี และเครื่องมืออื่นที่รบกวนช้าง แต่ใครบ้างจะยืนยันว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะสงกรานต์ทุกปีผู้คนใช้เวลาหมดไปกับความสนุกเพียงไม่กี่วัน ฉลองงานอลังการ ดื่มแอลกอฮอล์สนุกสนาน แต่ช้างทำงานทุกวัน. จะหนักสุดคือช่วงเทศกาล ช้างต้องออกมาเจอผู้คนเพื่อตอบสนองกระแสท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นช่วงกอบโกยรายได้ที่ดี

วันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา “พังน้อย” ช้างปลดเกษียร จากเกาะช้าง จังหวัดตราด เดินทางถึงมูลนิธิบ้านช้างชรา (Elephants World) จังหวัดกาญจนบุรีหลังจากได้รับการไถ่ชีวิตจากผู้ใจบุญหลายส่วน แม้วันนี้พังน้อยจะมีสภาพผอมซูบและมีอาการป่วยจากการทำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นเหมือนบ้านพักของช้าง ซึ่งหมายความว่าพังน้อยจะไม่ต้องแบกรับภาระบริการนักท่องเที่ยวอีกต่อไป เช่นเดียวกับช้างหลายเชือกที่ไม่มีแรงในการรับใช้ธุรกิจท่องเที่ยว หรือมีข้อบกพร่องทางร่างกาย มักจะต้องยุติบทบาทสัตว์โลกแสนรู้ด้วยการพักผ่อนจนวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงอย่างไรการเข้ามาอยู่ในมูลนิธิฯ ย่อมดีกว่าการถูกลืมแล้วล้มลงอย่างไร้ความหมาย

บาร์ท บริกค์ อาสาสมัครชาวเนเธอแลนด์ ที่เคยร่วมดูแลช้างไทยมานานเกือบ 5 ปี ให้ความเห็นว่า มูลนิธิฯ ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อไถ่ชีวิตช้างป่วย ช้างพิการ ช้างชรา เพื่อดูแลช้างในวาระสุดท้าย ครั้งแรกตนก็เคยสงสัยว่าเหตุใดมูลนิธิฯไม่หาช้างพันธุ์ดีๆ เพื่อมาดูแล แต่พออยู่เป็นอาสาสมัครนานจึงเข้าใจว่า ช้างสุขภาพดีเขาต้องกลายเป็นทุนทางธุรกิจ ซึ่งหากมูลนิธิฯทำเช่นนั้น ก็ไม่เหมือนองค์กรดูแลช้าง จะเป็นองค์กรช้างเพื่อธุรกิจไม่ต่างจากที่อื่น โดยส่วนตัวจึงมองว่า หากประเทศไทยไม่สามารถยุติธุรกิจช้างเพื่อความบันเทิงได้ ช้างไทยควรมีเวลาพักผ่อนบ้างตามความเหมาะสม หรือหากจำเป็นต้องมีส่วนร่วมเพื่อกิจการ วันสำคัญใดๆ คนน่าจะต้องเคารพช้างมากกว่านี้

หากวันนี้สังคมไทยยังคงยอมรับช้างเป็นสัตว์ประจำชาติ น่าจะมีมาตรการควบคุมธุรกิจเกี่ยวกับช้างให้ดีกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนช้างกลายเป็นแหล่งทำเงินมหาศาลให้การท่องเที่ยวไทย แต่รัฐไทยยังไม่เคยมีนโยบายใดที่พัฒนาคุณภาพชีวิตช้างอย่างจริงจัง เท่าที่เห็นมีเพียงนโยบายใช้ประโยชน์จากช้างเท่านั้น


จารยา บุญมาก

///////////////////////////