รายงานโดย ดี กันยากุมารี สถานีข่าวซีเอ็นเอ (สิงคโปร์)

สรุปความโดย บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล

——————

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นาย Ismail Sabri Yaakob รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของมาเลเซีย แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่าแรงงานต่างชาติทุกคนไม่ว่าจะทำงานในภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใดต้องเข้ารับการตรวจเชื้อหาไวรัสโคโรนาโดยนายจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 

มาตรการนี้มีขึ้นหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อในมาเลเซียเพิ่มขึ้นในกลุ่มแรงงานต่างชาติทำงานในพื้นที่ก่อสร้างในเมืองอำปาง (Ampang) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซีย ที่พบแรงงาน 28 คนมีผลตรวจเชื้อเป็นบวกเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ทำให้กรมการทำงาน (Work Department) ประกาศปิดพื้นที่ทันทีเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและการแพทย์เข้าไปปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด-19 กับแรงงานทุกคน

นอกจากแรงงานในไซต์ก่อสร้าง มาตรการนี้ครอบคลุมแรงงานต่างชาติในธุรกิจบริการ เช่น ร้านอาหารและร้านค้า โดยเริ่มต้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์และรัฐเซอลาโงร์ (Selangor) ที่ล้อมรอบเมืองหลวงและปุตราจายา (Putrajaya) เมืองศูนย์กลางราชการของมาเลเซีย รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติยังกล่าวอีกว่าสถานที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่แรงงานต่างชาติอยู่หรือใช้บริการก็ต้องถูกปิดทันที

มาเลเซียมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นหลักร้อยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมพบผู้ติดเชื้อ 105 ราย และอีก 132 รายในวันถัดมา ผู้อำนวยการใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย นาย Noor Hisham Abdullah เปิดเผยว่าทางการได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานอพยพไปแล้ว 3,300 คน โดยแต่ละคนได้รับการตรวจ “สแวบ เทสต์” (swab test) ถึง 3 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และในแรงงานกว่า 3,000 คนดังกล่าว มีจำนวน 586 คนไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง (undocumented) และได้ถูกย้ายออกจากชุมชนแล้ว 

—————-

ที่มา: https://bit.ly/3ddHHBo

—————

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กับ the Department of Southeast Asia Studies มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศไทย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.