ผู้เฒ่าไร้สัญชาติโอด ร่วมสืบสานภูมิปัญญา-พัฒนาประเทศมาจนแก่ กลับไม่มีสถานะในสังคม

 

แม่เฒ่าม้งโชว์เป่าใบไม้สื่อสารข้ามดอย เผยลูก 4 คนได้บัตรประชาชนหมด แต่แม่กลับตกสำรวจ ทำเรื่องหลายรอบแต่ไม่เป็นผล

 

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่บริเวณบ้านใกล้ฟ้า บนดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา ได้จัดงานวันผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ครั้งที่ 2 โดยมีผู้เฒ่าจาก 11 กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน จำนวนกว่า 300 คน เข้าร่วม ทั้งนี้นายชาติชาย สงวนพวงษ์ ปลัด จ.เชียงราย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวว่า ปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่า จำนวนบุคคลที่มีปัญหาไร้สัญชาติ ไร้สถานะในจังหวัดเชียงรายกว่า 47,000 ให้สัญชาติไปแล้ว 17,000 คน อยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 20,000 คน ซึ่งปัญหาและอุปสรรคและข้อจำกัดของการดำเนินการเพื่อขอสัญชาติมีหลายกรณี อาทิ การเดินทางเข้าเมืองจากพื้นที่ห่างไกล เรื่องภาษา พยานเอกสารสูญหาย ทำให้หลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ กลายเป็นบุคคลที่มีปัญหาเรื่องสถานะ ต้องทนอยู่กับสภาพบุคคลที่ไร้สิทธิไร้เสียง เพียงเพราะไม่มีหลักฐานการเป็นคนไทย อย่างถูกกฎหมาย ทั้งที่ความจริง ความหลากหลายของภาษา ภูมิปัญญาและการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมั่นคง ที่เกิดจากกลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีมากมาย

 

นอกจากนี้ภายในงานได้มีการเสวนาเรื่องภูมิปัญญาผู้เฒ่า โดยมีตัวแทนผู้เฒ่าจากชนเผ่าต่างๆร่วมพูดคุยบนเวที มีนางนิรมล เมธีสุวกุล เป็นผู้นำเนินรายการ ซึ่งนายเส่ยเก สามพันวนา ผู้แทนผู้เฒ่า ชาวปะกากะญอ จากลุ่มน้ำสาละวิน กล่าวว่า ชาวปะกาเกอญอมีกฏเกณฑ์ในการดำรงค์ชีวิตคือ เมื่อใช้อะไรจะต้องรักษาสิ่งนั้น ใช้ป่าต้องรักษาป่า ใช้น้ำก็จะต้องรักษาน้ำ การใช้ชีวิตของชาวปะกากะญอที่อยู่ในป่า จะต้องพึ่งพาป่าเช่น ใช้สมุนไพร เพื่อรักษาร่างกาย ทั้งบำรุง และรักษายามป่วยไข้ จึงต้องดูแลทรัพยากรในป่าดุจดูแลชีวิตของตัวเอง

นายอาบออาแม แซ่เบวกู ชาวอาข่า ซึ่งเป็นช่างตีเงิน อายุ 62 ปี กล่าวว่า ตนมีสถานะเป็นต่างด้าว ที่รอแปลงสัญชาติมานานกว่า 10 ปี ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนสถานะได้ ทั้งนี้มีลูก 7 คน ทุกคนได้รับสัญชาติไทยหมดแล้ว เพราะเกิดในประเทศไทย ส่วนตนกับภรรยา ยังไม่ได้รับอยู่ระหว่างเดินเรื่อง ความลำบากที่เกิดขึ้นมีหลายอย่าง เช่น ป่วยเป็นโรคปวดกระดูก เพราะนั่งทำงานเป็นเวลานาน เมื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาล จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก ล่าสุดที่โรงพยาบาลแม่จัน คิดว่ารักษาตนถึง 30,000 บาท เพราะไม่มีสวัสดิการใดๆเลย ที่เสียใจมากคือ เมื่อลงจากดอยไปหาหมอมักจะถูกตำรวจ การถูกตำรวจเรียกขอค่าปรับเวลาเดินทางไปยังพื้นที่ไกลเกือบทุกครั้ง แม้มีหนังสือเดินทางในฐานะชาวต่างด้าวที่เข้าเมืองถูกกฎหมายก็ตาม แต่ภาษาไทยที่ไม่ดีพอ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมองข้ามความสำคัญทางเอกสาร ถูกปรับเป็นประจำ ขณะที่เวลาเดินทางเร่งด่วนยามเจ็บป่วย ต้องจ้างคนแบกหาม เช่ารถจากเพื่อนบ้านลงไปหาหมอในเมือง เพราะไม่มีสิทธิซื้อรถ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีนั้น นางยิ่ง แซ่ย่าง ผู้เฒ่าเผ่าม้งวัย 80 ปีจาก ดอยยาวผาหม่อน อ.เวียงแก่น จ.เชียงรายได้สาธิตวิธีการเป่าใบไม้ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยบอกว่า การเป่าใบไม้นั้นเป็นการสื่อสารของชาวม้ง ที่สามารถใช้ใบไม้อ่อนทุกชนิด โดยเฉพาะใบกล้วย เป่าเพื่อต้องการสื่อสารว่า ทำอะไรอยู่ที่ไหน อย่างไร การสื่อสารวิธีการดังกล่าว ทำได้ไกลจากดอยหนึ่งไปยังดอยอีกลูกหนึ่งได้ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือสื่อสารทันสมัยเลย ภูมิปัญญาแบบนี้ ชาวม้งมีความชำนาญกันดี แต่น่าเสียดายว่า คนที่สามารถเป่าใบไม้ และเข้าใจภาษาใบไม้เช่นนี้ หาได้น้อยลงเรื่อยๆ ทั้งนี้การสาธิตเป่าใบไม้ของแม่เฒ่าได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

 

“เราอยู่เมืองไทยมาตั้งแต่เกิด เลี้ยงลูกๆทั้ง 4 คนจนเติบใหญ่และได้บัตรประชาชนหมดแล้ว แต่ตัวเราเองกลับไม่ได้บัตรประชาชน เพราะเมื่อตอนเขาสำรวจ เราไม่ได้เดินทางไปขึ้นทะเบียนเพราะเส้นทางไปอำเภอสมัยนั้นไกลมากและต้องเดินไป ลูกๆเป็นห่วงเลยไม่ให้ไปเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง เลยไม่ได้ไปและไม่ได้สัญชาติมาถึงทุกวันนี้ทั้งๆที่ทำเรื่องเสนอไปแล้วหลายรอบ” แม่เฒ่ายิ่งกล่าว

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.