สำนักข่าว VOA ภาษาลาว รายงานเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ว่า รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว EDL กำลังเผชิญปัญหาหนี้สินมากขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศและจัดเก็บค่าใช้ไฟฟ้าจากภาครัฐไม่ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้นายคำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ ยอมรับว่า รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว EDL กำลังเผชิญปัญหาหนี้สินเพิ่มสูงขึ้น โดยมีสาเหตุจากการกู้ยืมเงินทุนจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า และการขยายโครงข่ายสายส่งกระแสไฟฟ้าในประเทศ ควบคู่กับการจัดเก็บค่าใช้ไฟฟ้าไม่ได้ตามเป้าหมายนั้น ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าในภาครัฐบางนั้น คือเป็นภาคส่วนที่จัดเก็บค่าไฟฟ้าไม่ได้มาก

“ที่จริงมีหนี้สินสองยอด อันหนึ่งเป็นหนี้ต้องรับ อันสองเป็นหนี้ที่ต้องส่ง หนี้ต้องรับคือต้องเข้าใจว่า เราผลิตพลังงานไฟฟ้ามาแล้วมันก็ต้องสนองให้แก่ผู้ใช้ แต่ว่าการใช้พวกเราจำนวนหนึ่ง การพัฒนาก็ยังไม่ได้เข้มงวด จึงทำให้เกิดมีหนี้ ซึ่งปัจจุบันสูงขึ้น แม้กระทั่งตัวของสำนักงานของภาครัฐก็ยังไม่ได้เอาใจใส่ในการชำระสะสางหนี้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาหนึ่ง ซึ่งพวกเราก็อยากเรียกร้องสุดขีดว่า ขอให้เอาใจใส่กัน”นายคำมะนี กล่าว

ทั้งนี้จากการอ้างอิงตามรายงานของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว ระบุว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุดทั่วประเทศลาว ในปี 2015 อยู่ที่ระดับ 989 เมกะวัตต์ และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,180 เมกะวัตต์ในปี 2016 คิดเป็น 20 % แต่สำหรับในปี 2017 นี้ ความต้องการไฟฟ้าในลาวจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,579 เมกะะวัติ หรือ เพิ่มขึ้นอีก 60% เมื่อเทียบกับปี 2015 และ 33 % เมื่อเทียบกับปี 2016 โดยภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวนี้ยังทำให้คาดหมายได้ว่า การใช้ไฟฟ้าในลาวจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,862 เมกะวัติในปี 2020 และ 7,093 เมกะวัตต์ในปี 2030 โดยในปัจจุบันนี้ ลาวมีแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ 41 แห่ง และโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1 แห่ง มีกำลังติดตั้ง 6,300 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 33,315 ล้านกิโลวัตต์/ชม./ปี เพิ่มขึ้นถึง 200 เท่านับตั้งแต่ปี 1975 ถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของลาวขยายตัวในอัตรา 7% อีกด้วย ส่วนการขยายโครงข่ายส่งกระแสไฟฟ้าไปถึงประชาชนแล้วกว่า 1,010,100 ครัวเรือน คิดเป็น 90 % ของครัวเรือนทั้งหมด จึงยังเหลืออีก 122,800 ครัวเรือน ที่จะต้องขยายสายส่งกระแสไฟฟ้าไปให้ถึงทั้งหมดในปี 2020 ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะทางการลาวในระดับศูนย์กลางและท้องถิ่น ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับบริษัทเอกชนและต่างชาติเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งพลังงานไฟฟ้าไปแล้ว 357 โครงการ มีกำลังติดตั้ง 26,147 เมกะวัตต์ และผลิตกระแสไฟฟ้าได้รวมกันถึง 115,118 ล้านกิโลวัตต์/ชม/ปี

ขณะที่รัฐบาลลาวได้วางเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2020 จะมีเขื่อนไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้วสำเร็จเพิ่มขึ้นอีก 48 โครงการ ซึ่งจะทำให้ลาวมีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็น 90 โครงการ มีกำลังการติดตั้ง 14,000 เมกะวัตต์ ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 70,000 ล้านกิโลวัตต์/ชม./ปีในปี 2020 ซึ่งถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการพัฒนาลาวให้เป็นผู้ส่งออกไฟฟ้ารายใหญ่ก็คือกาเป็น “หม้อไฟฟ้าของเอเชีย”ในระยะต่อไป

ทั้งนี้รัฐมนตรีพลังงาน ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงค์โป มีกำหนดการที่จะลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมว่าด้วยการเชื่อมต่อระบบสายส่งกระแสไฟฟ้าระหว่างกัน ในเร็วนี้ๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นทางการของ 4 ประเทศได้จัดทำข้อตกลงร่วมกันสำเร็จแล้ว
————

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.