คนริมโขงแห่ค้านระเบิดแก่ง เวทีรับฟังความเห็นถูกจวกยับ ชาวบ้านวอนรัฐบาลลงพื้นที่คุยกันโดยตรง ชี้ทุกวันนี้ขยะเรือจีนเกลื่อนแม่น้ำ หวั่นเส้นเขตแดนเปลี่ยน


เมื่อวันนี้ 22 กันยายน 2560 ที่ศาลาประชาคมบ้านแซวกลาง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย บริษัททีมคอนซัลติ้ง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์เมเนจเม้นท์ จำกัด ได้จัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนต่อขอบเขตและแนวทางการศึกษา โครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพานิชย์บนแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ในระยะที่ 2 (โครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง) โดยมีชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่นประมาณ 80 คนร่วมเวที โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างวิตกกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อ คุณภาพน้ำ ตลิ่งพัง พันธุ์ปลาแม่น้ำโขง อาชีพประมงพื้นบ้านและเกษตรริมฝั่งโขง รวมถึงแนวเขตแดนระหว่างไทยลาว

น.ส.ตรวงสรวง สกุลกลจักร ตัวแทนบริษัททีมฯ ได้นำเสนอว่าทางบริษัททีมฯ ได้รับมอบหมายให้ทำการศึกษาเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการในเขตประเทศไทย โดยจะใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 10 เดือน ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูล 2 ฤดูกาลคือ ฤดูฝน ในเดือนตุลาคม และฤดูแล้งในเดือนธันวาคมและการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการ จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรก และเมื่อทำการสำรวจข้อมูลเสร็จแล้วจะส่งข้อมูลการศึกษาให้กับบริษัทจีนที่เป็นเจ้าของโครงการเพื่อนำไปประกอบการออกแบบทางวิศวกรรมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกครั้ง ก่อนที่จะนำมาเสนอให้กับประชาชนไทยได้รับทราบช่วงต้นปี 2561 จากนั้นจะส่งรายงานให้กับกรมเจ้าท่า เพื่อปฏิบัติตามกระบวนการต่อไป

ทั้งนี้ภายหลังจากการนำเสนอของคณะผู้จัดได้มีการแบ่งชาวบ้านออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อระดมความเห็นข้อวิตกกังวลหรือคำถามต่อโครงการปรับปรุงร่องน้ำในครั้งนี้ โดยแต่ละกลุ่มมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ ว่าชาวบ้านจะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการนี้ และเกิดความห่วงใยด้านผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อแม่น้ำโขง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน โดยเฉพาะอาชีพประมง การเกษตร และการใช้น้ำจากแพสูบน้ำโขงสำหรับน้ำประปา รวมถึงประเด็นเรื่องความมั่นคง เส้นเขตแดนไทย-ลาวที่เป็นปัญหาอยู่ปัจจุบัน

นายเอกพงษ์ ศักดิ์ลอย ปลัดเทศบาลตำบลบ้านแซว กล่าวว่าจากการพูดคุยกันในกลุ่ม ชาวบ้านมีความเป็นห่วงมากต่อการระเบิดและขุดลอกแม่น้ำโขง การระเบิดแกงจะทำให้เกิดน้ำไหลเชี่ยว ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลิ่งพังทลาย เรือใหญ่ที่วิ่งมาเป็นขนาด 500 ตัน จะส่งผลกระทบต่อประมงชาวบ้านหรือไม่ ถ้ามีการขุดลอก จะทำให้แนวเขตต่อประเทศไทยและเพื่อนบ้านจะสูญหาย หรือได้รับผลกระทบหรือไม่ แม้ขณะนี้ที่แม่น้ำโขงยังไม่ได้ขุดลอก เราได้ยินข่าวว่าที่บริเวณแก่งไก่ ซึ่งเป็นจุดหาไก (สาหร่ายแม่น้ำโขง) ของชาวบ้าน ก็ไม่มีแล้ว ถ้าโครงการสำเร็จแล้วคนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง มีแต่จีนเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูในพื้นที่ มารับฟังความเห็นของชาวบ้านตรงๆ ไม่ใช่ให้ตัวแทนมา ถ้าปัญหาเกิดขึ้น และระเบิดแก่งออกแล้ว ก็เอาคืนไม่ได้ วิถีชีวิต พันธุ์ปลาต่างๆ หายไป ใครจะรับผิดชอบ ทุกวันนี้รัฐบาลสร้างฝันสร้างอนาคต แต่ไม่ได้ดูปัญหา เราอยู่ท้ายน้ำทุกวัน ปลาแม่น้ำโขงหายไปมาก ไม่เหมือนเดิม

นายสมศักด์ การินทร์จินดา ชาวบ้านบ้านแซว กล่าวว่าตั้งแต่มีท่าเรือเชียงแสน และมีคนจีนกับเรือสินค้ากว่า 50 ลำ มาอยู่เป็นปี ขยะที่ลอยมาตามน้ำโขงเยอะมาก แต่ละครั้งที่พวกเขาล่องเรือมาก็มีผลกระทบกับชาวบ้าน ปัญหาน้ำขึ้นลงในแม่น้ำโขง ทำให้แพสูบน้ำของชาวบ้านต้องมีการย้ายตลอดเวลา วิถีชีวิตการทำมาหากินของชาวบ้านก็เปลี่ยนไป ถ้าให้เรือ 500 ตันเข้าม คลื่นมันจะขนาดไหน ผลกระทบของเสียงจากเรือก็อาจจะเกิดขึ้น การระเบิดหินก็จะทำให้ปลาตายเยอะ ชาวบ้านริมโขงเรานี่ได้ประโยชน์อะไรจากเรือจีนบ้าง ถ้าได้ก็แค่เพียงแบกของอย่างเดียว ความปลอดภัยในชีวิตประจำวันก็ไม่มีเลย เรือที่ผูกไว้ก็เสียหาย ดูแล้วไม่มีผลดีมีแต่ผลเสีย อยากถามว่า การมาสำรวจครั้งนี้ ความคิดเห็นของชาวบ้านมีผลสำรวจขนาดไหน ถ้าไม่เห็นชอบจะเป็นอย่างไร เพราะว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการโดยตรงมารับผิดชอบ และนักวิชาการไทยมีส่วนในการสำรวจด้วยหรือไม่ หลายคนในที่ประชุมยังเป็นห่วงเรื่องเขตแดนไทยลาว โดยเฉพาะประเด็น เกาะ-ดอนที่อยู่กลางแม่น้ำโขง เพราะชาวบ้านเคยไปทำปลูกผัก ปลูกกล้วย ตอนนี้ลาวยึดเอาไปหมด แล้วชาวบ้านจะเข้าไปทำได้หรือไม่ คราบน้ำมันที่ไหลออกมาจากเรือ ส่งผลกระทบต่อปลา แม่น้ำไหม หินและดินที่จะขุดออกมาแล้วจะเกิดอย่างไร ถ้าโครงการเกิดขึ้น จะมีมาตรการอย่างไร จะช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไร ทางบริษัทจะช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตัวแทนบริษัท CCCC ของจีนเข้าร่วมในที่ประชุมด้วย โดยนาย Chen Hui Wen วิศวกร ได้กล่าวว่าจะมีการขุดลอกแม่น้ำโขงมีความกว้าง 50 เมตร ลึกก 2.5 เมตร และขั้นตอนปัจจุบันคือ มารวบรวมข้อมูลและสำรวจพื้นที่ ตามกฎหมายของไทย ได้มอบหมายงานการศึกษาให้บริษัททีมฯ รับผิดขอบ การจัดประชุมและรวบรวมข้อมูลความวิตกกังวลเพื่อแจ้งให้บริษัทราบ ในการวิจัยต่อไปคือ จะเอาข้อมูลและปัญหาของประชาชนไทย มาพิจารณาในการออกแบบระบบนิเวศที่กระทบต่อชาวบ้าน ตามข้อตกลง 4 ประเทศ ในที่สุดการทำงานวิธีการทำทั้ง 4 ประเทศต้องตกลงกันว่าจะทำหรือไม่ การสำรวจกับการวิจัยและวิเคราะห์และไม่ใช่เฉพาะจีน แต่มีผู้เชียวชาญทั้ง 4 ประเทศด้วย ผลการวิจัยจะส่งให้รัฐบาลไทยและประกาศและแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบด้วย

อนึ่งในเอกสารประกอบการประชุมระบุว่า แนวทางการปรับปรุงร่องน้ำแม่น้ำโขง ช่วงบริเวณต.บ้านแซว ต.เวียง ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน ต.ริมโขง อ.เชียงของ ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และการย้ายเอาเอาหินออกจากบริเวณร่องน้ำทางเดินเรือได้แก่ แม่น้ำโขง เขต ต.ริมโขง ต.เวียง อ.เชียงของ ต.หล่ายงาว ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น การทำเขื่อนป้องกันหาดบริเวณสันดอนด้วยวิธีการทิ้งหินเป็นหลัก ในเขต ต.เวียง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ต.ริมโขง อ.เชียงของ ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น

ทั้งนี้บริษัททีมฯ ได้รับมอบงานจากบริษัท CCCC Second Harbor Consultants เพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง โดยในระยะที่ 1 ของโครงการเป็นการดำเนินการสำรวจออกแบบความเป็นไปได้และจำทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของแต่ละโครงการและได้รับการรับรองจาก 4 ประเทศ ใช้เงินทุนประมาณ 1.2 พันล้านหยวน ประมาณ 12,600 โดยรัฐบาลจีนสนับสนุนทุนผ่านกองทุน China – ASEAN Maritime Cooperation Fund

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.