เว็บไซด์ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง รายงานการลงพื้นที่ของตัวแทนรัฐบาล ผู้มีส่วนได้เสีย สื่อมวลชน และตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน นักวิจัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 50 คน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีบริษัทไซยะบุรีพาวเวอร์และรัฐบาลลาวอำนวยการลงพื้นที่ โดยนายอานุลัก กิตติคุน หัวหน้าฝ่ายหุ้นส่วนของสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขง(เอ็มอาร์ซี)กล่าวว่า การมาลงพื้นที่เขื่อนไซยะบุรีครั้งนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความแห้งแล้งและการไหลของแม่น้ำโขงน้อยลง และอยากให้ผู้มีส่วนได้เสียของโครงการได้เห็นกับตาตัวเองว่าเขื่อนมีการบริหารจัดการอย่างไรและได้ตั้งคำถามกับผู้พัฒนาโครงการ เพื่อนำไปสู่การประเมินสถานการณด้วยตนเอง

ทั้งนี้ระหว่างการลงพื้นที่เขื่อนไซยะบุรี มีการนำเสนอรายงานด้วยพาวเวอร์พ้อยเกี่ยวกับการออกแบบเขื่อนและไปดูทางปลาผ่าน และระบบระบายตะกอนจากมุมสูงของโรงไฟฟ้า ทำให้ทุกคนได้เห็นระดับความแตกต่างของน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนชัดเจน แม้ผู้เข้าร่วมจะพึงพอใจที่บริษัทเปิดโอกาสให้เข้าชมในพื้นที่ แต่ก็มีข้อเสนอสำคัญคือ บริษัทควรจะต้องมีการทำงานกับเอ็มอาร์ซีอย่างสม่ำเสมอด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลการบริหารจัดการเขื่อน ระดับการไหลของน้ำ การระบายตะกอนและการอพยพของปลา

นาย นาน กวง เหงียน ตัวแทนจากองค์กร Center for Promotion of Intergrated Water Resources Management กล่าวว่า บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลการเฝ้าระวังเรื่องการระบายตะกอน การอพยพของปลาทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนไปพร้อมกับข้อมูลการผลิตพลังงานไฟฟ้า ด้วยโปร่งใส่และเป็นปัจจุบันเพื่อให้ชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนได้ดีขึ้น

นางสาวพัชรา จตุรกมล นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าว่า การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการไหลของน้ำจากเขื่อนไซยะบุรีต่อสาธารณะและประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างนั้นทำให้เชื่อว่า เขื่อนไซยะบุรีกำลังกักเก็บน้ำ “มันยากมากที่จะเชื่อว่าเขื่อนไม่ได้กักเก็บน้ำ เมื่อเรามาลงพื้นที่และเห็นความแตกต่างกันของระดับน้ำในตอนเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน

นาย Knute Sierotzki วิศวกรจากบริษัทพอยรี่ ประเทศฟินแลนด์ กล่าวว่า ระดับน้ำที่ต่างกันของเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนคือเพื่อการผลิตไฟฟ้า และไม่มีการกักเก็บน้ำแน่นอน น้ำไหลเข้าเท่ากับไหลออก รูปแบบการไหลไม่ได้เปลี่ยนแปลง และในช่วงฤดูแล้งนี้มีการะบายปล่อยมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปี 2003-2004 ซึ่งเป็นปีที่แห้งแล้ง
อย่างไรก็ตาม นางสาวพัชรา กล่าวว่า อยากให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ และข้อมูลจะตอบเองว่าเขื่อนไซยะบุรีเก็บน้ำหรือไม่

อนึ่งในเอกสารประชาสัมพันธ์ของโครงการเขื่อนไซยะบุรี ได้ระบุว่าเขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนแบบน้ำไหลผ่าน (run of river) ซึ่งไม่มีอ่างเก็บน้ำและไม่กักเก็บน้ำ มีลักษณะเป็นฝายทดน้ำขนาดใหญ่ความยาว 820 เมตร สร้างข้ามแม่น้ำโขงตอนล่าง อาศัยอัตราการไหลผ่านของน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอดเวลา แต่จะมากบ้าง น้อยบ้างตามปริมาณที่ไหลในแม่น้ำ จึงทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำประเภทนี้ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ด้วยภูมิสันฐานตามธรรมชาติและไม่ทำให้น้ำท่วมเป็นปริมาณกว้าง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.