received_10211272380621219
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 นางสาววัชรี จันทร์ช่วง ผู้ประสานงานเครือข่ายคัดค้านเขื่อนท่าแซะ จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ในเย็นวันเดียวกันนี้ พนักงานขับรถบัส 3 ราย ที่กำลังขับรถไปรับชาวบ้านหมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร จำนวน 150 คน เพื่อเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และทำเนียบรัฐบาล เพื่อคัดค้านการสร้างเขื่อนท่าแซะ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ โดยได้ถูกทหารจากค่ายเขตอุดมศักดิ์ มณฑลทหารบกที่ 44 ควบคุมตัวไปไว้ที่ค่ายทหาร

นางสาววัชรี กล่าวต่อว่าเมื่อวาน (19 กุมภาพันธ์) ทหารเชิญตัวตนและแกนนำชาวบ้านรวม 15 คนไปพบที่ค่ายอุดมศักดิ์ ซึ่งตนและแกนนำไม่ได้ขัดคำสั่งใดๆ โดยชาวบ้านได้ร่วมเดินทางไปให้กำลังใจกันประมาณ 200 คน และตนได้ชี้แจงแล้วว่าประสานงานไปยังทำเนียบรัฐบาลและ กสม.แล้ว และยืนยันว่าไม่ได้เดินทางเข้ากทม.เพื่อชุมนุม เพียงแต่เข้าไปยื่นหนังสือกรณีเขื่อนท่าแซะซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อชุมชนเท่านั้น จึงไม่อยากให้ทหารกังวลมากเกินไป ทั้งนี้กลุ่มราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะมีแผนจะเดินทางมาพบ กสม.ตั้งแต่มีข่าวว่าจังหวัดชุมพรและกรมชลประทานเตรียมเดินหน้าผลักดันการก่อสร้างโครงการเขื่อนท่าแซะ

“เราโดนเชิญตัวโดยไม่มีหนังสือ ไม่มีเอกสารอะไรเลย ไม่เข้าใจว่าทหารจะกลัวเราทำไม เราไม่ได้หวังร้าย เราพูดดีๆ และไม่คิดว่าจะห้ามเราหนักขนาดนี้ ขณะนี้ดิฉันและชาวบ้านยังรอฟังข่าวคนขับรถถูกเชิญไปยังในค่ายอยู่” นางสาววัชรี กล่าว

ทั้งนี้ โครงการเขื่อนท่าแซะเป็นเขื่อนที่มีความจุประมาณ 157 ล้านลบ.ม. พื้นที่น้ำท่วมประมาณ 6,800 ไร่ โดยจะทำให้เกิดน้ำท่วมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประมาณ 1,600 ไร่ และส่งผลกระทบที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ต.สองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ประมาณ 500 ครอบครัว แต่เนื่องจากมีโครงการดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างต่อเนื่อง ในปี 2551 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ชะลอโครงการดังกล่าวเอาไว้ก่อน โดยนับตั้งแต่โครงการแก้มลิงหนองใหญ่และคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตักดำเนินการแล้วเสร็จ ทำให้ไม่เกิดน้ำท่วมตัวเมืองจังหวัดชุมพรอีกเลย โครงการดังกล่าวจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.