Search

NGO ชี้หลักสูตรมัธยมปลายของพม่า ส่งเสริมความไม่เท่าเทียมทางเพศ สตรีกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง

ภาพจาก www.facebook.com/RAINFALLGenderOrg
ภาพจาก www.facebook.com/RAINFALLGenderOrg

องค์กร The Rainfall Gender Studies ได้ออกมาเผยรายงานชื่อ “Gender Fairness in Curriculum” (ความเป็นธรรมทางเพศในหลักสูตรการศึกษา) ชี้ว่า นอกจากในสังคมพม่าแล้ว ในหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเฉพาะในชั้นมัธยมปลายของพม่ายังมีทัศนคติต่อผู้หญิงเป็นแค่พลเมืองชั้นสองโดยมุ่งเน้นแต่จะสอนและกำหนดกรอบให้นักเรียนหญิงต้องเป็นภรรยาและทำหน้าที่เป็นแม่เท่านั้น ในขณะที่ผู้ชายมีบทบาทที่แตกต่างออกไป โดยองค์กรชี้จำเป็นต้องฝึกอบรมครูเพื่อเปลี่ยนแนวคิดให้มีความเสมอภาคทั้งชายหญิง

ผู้จัดทำรายงานฉบับนี้เปิดเผยว่า ในหนังสือเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมปลายพม่า ทั้งบทกลอนหรือเรื่องราวในหนังสือเรียนได้กำหนดบทบาทผู้หญิงต้องทำหน้าที่เป็นภรรยาและแม่ ในบทเรียนด้านศีลธรรมได้สอนว่า การเป็นผู้หญิงหมายถึงต้องอ่อนโยน เสียสละเพื่อชาติ และเป็นผู้ที่เชื่อฟัง แต่บทบาทผู้ชายกลับต่างออกไป เช่น ต้องมีความกล้าหาญ

“ระบบการศึกษาได้มุ่งเน้นให้นักเรียนหญิงต้องเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งในสังคมของพม่าเองก็กำหนดบทบาทผู้หญิงทำอยู่แค่ 2 หน้าที่เท่านั้นคือ ภรรยาที่เพียบพร้อมและทำหน้าที่แม่ นอกจากนี้ ในหนังสือเรียนส่วนใหญ่ยังพูดถึงผู้หญิงเป็นคนทำงานในบ้านและผู้ตามที่เชื่อฟัง ในหนังสือเล่มเดียวกันกลับพูดถึงผู้ชายเป็นเพศที่แข็งแกร่งและผู้นำ” ผู้จัดทำรายงานกล่าว

การจัดทำรายงานฉบับนี้ได้มีการสัมภาษณ์นักเรียนและครูจำนวน 300 คน จากย่างกุ้ง เนปีดอว์ และรัฐมอญ โดยมีการถามคำถามเกี่ยวกับความเข้าใจวรรณคดีพม่า ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีแลกเปลี่ยนหารือกับนักเรียนและครูจากหลายพื้นที่ รวมไปถึงการสัมภาษณ์แกนนำนักศึกษา นักเคลื่อนไหวคนสำคัญและกระทรวงการศึกษาพม่าอีกด้วย

ภาพจาก www.facebook.com/RAINFALLGenderOrg
ภาพจาก www.facebook.com/RAINFALLGenderOrg

ในรายงานยังชี้ว่า ระบบการศึกษาพม่าเลือกปฏิบัติต่อนักเรียนหญิง อย่างเช่น นักเรียนหญิงต้องทำคะแนนให้ได้เยอะกว่าเพื่อนนักเรียนชายเพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ที่ดีที่สุด การกระทำเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อการเลือกอาชีพของผู้หญิง

“ระบบการศึกษาของเรายังกำหนดอนาคตของนักเรียนโดยดูจากเพศ ว่าพวกเขาเป็นชายหรือหญิง โดยไม่คำนึงถึงความสามารถหรือสติปัญญาของนักเรียน” นายอูหน่ายมิ้น หนึ่งในสมาชิกขององค์กร The Rainfall Gender Studies กล่าว

ดังนั้น เพื่อเปลี่ยนทัศนคติต่อผู้หญิง ในหลักสูตรหนังสือเรียนจึงจำเป็นต้องเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องราวของวีรสตรี ความสามารถของผู้หญิง รวมไปถึงแนวทางที่จะสร้างสรรค์นักคิดผู้หญิงขึ้นมาผ่านหนังสือและนิทาน และยังจำเป็นต้องพูดคุยหารือและอบรมครูเกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ นอกจากนี้สังคมพม่ายังต้องเปลี่ยนแนวคิดที่มีต่อผู้หญิง เช่นเดียวกับผู้หญิงเอง จะต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทางเพศด้วย ยกตัวอย่างเช่น วัดห้ามผู้หญิงเข้าไปในบางพื้นที่ ในกรณีเช่นนี้ผู้หญิงและสังคมควรตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นความจริงหรือความจำเป็น ไม่ใช่แค่ยอมรับและไม่ตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น นายอูหน่ายมิ้นกล่าว

ในรายงานยังระบุว่า การเลือกปฏิบัติทางเพศ ทั้งในระบบการศึกษา ในที่ทำงานและในชีวิจประจำวัน ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางเพศฝังรากลึกมานานในสังคมพม่า นายอูหน่ายมิ้นกล่าวว่า เพื่อสร้างความเสมอภาคทางเพศนั้น กฎหมาย สถาบันการเมือง ศาสนา และระบบการศึกษาพม่าต่างมีส่วนสำคัญ และควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง และควรมีการให้อบรมให้ความรู้ทั้งชายและหญิง รวมทั้งแนะให้โรงเรียนส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในการเรียนการสอนด้วย

ทั้งนี้ องค์กร The Rainfall Gender Studies ก่อตั้งโดยกล่มผู้หญิงจำนวน 4 คน เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องสิทธิให้กับผู้หญิงและทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงค่านิยมในสังคมที่เอารัดเอาเปรียบและกดขี่ผู้หญิง รวมไปถึงการต่อสู้การกีดกันทางเพศ นอกจากนี้ยังเผยแพร่นิตยสารเกี่ยวกับผู้หญิงอีกด้วย

ที่มา Irrawaddy
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ