กัมพูชา-เวียดนามรับผลกระทบหนักจากเขื่อนกั้นน้ำโขง ทะเลสาบเขมรแห้งหนักหวั่นชาวบ้านขาดแหล่งโปรตีน-ชายฝั่งดินแดนมังกร 9 หางถูกกัดเซาะรุนแรงเหตุดินตะกอนถูกกัก-รัฐบาลญวนเร่งหามาตรการด่วนแก้ไข

เมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) ร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศซึ่งพบว่ากัมพูชาเป็น 1 ใน 3 ประเทศของเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากมีความสามารถปรับตัวได้ยาก โดยนายนิค เบเลสฟอร์ด ผู้แทน UNDP ประจำกัมพูชากล่าวว่า เกษตรกรรมในกัมพูชาเป็นเกษตรที่ต้องพึ่งน้ำฝนเป็นหลักและโครงสร้างต่างๆ ก็ไม่ได้ออกแบบในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ ทำให้ครัวเรือนจำนวนมากในกัมพูชาอาจไม่สามารถรับมือกับภัยที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม

สำนักข่าวอัลจาซีราได้ระบุถึงรายงานของคณะกรรมธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาซึ่งระบุว่า น้ำในแม่น้ำโขงแห้งเป็นประวัติการณ์ โดยมีสาเหตุเนื่องจากฝนทิ้งช่วงและการสร้างเขื่อนตอนบนจำนวนมาก โดยทะเลสาบเขมรซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเป็นแหล่งประมงที่มีปริมาณผลผลิต 5 แสนตันต่อปี ที่มีแม่น้ำสาขาเชื่อมกับแม่น้ำโขงได้รับน้ำที่ไหลย้อนกลับช้ามากเนื่องจากปริมาณฝนตกน้อยและเป็นผลจากการสร้างเขื่อน โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากน้ำในทะเลสาบเขมรแห้งเป็นเวลานานจะเสียหายอย่างรุนแรงโดยเฉพาะผลกระทบต่อแหล่งอาหารของประชาชนชาวเขมรซึ่งมีปลาเป็นแหล่งโปรตีน 70% ของประเทศ

นายซัน มาลา นักอนุรักษ์ชาวกัมพูชากล่าวว่า แม่น้ำโขงในจีนมีการสร้างเขื่อนจำนวนมากซึ่งกักเก็บน้ำเอาไว้ทำให้ส่งผลกระทบต่อกัมพูชา หากชาวกัมพูชาไม่สามารถจับปลาหรือทำเกษตรได้ตามฤดูกาล บางคนบอกให้หาไก่หรือหมูกิน นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนจนจะหากินได้

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ลงข่าวพาดหัวว่ารัฐบาลเวียดนามเตรียมออกมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่ปากแม่น้ำโขงโดยระบุว่าในพื้นที่ดินดอน 3 เหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในภาคใต้ของเวียดนามกำลังเผชิญปัญหาการกัดเซาะอย่างรุนแรงในหลายจังหวัด อาทิ อันยาง ก่ามาว โดยรอยเตอร์ได้อ้างสื่อของเวียดนามที่ระบุว่า ในจังหวัดก่ามาวจำเป็นต้องแก้ไขพื้นที่กว่า 250 กิโลเมตรที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครโฮจิมินซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม เนื่องจากพื้นที่พังทลายและเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสถานที่ราชการ สถานศึกษาและสถานพยาบาล โดยบริเวณนี้เป็น 1 ในพื้นที่มังกรเก้าหาง 3 เหลี่ยมปากแม่น้ำ

ทั้งนี้รอยเตอร์ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดปากแม่น้ำโขงซึ่งพบว่า หน่วยงานท้องถิ่นพยายามทุกวิถีทางในการชะลอการพังทลายชายฝั่งซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรและประมงมายาวนานของเวียดนาม สาเหตุหลักนอกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว ยังเป็นเรื่องของการสร้างเขื่อนในตอนบนทั้งในกัมพูชา ลาวและจีน ซึ่งปิดกั้นการไหลของตะกอนที่จะลงมาเติมทับถมพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ โดยตะกอนเหล่านี้มีความสำคัญต่อการไหลของแม่น้ำโขง และอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตะกอนหายไปคือเรื่องการดูดทรายสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างซึ่งเป็นสินค้าในท้องถิ่นและส่งออกโดยการดูดทรายยังไม่มีมาตรการจัดการอย่างเป็นระบบ

สำนักข่าวรอยเตอร์ ายงานด้วยว่า ระดับแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทย-ลาวในภาคอีสานของไทยอยู่ต่ำมากคือต่ำกว่า 1.5 เมตร ซึ่งค่าเฉลี่ยในช่วงเดียวกันของปีอยู่ที่ 8 เมตร สาเหตุหลักเกิดจากการสร้างเขื่อนทางตอนบนของแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านภาคอีสาน โดยเจ้าหน้าที่รัฐจังหวัดก่ามาวเสนอให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณ 3.19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อดำเนินโครงการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยมีพื้นที่หนึ่งในก่ามาวสูญเสียชายฝั่ง 80-100 เมตรต่อปี และ 1 ในแนวทางแก้ไขปัญหาคือปลูกป่าชายเลน

//////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.