
แม้ลำต้นไม่อวบใหญ่และใบไม่เขียวขจีเหมือนสวนกล้วยหอมจีนที่ผมเคยเห็นบนฝั่งลาวและที่ริมน้ำอิง อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย แต่ความสมบูรณ์ของลูกที่กำลังตกตกเครือก็ดูน่าเบิกบานใจไม่น้อย ที่สำคัญคือเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบายใจเพราะไม่มีกลิ่นยาและสารเคมีฟุ้งกระจายเหมือนสวยกล้วยหอมจีน

วันก่อนผมแวะไปสวนกล้วยหอมของเพื่อน “รักษ์พล-สายหยุด” ที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ที่นี่เป็นแหล่งใหญ่ของกล้วยหอมทอง ที่ส่งป้อนตลาดญี่ปุ่นและร้านสะดวกซื้อในประเทศ
กล้วยหอมในส่วนแห่งนี้ เครือหนึ่งมีราว 5-6 หวี(สวนกล้วยจีนมีราว 8-9 หวี) ใช้เวลาปลูกจนถึงวันเก็บเกี่ยว 9 เดือน ซึ่งมีสหกรณ์มารับซื้อและจัดการให้ โดยนับเป็นลูกๆ ละประมาณ 3 บาท
“ไม่ได้ใส่ปุ๋ยใส่ยามากมาย ใช้เท่าที่จำเป็น ตัดแต่งใบบ้าง หน่อข้างๆต้นก็ขายได้ หน่อละ 4 บาท ลูกที่ออกมาเราก็ไม่ได้ห่อ ” น้ำเสียงของเพื่อนดูปลาบปลื้ม แม้จะออกตัวว่าลูกไม่งามเท่าที่ควร แต่ภาพที่ผมเห็นคือกล้วยลูกใหญ่สีเขียวสด ซึ่งหากสุกงอมก็คงเหลืองอร่ามน่ากิน

สาเหตุที่ผมชอบเปรียบเทียบกล้วยหอมทองท่ายางกลับกล้วยหอมเขียวจีน ก็เพราะรู้สึกความลักลั่นของนโยบายที่ดูผิดทิศผิดทาง
จังหวัดเชียงรายตั้งท่าจะรับเอาเทคโนโลยีการปลูกกล้วยจีนมากระจายตามริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา โดยที่อำเภอพญาเม็งราย เป็นแห่งแรก แม้จะเป็นการเข้ามาอย่างผิดกฎหมายเพราะเป็นทุนข้ามชาติที่เข้ามาแย่งอาชีพหวงห้าม นอกจากรัฐไม่คิดเอาผิดแล้ว ยังช่วยฟอกย้อมให้บริษัทข้ามชาติกลายเป็นสัญชาติไทย เพื่อที่จะได้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง ทั้งๆที่มีเสียงท้วงติงมากมายถึงความเลวร้ายของสวนกล้วยหอมจีน โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยใช้ยาและสารเคมีอย่างหนัก แถมยังแย่งน้ำจากเกษตรกรในท้องถิ่นอีก ขนาดทางการลาวในหลายแขวงยังห้ามขาดการทำสวนกล้วยหอมจีนแล้ว แต่ราชการไทยในเชียงรายกลับไม่เปิดหูเปิดตารับรู้ เพราะเกรงใจทุนใหญ่ของจีน

ที่ผ่านมาเชียงรายต้องการสร้างพื้นที่ให้เป็นประตูการค้า แต่ประตูบานนี้กลับเปิดอ้าซ่าอยู่ตลอดเวลา จนปล่อยให้ผลิตผลและผลิตภัณฑ์ต่างๆล่องตามลำน้ำโขงจากจีนเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างสะดวกและทะลุทะลวงไปทั่วทุกภาคของไทย แม้จะเป็นพืชผลที่ไม่น่าไว้วางใจและไม่ผ่านการตรวจสอบ โดยเฉพาะ ผักและผลไม้ที่ดูงดงามและน่ากิน แต่เรากลับไม่รู้ที่มาที่ไปและแหล่งผลิตเลย เช่น แตงโม ดอกกะหล่ำปลี ถั่วลันเตา
ดอกกะหล่ำปีหัวขาวนวล ไม่มีจุดด่างหรือรอยดำใดๆ สามารถเข้ามาตีตลาดดอกกะหล่ำปลีไทยสีเหลืองๆกระดำกระด่างแตกกระเจิง โดยที่รัฐเองก็ไม่เฉลียวใจถึงภัยร้ายที่มาถึงผู้บริโภคและเกษตรกรไทย
ขณะที่แหล่งใหญ่ผลิตกล้วยหอมทองของเรา กลับทำท่าถูกล้มทับด้วยเส้นทางมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ ซึ่งตามแผนแล้วกินเนื้อที่อาณาบริเวณกว้างและผ่ากลางเรือกสวนไร่นา เห็นได้ชัดว่านโยบายของรัฐ นอกจากไม่ปกป้องแหล่งผลิตกล้วยหอมทองที่อร่อยที่สุดซึ่งแม้แต่คนญี่ปุ่นยังติดอกติดใจแล้ว ยังกระแทกซ้ำด้วยโครงการที่ย่ำยีเกษตรกรให้ทรุดลงไปอีก

“ถ้าถนนมอเตอร์เวย์มาจริง ตามที่เขาเล่ากันมาก็คงผ่ากลางสวนพอดี พื้นที่ก็คงหายไปสัก 1 ใน 3 ได้” เพื่อนดูร้อนใจเช่นเดียวกับชาวบ้านที่อยู่ในแผนที่ซึ่งถนนเส้นใหม่กำลังจะพาดผ่าน แม้ที่ผ่านมาชาวบ้านต่างร่วมกันคัดค้านเพราะถนนเส้นนี้มีความจำเป็นน้อยมาก เมื่อเทียบกับความสูญเสียของแผ่นดินทั้งในเรื่องงบประมาณและที่ดินการเกษตร แม้ขณะนี้หน่วยงานที่รัฐผิดชอบยังผลุบๆโผล่ๆปล่อยให้ชาวบ้านนอนหวาดหวั่นมานานเป็นปี
วันนี้เรื่องกล้วยๆ ทั้งกล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กลายเป็นเรื่องไม่ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก แถมยังสะท้อนความลักลั่นของนโยบายรัฐได้ชัดแจ๋ว
ที่น่าเป็นห่วงคืออนาคตเราอาจได้กินกล้วยหอมเขียวที่กำลังแพร่กระจายริมแม่น้ำโขงโดยเทคโนโลยีจีน แทนกล้วยหอมทองจากท่ายางก็ได้ หากรัฐบาลยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวถึงภัยใกล้ตัวนี้
โดย ภาสกร จำลองราช
————–