หวั่นโรคพืช-สัตว์แพร่ระบาดหนัก “กฤษฏา”สั่งด่วนระดมทุกหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯเร่งควบคุม นายกสมาคมแม่น้ำฯจี้รัฐเปิดเผยผลการตรวจสอบโรคตายพรายในสวนกล้วยหอม

ภาพจากแฟ้มภาพเก่า-สวนกล้วยหอมจีนในประเทศลาว

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงปลัดกระทรวงเกษตรฯ อธิบดีและผู้บริหารทุกกรม รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในระดับจังหวัด/เขตและสถานีทุกแห่ง เรื่องการควบคุม กำจัด ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคระบาดในพืชและสัตว์ โดยระบุว่าเนื่องจากขณะนี้มีความเสี่ยงของการระบาดทั้งโรคพืชและโรคสัตว์ในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตของเกษตรกร รวมทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี พะเยา เชียงราย และจังหวัดตามแนวชายแดน เป็นต้น เพื่อเป็นการควบคุม กำจัด ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว จึงขอให้ดำเนินการดังนี้

1.มอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรฯเรียกประชุมผู้บริหารกรมและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางเพื่อกำหนดแนวทางและขั้นตอนการปฎิบัติงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคพืชและสัตว์ในพื้นที่ต่างๆโดยเร่งด่วน

2.ในระดับพื้นที่ขอให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประสานเกษตรจังหวัดและปศุสัตว์จังหวัดรวมทั้งสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต กรมวิชาการเกษตร เพื่อให้ทั้ง 3 หน่วย สรุปสถานการณ์ความเสียหายและประเมินแนวโน้มการแพร่ระบาดหรือขยายตัวของโรคพืช/สัตว์ในพื้นที่แล้วนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธาน อพก.เพื่อเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและระดมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเข้าปฎิบัติงานตามแผนของจังหวัดโดยเร็วด้วย

ภาพจากแฟ้มภาพเก่า-สวนกล้วยหอมจีนในประเทศลาว

3.เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคพืช/สัตว์จะสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรรวมทั้งมีผลเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ จึงให้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ จัดทำแผนสำรองกำหนดชุดปฎิบัติงานประจำพื้นที่โดยให้ระดมข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทุกหน่วยที่อยู่ในจังหวัดหรือพื้นที่ต้องมาทำงานร่วมกันด้วยในรูปแบบชุดปฎิบัติการประจำพื้นที่โดยให้อยู่การอำนวยการของ อพก. จังหวัด เช่น เกษตรจังหวัด/อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด/อำเภอ พัฒนาที่ดินจังหวัด ฯลฯทั้งนี้ให้กำชับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทุกหน่วยในจังหวัดออกไปเยี่ยมเยียนและดูแลเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เป็นประจำและต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความเอาใจใส่ต่อเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนด้วย

4.ขอให้กรมในส่วนกลาง เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร และ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯต้องทำหน้าที่อำนายการช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็งและฉับไวด้วย

5.ในด้านการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรให้เกษตรจังหวัดประสานงาน ปภ.จังหวัดเพื่อดำเนินการตามระเบียบกฎหมายว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูแก่เกษตรกรผู้ประสบภัยต่อไป

6.ขอมอบหมายให้ผู้ตรวจกระทรวงเกษตรฯทุกเขตตรวจราชการ รวมทั้ง ผู้ตรวจกรมทุกกรม ได้ไปตรวจติดตามสดับตรับฟังการปฎิบัติงานของหน่วยงานพื้นที่พร้อมทั้งกำชับและแนะนำการปฎิบัติงานด้วย หากหน่วยงานในพื้นที่มีข้อเสนอแนะหรือขอรับการสนับสนุนในเรื่องต่างๆให้ประสานแจ้งปลัดกระทรวงฯและผู้รับผิดชอบในส่วนกลางต่อไปด้วย.

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้สื่อมวลชนได้ลงข่าวการเกิดโรคระบาดในสวนกล้วยหอมจีนในพื้นทีอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย คือ เป็นโรคตายพราย โดยสวนกล้วยดังกล่าวเคยถูกคัดค้านจากชาวบ้านเนื่องจากแย่งน้ำในแม่น้ำอิงไปใช้ นอกจากนี้ชาวบ้านยังกังวลว่าอาจมีการใช้สารเคมีเข้มข้นซึ่งจะทำลายสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อชุมชนเหมือนกับในสวนกล้วยหอมฝั่งประเทศลาวซึ่งลงทุนโดยนักธุรกิจจีน แต่เกิดปัญหาเนื่องจากปลาตายและคนงานเจ็บป่วยเพราะการใช้สารเคมีจนกระทั่งรัฐบาลลาวได้สั่งให้หลายแขวงระงับการให้สัมปทานปลูกกล้วยกับนักธุรกิจจีน

นายสมเกียรติ์ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในสวนกล้วยหอมที่ อ.พญาเม็งราย อยากให้หน่วยงานรัฐได้แจ้งผลการตรวจสอบให้กับชาวบ้านได้รับทราบโดยด่วน เพราะจะได้ร่วมกันป้องกันและแก้ไขได้ถูก โดยเฉพาะหากจะมีการส่งเสริมการส่งออกในอนาคต ซึ่งต้องเป็นการปลูกพื้นที่ปลอดภัยจากการใช้สารเคมี และไม่ก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำ โดยควรส่งเสริมให้เกษตรกรไทยสามารถปลูกรายครัวเรือน-หรือรวมกลุ่มผ่านระบบสหกรณ์การเกษตร เพื่อการส่งออก แต่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ หรือการยอมรับจากชุมชนข้างเคียง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.