สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรีรายงานเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 ว่าคนงานลาวกว่า 30 คนที่ทำงานก่อสร้างทางรถไฟลาว-จีน ระบุว่า พวกเขาไม่ได้รับค่าจ้างมา 3-4 เดือนแล้ว เพราะนายจ้างคนจีนกลับประเทศตั้งแต่ต้นปีท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส
โดยคนขับรถบรรทุกที่อยู่เมืองนาหม้อ แขวงอุดมไซย กล่าวว่า หัวหน้าคนจีนไม่ได้แจ้งแก่พวกเขาเลยว่าจะจ่ายเงินค่าจ้างช้าหรือไม่จ่าย

“ตอนนี้มีคนงาน 20-30 คนที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง เพราะนายจ้างคนจีนกลับบ้านไปโดยที่ไม่จ่ายเงินคนงานเลย แต่บอกพวกเราให้ทำงานต่อ” เขากล่าว โดยเขาและเพื่อนคนงานยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับเงินค่าจ้างเมื่อไหร่ “คนงานหลายคนได้รับค่าจ้างช้ามาก และเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ แต่ะเราก็ทำงานขับรถอยู่ปกติทุกวัน”

คนงานเหล่านี้กังวลว่า เมื่อได้รับค่าจ้างช้า เขาจะไม่มีเงินซื้ออาหาร จ่ายค่าเช่าและซื้อของจำเป็นให้กับครอบครัว ส่วนบางคนก็อยากจะออกจากงาน แต่ไม่รู้จะไปทำงานอะไร

ผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทลาวไรเวย์ม สำนักงานการเดินรถดหรือเจ้าหน้าที่เมืองนาหม้อเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ และเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา คนงานม้งได้เรียกร้องต่อหัวหน้างานคนจีนให้จ่ายค่าจ้างและยึดรถบรรทุกของบริษัทไว้จนกว่าบริษัทจะจ่ายเงินค่าแรง

ทั้งนี้สปป.ลาวมีการพบผู้ติดเชื้อโควิท-19 จำนวน 19 ราย นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกคำสั่งให้จำกัดจำนวนคนงานในเขตการก่อสร้างและให้แรงงานที่ไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านเพื่อป้องกันการกระจายเชื้อและให้มีการปิดการก่อสร้างและโรงงานบางแห่ง แต่ภาคการก่อสร้างบางแห่งยังได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้แม้จะมีแรงงานน้อยลงก็ตาม

โครงการทางรถไฟลาว-จีน มีความคืบหน้า 90 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะแก้ไขปัญหาความยากจนบางส่วนให้คนลาว เพราะจะลดค่าการส่งออกสินค้าและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โครงการดังกล่าวมีมูลค่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเริ่มการก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016 เชื่อมระหว่างจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ ภายใต้นโยบาย Belt and Road initiative ของประนาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.