คุยกับกลุ่ม 88 – คอลัมน์ โลกนี้มีรากหญ้า

 

ก่อน การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออก (WEF) ที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า ในวันที่ 5 มิถุนายน 2556 จะเริ่มขึ้นไม่กี่วัน ผมมีโอกาสเข้าร่วมรับฟังมุมมองขององค์กรภาคประชาสังคม (Civil Society Organizations) หรือ CSO ต่อบริบททางการเมืองและสังคมของพม่าภายหลังการเลือกตั้ง

 

พวกเขามองการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างไร หลังจากรัฐบาลจัดประชุม WEF เปิดประตูสู่โลกภายนอก 100%

 

ผม เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก คนเคยมาปีก่อนบอกว่า หนึ่งปีผ่านไป ย่างกุ้งโตเร็วมาก ปริมาณรถมากขึ้น จราจรติดขัดหนักขึ้น ระบบสื่อสารดีและเร็วขึ้น แต่ไฟฟ้ายังตกๆ ดับๆ อยู่บ่อยครั้ง

 

จนไม่แน่ใจว่า โครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิมจะรองรับทุกสิ่งทุกอย่างที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วได้อย่างไร

 

และผลประโยชน์จากการเปิดประเทศ จะตกถึงพลเมืองส่วนใหญ่อย่างเป็นธรรมแค่ไหน

 

เราคิด ปัญญาชนพม่าก็คิด และคิดมากกว่าหลายร้อยเท่า

 

โก อ่องบเว, โก กอซอ อดีตผู้นำนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตย ปี ค.ศ.1988 อดีตนักโทษการเมืองที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัว ในนาม “กลุ่ม 88” และโก มัตซาน ผู้แทนองค์กรปองกู ทำงานหนุนภาคประชาสังคมในพม่าพบกับคณะสื่อมวลชนไทย บนชั้น 5 ของสำนักงาน CSO กลางเมืองย่างกุ้ง

 

สามหนุ่มใหญ่ผลัดกันเล่าโดยรวมๆ ว่า หนึ่งปีที่ผ่านมา คนกล้าพูดกล้าคิดมากขึ้น สื่อมวลชนมีโอกาสเสนอข่าวสารต่างๆ มากขึ้น รัฐบาลใส่ใจประชาชนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ยังกลัวการประท้วงอยู่ ดังนั้น จะชุมนุมอะไรต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งไม่ง่ายเลยหากฝ่าฝืนโดนจับกุม

 

ขณะ นี้ บรรดา CSO กลุ่มต่างๆ กำลังเคลื่อนไหวผลักดันเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายยุคเผด็จการทหาร และกฎหมายสิทธิเสรีภาพสื่อ 2.เรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน 3.ค่าแรงและสวัสดิการสังคม

 

3 เรื่องสำคัญเป็นเสมือนคีมบีบช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน ระหว่างเมืองกับชนบทให้แคบลง

 

ผมถามเขาผ่านล่ามว่า คาดหวังกับพม่าในอนาคตอย่างไร จะไปถึงฝั่งฝันในเร็ววันมั้ย

 

โก อ่องบเว ตอบว่า คาดหวังรัฐธรรมนูญที่ประชาชนทุกคนยอมรับ ให้ ส.ส.มาจากตัวแทนประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ ทหาร 25% ทหารเปลี่ยนชุดมาเป็นพลเรือน 65% เช่นทุกวันนี้

 

“ดูอายุแล้วหวังใหญ่ไม่ได้ เพราะต้องใช้เวลา 20-30 ปีกว่าจะไปถึง”

 

ผม คิดในใจ เมื่อเทียบกับเมืองไทย ถือเป็นการคาดหวังจากความเป็นจริง ไม่เพ้อฝัน (จากยุคสฤษดิ์กว่าจะมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ยังใช้เวลาราว 40 ปี)

 

ความ หวังของกลุ่ม 88 สอดคล้องกับแนวคิดของออง ซาน ซูจี ล่าสุดเธอเร่งทุกฝ่ายแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น และลดอำนาจทหารลง

 

เราถามถึงโอกาสที่ทหารจะยึดอำนาจกลับคืน พวกเขายังไม่มั่นใจ แต่ถึงจะกลับก็ไม่ง่าย เพราะสังคมโลกจับตาใกล้ชิด

 

นี่ถ้าทหารไทยชิงตัดหน้ายึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์เสียก่อน เราอายเขาตายชัก

 

ใน ประเด็นการเข้ามาตักตวงทรัพยากรธรรมชาติที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและ สิ่งแวดล้อมนั้น ตัวแทนกลุ่ม 88 ระบุว่า โครงการที่มีปัญหาส่วนใหญ่ทำในยุครัฐทหาร แต่หลังการเลือกตั้ง CSO หลายกลุ่มช่วยกันติดตามตรวจสอบ ทำให้โครงการเจ้าปัญหาน้อยลง รัฐบาลฟังเสียงคัดค้านมากขึ้น ถึงขนาดยอมยกเลิกโครงการเขื่อนและโรงไฟฟ้า 3 แห่งในเวลาไล่เรี่ยกัน

 

เราถามเขาตอบอยู่ 2 ชั่วโมง แม้ไม่นานนัก แต่พอจะสัมผัสได้ถึงความกระตือรือร้นของพวกเขา แน่นอนมันเป็นแรงกระตุ้นมาจากการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพมานานหลายสิบปี

 

หากยังมุ่งมั่นทำงานสอดประสานกับนักการเมืองหัวก้าวหน้าอย่างเข้มแข็ง ผมเชื่อว่าพม่าจะก้าวไปถูกทิศทาง แม้จะช้าหน่อยก็ตาม

 

 

=====================================

โดย ภาคภูมิ ป้องภัย
มติชน 11 มิถุนายน 2556

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.