เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 นายเดชณรงค์ อยู่กลาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่ชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะหลายร้อยคนแห่ขึ้นมาเปิดบัญชีธนาคารบนฝั่ง เพื่อต้องการเงินเยียวยาจากมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ขณะนี้ชาวบ้านนับร้อยคนได้ทยอยเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีอีกบางส่วนที่กำลังรอคิว ที่น่าชื่นชมคือธนาคารออมสินได้จัดคิวพิเศษให้ชาวเลวันละ 50 รายภายหลังจากที่ได้รับการประสานจากเครือข่ายชาวเล ตอนนี้เปิดบัญชีกันได้เกือบหมดแล้ว เชื่อว่าภายในวันที่ 15 พฤษภาคม นี้ก็คงหมด 

นายเดชณรงค์กล่าวว่า ชาวบ้านที่เป็นชาวเลหลายคนยังเข้าไม่ถึงสิทธิเพราะไม่เข้าใจระบบทำให้การประสานงานค่อนข้างช้า โดยภายหลังจากรัฐบาลให้การเยียวยาจากโควิด ทำให้หลายเครือข่าย อาทิ เครือข่ายชาวเล เครือข่ายประมงพื้นบ้าน พยายามเข้าไปช่วยเหลือ และได้รับการประสานงานกับหน่วยงานราชการเพิ่มเติม เพราะชาวเลเป็นชาวประมงแต่ไม่เคยขึ้นทะเบียนเข้าสู่ฐานอาชีพประมงกันเลย และมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลจำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร ดังนั้นชาวบ้านจึงต้องเปิดบัญชี แต่เป็นจังหวะที่ไม่มีสปีดโบต ทำให้ต้องนั่งเรือหางยาวกันเอง บางลำใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง แต่ด้วยความจำเป็นพวกเขาต้องมาเพื่อให้เข้าถึงสิทธิ บางส่วนรวมตัวกัน 5-6 คนและมาพักที่ปากบารา แต่เมื่อขึ้นไปธนาคารก็ประสบปัญหาเพราะลำพังคนในเมืองก็คิวแน่นแล้ว ทำให้การเข้าถึงระบบยิ่งยาก บางคนมารอเปิดบัญชี 3-5 วันก็ยังไม่ได้รับสิทธิเพราะคิวเต็ม แต่พวกเขาก็ต้องรอเพราะกลัวเพราะกลัวหมดสิทธิ 

“เมื่อชาวเลมาอยู่บนฝั่งพวกเขาต้องประสบความลำบากเพราะต้องปรับตัวอยู่ในระบบเมืองซึ่งพวกเขาไม่คุ้นเคย พวกเขาพยายามเหมารถสองแถวไปธนาคาร แต่การเข้าถึงสิทธิก็เป็นไปด้วยความลำบากอีกระดับ หลายคนเริ่มไม่มีเงินค่ากินค่าห้อง ลูกเด็กเล็กแดงต้องขนกันมาเพราะไม่มีใครอยู่บ้าน ขนกันมาจนแทบหมดเกาะ มาพักอยู่กันเต็มปากบารา เจ้าของรีสอร์ทบางแห่งก็ลดค่าเช่าห้องให้” นายเดชณรงค์ กล่าว

นางฉลวย หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะกล่าวว่า ชาวบ้านยังทยอยเปิดสมุดบัญชีธนาคาร ส่วนที่ต้องวุ่นไปกันหมด เพราะต้องใช้เรือส่วนตัวทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่เราต้องไปเพราะต้องการเงินเยียวยา ตอนนี้ส่วนใหญ่ทยอยกลับเกาะกันแล้ว บางส่วนก็ได้เงินเยียวยากันแล้ว 

“พวกเรากลับมาอยู่หลีเป๊ะก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะทุกอย่างหยุดหมด นอกจากตกปลามาขาย แต่ก็ขายไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่ขายคนงานที่ทำงานตามรีสอร์ทในราคาถูกๆ ดังนั้นทุกคนจึงหวังเงินจากเยียวยาอย่างเดียว ยังดีที่ก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบการบางรายนำข้าวสารมาแจก และเครือข่ายชาวเลก็นำข้าวจากโครงการข้าวแลกปลามาให้ หลังจากนี้พวกเราก็ต้องระดมกันไปหาปลาเพื่อนำไปแลกข้าว” นางฉลวย กล่าว

———————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.