Search

ลาวเตรียมพัฒนาหมู่บ้านเขื่อนแตกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

เว็บไซต์อัตปือมีเดียรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ได้มีการประชุมร่วมเพื่อการวางแผนพัฒนาหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย โดยมีรองแผนกแถลงข่าวและวัฒนธรรมแขวงอัตตะปือ เจ้าเมืองสนามไซยและหน่วยงานส่วนที่เกี่ยวข้องของเมือง รวมทั้งชาวบ้านหินลาด ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านหินลาดเก่าเมืองสนามไซย การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการวางแผนการพัฒนาการท่องการท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตภัยพิบัติน้ำท่วมในระยะที่ผ่านมา ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยผู้ร่วมประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันและมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจเก็บข้อมูลให้ละเอียดเพื่อใช้ในการวางแผนการพัฒนาใน 4 หมู่บ้านหลักคือ บ้านใหม่ บ้านหินลาด ท่าหินและท่าแสงจัน เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขอบเขตพื้นที่บางจุดของกบ้านเก่า(หินลาด)ที่ได้รับผลกระทบและจะอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างของรัฐ วัด โรงเรียน สำนักงานหมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนที่หลงเหลือจากเหตุการณ์เขื่อนแตกในระยะที่ผ่านมาให้คงไว้เช่นเดิม

ทั้งนี้เหตุการณ์เขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยแตกเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ได้สร้างความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมากและยังเป็นบาดแผลในใจของผู้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปกับตา จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยงานภาครัฐและองค์การจัดตั้งที่เกี่ยวข้องได้มีการตรวจสอบถึงสาเหตุของเขื่อนแตกในครั้งนั้นและชี้ว่าเป็นความผิดพลาดทางด้านเทคนิคและปัญหาของการก่อสร้าง ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เรื่องในระยะที่ผ่านมา

เมื่อปลายปี 2562 บริษัทประกันภัยและรัฐบาลลาวได้ตกลงค่าชดเชยแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นจำนวน 54 ล้านดอลล่าร์สหรัฐโดยมีระยะชดเชยตั้งแต่ปี 2562 -2564 และช่วงเดือนเมษายน 2563 ทางแขวงอัตตะปือและบริษัทเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อยได้มีการลงนามบันทึกรับรองแผนการเจรจาเกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวน 828พันล้านกีบ อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านจำนวนมากยังไม่ได้รับค่าชดเชยความเสียหายดังกล่าวและบางรายต้องหนีออกจากที่พักชั่วคราวที่ทางบริษัทสร้างให้ไปสร้างบ้านใหม่ในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้และบางรายกลับไปอยู่ยังหมู่บ้านเดิมที่ได้รับผลกระทบ

อนึ่ง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติออกแถลงการณ์เรียกร้องให้บริษัทเอกชนเจ้าของโครงการ รัฐบาลที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาและเยียวยาผลกระทบแก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนตามหลักความรับผิดชอบของธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ของสหประชาชาติ โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีการส่งอย่างเป็นทางการไปยังบริษัทที่ถือหุ้นในโครงการเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อย คือ บริษัท SK Engineering and Construction จำกัด บริษัท Korean Western power จำกัด สัญชาติเกาหลี บริษัท ราชกรุ๊ป จำกัด สัญญาติไทย บริษัทลาวโฮลดิ้ง สัญญาติลาว และส่งไปยังรัฐบาลที่เกาหลีใต้ ไทย และลาว