ทะเลสาบ “ดอลา” ปลายทางสาละวิน

โดย สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่หมู่บ้าน “มิคายิน” เมืองพะอัน เมืองหลวงของรัฐกระเหรี่ยง ประเทศพม่า เป็นห้วงเวลาสายฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสายราวฟ้ารั่ว ผู้นำหมู่บ้านชาย-หญิง กางร่มออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ชี้ไม้ชี้มือเข้าไปในป่าแล้วพาพวกเราเดินลัดเลาะทางตามเส้นทางเจิ่งน้ำท่ามกลางลม-ฝน

พอโผล่พ้นจากราวป่า เมือฟ้าเปิดเห็นภาพบึงน้ำกว้างใหญ่ ภูเขาหินปูนตระหง่านโผล่กลางบึงซ่อนอยู่ในละอองฝน คอลาทำหน้าที่เป็นแอ่งรับน้ำจากฤดูฝนส่งต่อปลายทางแม่น้ำสาละวิน เมื่อกางแผนที่ออกมาดูก็เข้าใจได้ว่าพลังของสายน้ำถูกชะลอโดยการแตกแขนงออกซ้ายขวาคล้ายเกลียวเชือก มวลน้ำชะลอในพื้นที่ลุ่มต่ำกลายเป็นบึงเล็กบึงน้อย บึงน้ำกว้างใหญ่ “คอลา” ไม่ใช่บึงอย่างที่คิด แต่เป็นทะเลสาบที่มีขนาดพื้นที่ในฤดูแล้ง 3,000 เอเคอร์ หรือ 7,500ไร่ ในฤดูฝนขยายเป็น 5,000 เอเคอร์ หรือ 12,500ไร่ มีลำรางเชื่อมต่อแม่น้ำสาละวิน ก่อนไหลลงสู่อ่าว เกาะเล็ก-ใหญ่ราว 20 เกาะ เกิดจากการสะสมของตระกอนดินรอรับความเชี่ยวกราดของสายน้ำสู่ท้องทะเลปากอ่าวเมาะตะมะ ทะเลอันดามันสู่มหาสมุทรอินเดีย

ณ ทะเลสาบดอลา นอกเหนือจากความงดงามของธรรมชาติและวิถีผู้คนที่ได้พบ เราได้เรียนรู้เรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบ-แม่น้ำสาละวิน วิถีชีวิตของคนกระเหรี่ยงริมทะเลสาบ พวกเขาบอกว่าชาวบ้านกว่าร้อยครอบครัวในหมู่บ้านหาปลาตลอดเวลาตลอดปีตลอดชีวิต ในทะเลสาบมีความหลากหลายของพันธุ์ปลากว่า 120 ชนิด การทำการเกษตรริมทะเลสาบมาหลายชั่วอายุคน

เมื่อกระแสการพัฒนาเริ่มไหลบ่ามาทางถนนสายเอเชีย จากอำเภอแม่สอด จ.ตาก ระยะทาง 145 กิโลเมตร ผ่านเข้ามาทางเมืองเมียวดี-พะอัน พื้นที่เขตปกครองของรัฐกระเหรี่ยงถึงเมืองมะละแหม่ง รัฐมอญปากแม่น้ำสาละวิน พะอันเมืองหลวงรัฐกระเหรี่ยงจึงเป็นพื้นที่ระหว่างทางที่ทรัพยากรธรรมชาติป่าเขาหินปูนหลายลูกถูกสัมปทานเป็นเหมืองหิน เขาหินปูนย่อยยับด้วยแรงระเบิด ที่เหลืออีกหลายลูกถูกจับจ้อง


ทะเลสาบดอลา ค.ศ.2014 รัฐบาลมีนโยบายให้กลุ่มทุนสัมปทานแหล่งน้ำเพื่อการประมง ภูเขาหินปูน และที่ดินโดยรอบทะเลสาบเพื่อสร้างรายได้สำหรับกองทัพกระเหรี่ยง ชาวบ้านจึงเกิดคำถามต่อผู้มีอำนาจในรัฐกระเหรี่ยง กับรัฐบาลกลางสหภาพพม่า “หากทะเลสาบ ภูเขาหินปูน ที่ดินโดยรอบถูกสัมปทาน พวกเขาจะมีชีวิตอยู่อย่างไร” ระหว่างประกาศโครงการรัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ท่ามกลางการก่อตัวของความขัดแย้ง จึงเกิดการรวมตัวของชาวบ้านในระดับหมู่บ้าน ขยายเป็นเครือข่าย 5 หมู่บ้าน แสดงความไม่เห็นด้วย การต่อสู้คัดค้านโครงการจึงเริ่มต้น

ชาวบ้านเข้าชื่อลงนามรับรองอย่างพร้อมเพรียง 5 หมู่บ้านรวมกันเป็นเครือข่ายปกป้องทะเลสาบ ตั้งคณะกรรมการชาวบ้านทำหน้าที่จัดตั้งทำความเข้าใจให้ข้อมูลถึงความเสียหายที่จะตามมา ปกป้องสิทธิในการใช้ประโยชน์กับการดูแลรักษาร่วมกัน กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่างชาวบ้าน-กลุ่มทุน-และตัวแทนของรัฐบาล มีข้อถกเถียงจนเกือบเกิดความรุนแรง

พวกเขาได้ทำหนังสือถึงสภารัฐกระเหรี่ยงผ่านผู้แทนสภาในพื้นที่ ร่วมกันคิดแผนการจัดการทะเลสาบโดยประชาชน ผ่านการรับรู้ในการประชุมหาข้อยุติของทุกหมู่บ้าน เป็นมติของกรรมการเครือข่ายชาวบ้าน ความพยายามของชาวบ้านทำให้เกิดข้อเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายการประมงของรัฐบาลกลาง พวกเขาใช้เวลาต่อสู้เรียกร้องจนได้รับข้อยุติจากรัฐบาลโครงการสัมปทานพื้นที่ถูกยกเลิก แต่ข้อเสนอเรื่องแก้ไขกฏหมายการประมงยังต้องหารือกันต่อไป


โดละเล็ก ผู้นำ และคณะกรรมการหมู่บ้านเล่าให้พวกเราฟังว่า “เราประสบผลสำเร็จเรื่องการสัมปทาน แต่สิ่งที่เราเสนอเรื่องแก้ไขกฏหมายประมงโดยใช้ความรู้ท้องถิ่นยังไม่สามารถทำได้ ประมงมีอำนาจกว้าง ขณะข้อเสนอของเรามีรายละเอียดตามความรู้ที่เรามี เราไม่สามารถหยุดหาปลาช่วงฤดูฝน แต่โดยวิถีของเราก็เลือกจับปลาบางชนิดตามฤดูกาล ไม่ได้จับทุกชนิดแบบเหมารวม เพราะปลาวางไข่ในเวลาต่างกัน”


คอลา-สาละวินสายน้ำที่ไหลล่องอย่างอิสระยาวไกลถึง 2,800 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ของรัฐฉาน รัฐกระเหรี่ยง ชายแดนไทย 118 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นแห่งเดียวกันกับแม่น้ำโขงบนที่ราบสูงธิเบต สาละวินยังคงความอุดมสมบูรณ์ แตกต่างจากแม่น้ำโขงซึ่งเจ็บป่วยอ่อนแรงถึงขั้นวิกฤตจากเขื่อน อนาคตของสาละวินยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะรอดพ้นจากการพัฒนาหรือไม่เพราะอยู่ในแผนการสร้างเขื่อนถึง 17 เขื่อน กับโครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำไปเติมน้ำในเขื่อนของไทย

“เราจำไม่ได้ว่า ดอลา กับสาละวิน มีปลากี่ชนิด เรารู้แต่ว่ามันอุดมสมบูรณ์เลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้านของเรา และหมู่บ้านอื่นๆแทบทุกหมู่บ้าน ทั้งรอบทะเลสาบและริมฝั่งสาละวิน” ดอ เมี่ยเว หญิงชาวกระเหรี่ยงกล่าวทิ้งท้ายก่อนร่ำลา สายฝนยังคงกระหน่ำกลบเสียงพูดคุย ขอให้ ดอลา-สาละวิน หลุดพ้นวิบัติที่อ้างการพัฒนา

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.