Search

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด “ชาวบ้านบางกลอย” ตกงาน-ไร้ที่ทำกิน-ถูกห้ามกลับป่าใหญ่

หญิงกะเหรี่ยงในหมู่บางกลอย-โป่งลึก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ระบายความอัดอั้นตันใจ เพราะครอบครัวโดยเฉพาะลูกๆ กำลังไม่มีข้าวกิน เช่นเดียวกับชาวบ้านบางกลอยอีกกว่า 40 ครอบครัวที่กำลังเดือนร้อนอย่างหนักเพราะทั้งบ้านกำลังไร้ข้าวสารกรอกหม้อ

นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เยาวชนและคนในวัยกำลังแรงงานหลายสิบคนต้องเดินทางกลับหมู่บ้านบางกลอย

หลังจากออกไปรับจ้างนอกพื้นที่เพื่อส่งเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อธุรกิจต่างๆ ต้องปิดตัวหรือหยุดชะงักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คนเหล่านี้ต้องตกงานและคืนกลับถิ่น

ชาวบ้านบางกลอยต่างต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายนับตั้งแต่ถูกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานบังคับให้อพยพโยกย้ายจากป่าใหญ่ใจแผ่นดินตั้งแต่ปี 2539 มาอยู่ที่แปลงอพยพ ที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ซึ่งชาวบ้านไม่สามารถทนอยู่ได้และหนีกลับไปอยู่ในหมู่บ้านที่เป็นป่าใหญ่ จนกระทั่งเกิดยุทธการตะนาวศรีระหว่างปี 2553-2554 เผาบ้านเรือนและยุ้งข้าวของชาวบางกลอย และกดดันให้ชาวบ้านโยกย้ายมาอยู่บ้านบางกลอย-โป่งลึก

อีกไม่กี่วันจะครบรอบ 6 ปีการถูกอุ้มหายตัวของนายพอลละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนชาวบ้านที่พยายามนำข้อเท็จจริงในดงลึกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน แม้เวลาผ่านไปนับสิบปี แต่วันนี้ญาติพี่น้องของเขาในหมู่บ้านบางกลอยหลายร้อยชีวิต ก็ยังทุกข์ยาก ยิ่งเมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด ยิ่งทำให้พวกเขาเหมือนกับสูญสิ้นหนทาง

ที่ผ่านมาชาวบ้านบางกลอยพยายามเรียกร้องให้อุทยานฯ จัดสรรที่ดินทำกินให้ตามที่เคยสัญญาไว้ตั้งแต่ปี 2539 แต่ทุกอย่างกลับเงียบหาย จนชาวบ้านต้องออกไปหางานทำข้างนอกเพื่อประคับประคองครอบครัวให้อยู่รอด

วันนี้ไวรัสโควิดได้ตัดเส้นทางของรายได้ที่นำมาซื้อข้าวจนหมด ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐแทบไม่มีเลย ชาวบางกลอยจึงต้องเผชิญชะตากรรมอันหนักหน่วงอีกครั้ง

การพรากชีวิตชาวบางกลอยจากป่าใหญ่ซึ่งเป็นถิ่นฐานดั้งเดิมที่พวกเขาอยู่กันมาหลายร้อยปี มาไว้ยังแปลงอพยพแห่งใหม่ซึ่งแทบไม่มีที่ดินให้ปลูกข้าว-ทำไร่ จนชาวบ้านต้องดิ้นรนหนีความอดอยากกันเอง ความยากลำบากที่เกิดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ ใครเป็นผู้ก่อกรรมและใครควรเป็นผู้เยียวยา

On Key

Related Posts