
ชาวบ้านเล่าว่าตอนนี้ถ่ายภาพจระเข้ได้แน่ๆ 6 ตัว ยังมีอีกหลายตัวที่เดินไปจ๊ะเอ๋แต่ไม่ได้ถ่ายภาพเอาไว้ โดยเฉพาะจระเข้เด็กๆที่อยู่ตามคบไม้
ผมฟังข้อมูลจาก “กลุ่มเที่ยวไทยไปชมภู”ด้วยความตื่นใจเหมือนกับได้มานอนใกล้บ่อจระเข้น้ำจืดที่หาได้ยากเต็มทีในประเทศไทย
เรามาถึงบ้านชมภู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่บ่าย ประสานงานไว้กับชาวบ้านให้พาไปนอนในป่าทุ่งแสลงหลวงริมคลองชุมภู
ผมและเด็กๆช่วยกันกางเต้นท์ในจุดที่งามเหลือล้นซึ่งเป็นแผ่นหินใหญ่ชะโงกออกไปในลำน้ำ มองเห็นโขดหินและสายน้ำไหลลัดเลาะป่าใหญ่ไกลสุดตา
“จระเข้ที่นี่ไม่เคยทำร้ายใคร เขากินแต่ปลา แม้แต่เป็ดเลี้ยงของชาวบ้านมาหากินในคลอง ยังไม่เคยหายเลย” ชาวบ้านต่างยืนยันในมิตรภาพอันดีระหว่างคนกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่มากมายในคลองชมภู จนมีพ่อค้าต่างถิ่นมารับซื้อหนังไปขายมากมาย โชคดีที่ยังเหลือหลุดรอดอยู่บ้างถึงปัจจุบัน

“ถ้าร่วมกันอนุรักษ์จริงๆ ผมเชื่อว่าที่นี่เป็นแหล่งจระเข้น้ำจืดที่สำคัญได้ โดยเฉพาะถ้าไม่ปล่อยให้คนเห็นแก่ตัวหากิน”ความซับซ้อนของอิทธิพลในพื้นที่ทำให้ชาวบ้านชมภูรู้สึกกังวลใจว่าแหล่งธรรมชาติแห่งนี้จะถูกทำลาย “เราเคยเจอไข่จระเข้หลายครั้ง เคยเจอตัวเล็กๆด้วย แต่ถ่ายภาพไว้ไม่ทัน”
ชาวบ้านเชื่อว่าตามเกาะแก่งต่างๆในลำน้ำชมภูมีวังจระเข้อยู่หลายแห่ง บางแห่งเป็นช่องลึกเข้าไปและยังไม่มีใครกล้าดำเข้าไปสำรวจ บางแห่งเชื่อว่ามีลำน้ำใต้ดินเชื่อมไปถึงใต้ภูเขา
“วันก่อนที่มีช้างตกน้ำชาวบ้านก็พยายามช่วยเต็มที่ พวกเราเสียใจมากที่เขาไม่รอด บางคนถึงกับร้องไห้” ชาวบ้านเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อกลางเดือนตุลาคม 2560 ที่มีช้างป่าพลัดตกลงไปในคลองช่วงน้ำหลาก แม้หลายหน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือช้างขึ้นมาได้ แต่ท้ายสุดก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้และกลายเป็นบทเรียนแสนเศร้าที่ชาวบ้านจดจำโดยเฉพาะวิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่แทบไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าภาพเพราะโยนกันไป-มา
ทั้งช้างป่าและจระเข้น้ำจืดเป็นตัววัดความอุดมสมบูรณ์ในป่าแถบบนี้ได้ชัดแจ๋ว แต่แทนที่ภาครัฐจะเห็นความสำคัญกลับคิดถึงแต่โครงการที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กรมชลประทานยังตั้งท่าเดินหน้าสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำชมภู แต่ชาวบ้านรวมแรงร่วมใจกันคัดค้านเพราะเชื่อว่าจะทำลายความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่เป็นเหมือนสวนทางธรรมชาติหลังบ้านของชุมชน แม้หน่วยงานทหารบางแห่งรับปากกับชาวบ้านไว้ว่าจะยังไม่มีการก่อสร้างใดๆ แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ไว้ใจเพราะยังมีทหารที่สนิทสนมกับนักสร้างเขื่อนมาด้อมๆมองๆพื้นที่อยู่บ่อยๆ
ชุมชนชมภูเห็นว่าผืนป่าและผืนน้ำแหล่งนี้ควรเปิดให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และทำเป็นข้อเสนอส่งไปยังอุทยานฯถึง 3 ครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหายไป ขณะที่ชาวบ้านยังคงเดินหน้าดุ่ยๆตามมีตามเกิด แต่บางเรื่องที่ใหญ่เกินไปก็ควรเป็นเรื่องที่หน่วยงานรัฐซึ่งกภาษีของประชาชนน่าจะเข้ามาดูแลโดยการปรึกษากับชุมชน แต่กลับรีๆรอๆเหมือนอยากเห็นเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเข้ามาแทนที่ป่า
จระเข้น้ำจืด ช้างป่า ลำน้ำชมภู ดอกไม้หิน“ศิลาวารี”และป่าใหญ่ทุ่งแสลงหลวงที่ผูกโยงอยู่กับวิถีชีวิตชุมชนล้วนแล้วแต่น่าศึกษา หากจัดให้เป็นห้องเรียนใหญ่ทางธรรมชาติเพื่อคนในสังมได้เรียนรู้ร่วมกันก็คงงดงามยิ่ง
เสียดายที่เราอยู่ในยุคที่นักปั้นโครงการก่อสร้างและเป็นอริต่อสิ่งแวดล้อมเกาะกุมแนบแน่นอยู่กับผู้มีอำนาจ ทำให้ทรัพยากรชาติตกอยู่ในภาวะ“เสี่ยง” ยามนี้ชาวบ้านทุกหัวระแหงจึงได้แต่ประคับประคองกันไปให้พ้นช่วงห้วงวิกฤตนี้ไปก่อน
การจะมุ่งหวังให้ผู้มีอำนาจบริหารประเทศทำอะไรดีๆที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติคงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป
/////////////////////
ภาสกร จำลองราช