ลาวสั่งระงับชั่วคราว 2 โครงการยักษ์เขื่อนปากแบง-ปากลาย รอศึกษาผลกระทบข้ามแดน

สำนักข่าว RFA รายงาน เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ว่า โครงการสร้างเขื่อนปากแบงและเขื่อนปากลายกกั้นแม่น้ำโขงช่วงไหลผ่าน สปป.ลาวถูกระงับไว้ก่อนโดยหัวหน้าสำนักงานพลังงานและบ่อแร่ แขวงไซยะบุลี ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนปากลาย ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการเขื่อนปากลายและเขื่อนปากแบงถูกระงับไว้เนื่องจากได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะผลกระทบข้ามพรมแดน ซึ่งต้องทำการศึกษาให้ละเอียดก่อน

“มันต้องได้ทำการศึกษาให้ละเอียดก่อน เพราะว่าการทำโครงการตามลำแม่น้ำโขง ที่เขากำหนดให้ในสัญญาปี 1995 นั้น เขาให้ศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดนให้ละเอียดและครบถ้วนก่อน” เขากล่าว

หัวหน้าสำนักงานพลังงานและบ่อแร่ฯ กล่าวว่า โครงการเขื่อนในแม่น้ำโขงก่อนจะถูกอนุมัติให้สร้าง ต้องผ่านการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่น่าเชื่อถือได้ และเห็นด้วยจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนเขื่อนหลวงพระบางที่กำลังได้สร้างก่อนนั้นอาจเป็นเพราะว่าผลการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และผลกระทบข้ามพรมแดนมีน้อย แต่ไม่ได้มีการกำหนดว่าเขื่อนใดควรสร้างก่อนหรือสร้างหลัง

“อันนี้ยังไม่ได้กำหนดแนวทางว่าจะเป็นแบบไหน เพราะทำตามการศึกษาของแต่ละโครงการ ยังไม่ได้มีการกำหนดว่า เขื่อนตัวนั้นต้องสร้างก่อนและเขื่อนตัวนี้ต้องสร้างทีหลัง แต่ว่าตัวที่ศึกษาแล้วส่งผลกระทบไม่มากและได้ผลตอบแทนดีๆ ทั้งสองฝ่าย ทั้งลาว ทั้งผู้พัฒนา ทั้งประชาชน เขาก็จะพิจารณาตรงนั้น”

หัวหน้าสำนักงานพลังงานและบ่อแร่ฯ กล่าวว่า สองเขื่อนดังกล่าวยังจะอยู่ในแผนการที่จะสร้างอยู่ต่อไป และการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน โดยเฉพาะผลกระทบข้ามพรมแดนเป็นที่พอใจของรัฐบาลสองฝ่าย รวมทั้งประชาชนผู้อยู่ท้ายน้ำ นอกจากนั้นสัญญาการซื้อ-ขายไฟฟ้าก็ยังไม่ได้ทำการตกลงกัน โดยทางผู้พัฒนาโครงการ ยังพยายามเจรจาเรื่องการซื้อ-ขายไฟฟ้า

ด้านเจ้าหน้าที่พลังงานและบ่อแร่ แขวงอุดมไซ ซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวถึงเขื่อนปากแบง ว่า ยังไม่มีความคืบหน้า

“เขื่อนน้ำโขง เขายังไม่ได้ทำมีแต่เส้นทาง ถือว่ายังไม่ได้ลงมือ เรื่องสร้างเขื่อนรัฐบาลยังไม่ได้อนุญาต ปีก่อนๆ นั้นก็ได้ไปเก็บข้อมูลแล้ว แต่ระยะหนึ่งก็เงียบไป เพราะเราไม่มีงบประมาณ และต้องมีส่วนกลาง มีแขวง มีเมือง มีบ้าน สมทบกันไป” เขากล่าว

ทั้งนี้โครงการเขื่อนปากลายจะมีประชาชนลาวถูกโยกย้ายกว่า 600 ครอบครัว ใน 20 หมู่บ้าน สำหรับเขื่อนปากแบงนั้นนอกจากจะส่งผลกระทบต่อประชาชนลาวแล้ว ยังจะส่งผลกระทบต่อชาวไทยด้วย โดยเฉพาะจังหวังเชียงรายประมาณ 4,000 ครอบครัว ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์เชียงของจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองไทยถ้าไม่มีการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดนโดยละเอียด

ที่มา https://www.rfa.org/lao/daily/environment/Pakbeng-and-Paklai-dams-to-be-hold-need-to-study-more-11132019102730.html