ภาพยนตร์ Ghost Fleet ช่วยลูกเรือประมงในอัมบนกระหึ่มในเทศกาลหนังนานาชาติ ต่างชาติตื่นตัวรณรงค์ไม่ซื้อสินค้าละเมิดสิทธิมนุษยชน เตรียมเดินสายฉายต่อในนิวยอร์ค-ยูเอ็นสนใจ

ระหว่างวันที่ 18-30 มีนาคม 2562 คณะของมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน(แอลพีเอ็น )เพื่อร่วมเปิดตัวสารคดี Ghost Fleet ที่สร้างโดย Shannon Service และ Jeffrey Waldron ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของฮิวแมนไรวอช ที่เกี่ยวกับนักต่อสู้สิทธิมนุษยชน ณ กรุงลอนแดน ประเทศอังกฤษ และกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Ghost Fleet เล่าเรื่องผ่านตัวละครสำคัญคือ น.ส.ปฎิมา ตั้งปรัชญากูล เจ้าหน้าที่มูลนิธิแอลพีเอ็น และนาย Tunlin ลูกเรือประมงชาวพม่าที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และถูกบังคับให้ทำงานบนเรือจนเสียแขน และได้รับความช่วยเหลือจากแอลพีเอ็นในเวลาต่อมา ซึ่งนอกจากลูกเรือประมงชาวพม่าแล้ว ยังมีลูกเรือประมงไทย ลาวและกัมพูชา รวมกว่า 5 พันคนที่ได้รับการช่วยเหลือให้กลับประเทศ

ทั้งนี้ก่อนฉายในลอนดอน Ghost Fleet ได้ผ่านการคัดเลือกจากภาพยนตร์ทั้งหมด 500 เรื่องจนเหลือ 10 เรื่องสุดท้ายที่ได้ฉาย ส่วนที่กรุงเฮกต้องผ่านการคัดเลือกจากภาพยนตร์ 600 เรื่องที่คัดเหลือเพียง 8 เรื่อง

น.ส.ปฎิมา ให้สัมภาษณ์ว่า สารดคี Ghost Fleet ได้รับความสนใจพอสมควรโดยทุกรอบที่ฉายมีผู้เข้าไปดูเต็ม โดยชาวต่างชาติทั้งในอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทำลายสิ่งแวดล้อมมาก ดังนั้นเรื่องราวการกดขี่ลูกเรือประมงที่ต้องทำงานเหมือนทาส จึงได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เป็นปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของผู้บริโภคที่ต้องช่วยกัน และทุกคนต่างตั้งคำถามว่าจะร่วมกันหาทางออกอย่างไรเพื่อที่จะได้ไม่สนับสนุนการทำประมงที่เป็นการค้ามนุษย์

“ในต่างประเทศเหล่านี้เขาตื่นตัวมาก และมีการติดตามเพื่อรณรงค์ต่อสู้ทั่วโลกเพราะเห็นความสำคัญในการสร้างเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสังคม เขาจะรณรงค์ให้ความรู้กันตั้งแต่เด็ก”น.ส.ปฎิมา กล่าว และว่าในเดือนหน้าภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกนำไปฉายในสำนักงานองค์การสหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ค ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่จะได้มีการฟังเสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำประมงผิดกฎหมาย

นอกจากได้รับความสนใจจากผู้ชมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศอย่างกว้างขวางโดยสำนักข่าวบีบีซีได้สัมภาษณ์น.ส.ปฎิมาถึงเหตุการณ์ค้ามนุษย์ในเกาะอันบน โดยน.ส.ปฎิมากล่าวว่าการตอบสนองต่อปัญหานี้ของผู้เกี่ยวข้อง และการบังคับใช้กฎหมายแต่เดิมนั้น ไม่ได้เน้นที่การดูแลและคุ้มครองลูกเรือประมง มีแต่กฎหมายที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ซึ่งปัจจุบันนี้ กฎหมายได้รับการแก้ไขเพิ่มมากขึ้นและกำลังอยู่ในระหว่างการบังคับใช้ อย่างไรต่อตามต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อขจัดการเอาเปรียบและแสวงประโยชน์ต่อลูกเรือและป้องกันไม่ให้เกิดการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ ยุติการใช้ทาส โดยก่อนนั้นต้องยอมรับว่าการคอรัปชั่นคือปัญหาสำคัญ และต้องทำให้เกิดธรรมาภิบาลทั้งภาครัฐ และผู้ประกอบการ ส่วนสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของลูกเรือประมง และองค์การภาคประชาสังคมควรได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

เมื่อบีบีซีถามว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อสามารช่วยลูกเรือประมงกลับบ้านได้ น.ส.ปฎิมากล่าวว่า ดีใจ ที่พวกเขาได้กลับบ้าน มันจะมีอะไรที่อธิบายเป็นคำพูดได้ คำถามนี้ตอบไม่ได้ การดีใจที่ไม่มีคำอธิบายเป็นคำพูด มันคือความรู้สึก ล้วน ๆ น้ำตาแห่งความดีใจ


“หน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ ไม่ควรมีมนุษย์คนไหนทำร้ายมนุษย์อีกคนได้ โดยความชอบธรรม เขาไม่มีสิทธิทำแบบนั้น ไม่มีสิทธิจำกัดเสรีภาพ และทำใครต้องพลีชีพเพื่อธุรกิจของเขา ฉันทำหน้าที่ ของความเป็นมนุษย์” น.ส.ปฎิมา กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.