KNU โวยถูกรัฐบาลพม่าเตะสกัดพัฒนาการศึกษา

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน มีรายงานข่าวจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) แจ้งว่า แผนจัดตั้งโรงเรียนฝึกวิชาชีพของ KNU ที่กรมการศึกษาและวัฒนธรรมกะเหรี่ยง (Karen Education and Cultural Department -KECD) มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับองค์กรแอดดร้า ประจำประเทศพม่า (ADRA Myanmar) โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน Government Technological High School (GTHS) เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายรัฐบาลพม่าเป็นพยานในการลงนามเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาต้องชะลอโครงการออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์สันติภาพและการปรองดองแห่งชาติ National Reconciliation and Peace Center (NRPC) ของรัฐบาลพม่าได้ออกจดหมายแจ้งกองกำลังชาติพันธุ์ 10 กลุ่มที่ได้ลงนามหยุดยิงว่า กลุ่มกองกำลังที่ได้ลงนามหยุดยิงหากจะรับการสนับสนุนเงินทุนจากองค์กรต่างประเทศ ต้องทำเรื่องขอรับเงินทุนสนับสนุนและการอนุมัติผ่าน NRPC

นาย ลอ แอ้ มู เลขาธิการฝ่ายการศึกษาของ KNU ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวกะเหรี่ยง (KIC) ว่า โครงการโรงเรียนฝึกวิชาชีพนี้ KNUได้หารือกันก่อนที่ NRPC จะออกจดหมายแล้ว ตอนนั้นนายพะโด่ ลาเซ หัวหน้าฝ่ายการศึกษา KNU ได้เดินทางไปหารือกับฝ่ายรัฐบาลพม่าที่กรุงเนปิดอว์ โดยในความเป็นจริงถ้าไม่ต้องการให้เกิดโครงการเหล่านี้ก็ควรจะระงับโครงการตั้งแต่แรก ที่สำคัญคือรัฐบาลประจำรัฐกะเหรี่ยง ภายใต้การกำกับของรัฐบาลพม่าก็ได้อนุญาตให้ดำเนินโครงการ แต่ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของเนปิดอว์แจ้งว่าโครงการเกี่ยวกับด้านวิชาชีพนั้น ต้องได้รับการรับรองจากรัฐบาลกลางของพม่าก่อนจึงเป็นปัญหาทำให้เกิดความล่าช้า

“สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ตามความเข้าใจของผม คือ รัฐบาลพม่าไม่ต้องการให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เกิดการพัฒนา พวกเขาต้องการควบคุมทุกอย่างไว้ ผมจึงต้องการให้ทุกคนได้รับรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำนอกกรอบข้อตกลงหยุดยิง เราเองไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” นาย ลอ แอ้ มู กล่าว

ข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ศูนย์สันติภาพและการปรองดองแห่งชาติของรัฐบาลพม่าได้ออกจดหมายแจ้งกองกำลังชาติพันธุ์ 10 กลุ่มที่ได้ลงนามหยุดยิง ทางคณะทำงานของ KNU ได้ทำจดหมายชี้แจงกลับทันที แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนใดๆ และยังคงมีการเจรจาหารือระหว่างคณะทำงานของ NRPC กับ คณะทำงานของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) อย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายรัฐบาลพม่าชี้แจงว่ามีหน้าที่ต้องตรวจสอบเงินทุนสนับสนุนที่ได้รับจากต่างประเทศ หากเงินทุนนั้นชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายรัฐบาลไม่มีการขัดขวางแต่อย่างใด โดยฝ่ายรัฐบาลยังชี้แจงถึงวิธีปฏิบัติต่างๆในการจะรับเงินทุนจากต่างประเทศ

“สภาพสันติภาพพม่า (MPC) กับ ศูนย์สันติภาพและการปรองดองแห่งชาติ ของรัฐบาลพม่า อาจมีความเห็นและแนวทางที่ไม่เหมือนกัน กระทรวงที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลพม่าก็อาจมีความเห็นอีกแบบ รัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐก็อาจมีความเห็นอีกแบบ หากมองลึกลงไปในการจัดการบริหารของรัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐนั้น มีครบเกือบทุกกระทรวง แต่ขาดกระทรวงศึกษาธิการ กับ กระทรวงสาธารณะสุข ในส่วนงานการศึกษานั้น เขาจะมีเพียงระดับสำนักศึกษาธิการเขต ดังนั้นผมเห็นว่า การจัดโครงสร้างการบริหารงานของรัฐบาลพม่าก็เป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่เราจะประสานทำงานด้วย อีกอย่าเราไม่แน่ใจว่าเขาต้องการควบคุมตามระเบียบของเขาจริงๆ หรือ ต้องการควบคุมเพราะสถานะของเราเป็นแบบนี้หรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ” นาย ลอ แอ้ มู กล่าว

ทั้งนี้ปัจจุบันองค์กรต่างประเทศที่รัฐบาลพม่ารับรองว่าเป็นองค์กรชอบด้วยกฎกหมายในการทำงานร่วมกับกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ 10 กลุ่มที่ได้ลงนามหยุดยิง NCA ประกอบด้วย Joint Peace Fund (JPF), Euro-Burma Office Myanmar (EBO), องค์กรในสังกัดของสหประชาชาติ, องค์กรในสังกัดสหภาพยุโรป และ มูลนิธินิปปอน ของประเทศญี่ปุ่น