ขอบคุณ ภาพจากสภาแห่งชาติคะฉิ่น

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 นายโจนาธาน เลขาธิการร่วมสภาแห่งขาติคะฉิ่น ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบ ถึงกรณีที่เหมืองหยกถล่มในรัฐคะฉิ่นซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศพม่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากว่า เหมืองหยกที่ถล่มครั้งนี้อยู่ที่เมืองกุยข่า ซึ่งเป็นของบริษัทเอกชน ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1994 โดยมีนายทหารของกองทัพพม่าเป็นผู้ได้รับสัมปทาน แต่เหมืองแห่งนี้ได้เลิกทำกิจการแล้ว แต่ชาวบ้านคะฉิ่นและคนที่มาจากต่างถิ่นที่อื่นได้มาแสวงโชคเข้าไปขุดหาหยก

นายโจนาธานกล่าวว่า แม้ในรัฐคะฉิ่นจะมีกฎหมายคอยกำกับควบคุมการทำเหมือง แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เพราะรัฐบาลไม่สามารถบังคับใช้ได้เนื่องจากความอ่อนแอโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการทำเหมือง แม้แห่งหยุดกิจการไปแล้วแต่ก็ยังมีชาวบ้านเข้าไปขุดเพื่อหวังจะได้พบหยกซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาได้

“แม้ในความเป็นจริงชาวบ้านแทบไม่มีโอกาสหาหยกเจอและนำมาเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ เพราะรัฐบาลมักให้ใบอนุญาตกับบริษัทนายทุนใหญ่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทหารของกองทัพพม่า บางส่วนก็เป็นผู้ทรงอิทธิพลในพรรครัฐบาลเอ็นแอลดี (พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยที่มีนางอองซานซูจีเป็นผู้นำ) บางส่วนก็เป็นนายทุนจากจีน ตอนนี้ในคะฉิ่นมีเหมืองหยกไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง” นายโจนาธาน กล่าว

นายโจนาธานกล่าวว่า สาเหตุที่เหมืองถล่มครั้งนี้ เกิดจากการขุดค้นหาหยก โดยนำดินที่ขุดไปกองไว้ในบริเวณไม่ไกล เมื่อฝนตกหนักจึงทำให้ดินถล่ม สาเหตุที่เกิดเหมืองถล่มอยู่บ่อยๆ ก็เพราะสาเหตุนี้ ที่สำคัญคือรัฐบาลไม่มีกฎหมายบังคับให้บริษัทที่ได้รับสัมปทานจัดหาพื้นที่สำหรับทิ้งดินที่ขุดแร่ไปไว้ที่ที่ปลอดภัย รวมถึงไม่มีมาตรการเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับคนงานในเหมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีเหมืองหยกเกิดขึ้นมามาย ทำให้คุณภาพชีวิตของชาวคะฉิ่นดีขึ้นหรือไม่ นายโจนาธานกล่าวว่า ชาวบ้านไม่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการที่รัฐบาลให้สัมปทานเหมืองเลย เพราะรายได้ทั้งหมดไม่ได้ตกถึงประชาชน ทุกวันนี้ชาวบ้านก็ยังไม่ได้มีอาชีพที่เหมาะสม ดังนั้นทุกคนเลยมุ่งหน้าไปขุดเหมืองเพื่อหาหยก เพราะหากบังเอิญใครเจอหยกที่ได้ราคาดีก็ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยน ทุกคนจึงมุ่งไปเสี่ยงโชค

นายโจนาธาน กล่าวว่า ตอนนี้ที่รัฐบาลพม่าทำได้เพียงส่งทีมกู้ภัยและตำรวจทหารเข้าไปดูแล ยังไม่มีความช่วยเหลือเรื่องเงินให้กับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นของคะฉิ่นก็ไม่มีอำนาจในการควบคุมพื้นที่ เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่ของรัฐบาลพม่า

“ที่ผ่านมามีเหมืองถล่มในรัฐคะฉิ่นหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เลวร้ายที่สุด ตอนนี้พบผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 217 คน ผู้บาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 53 คน ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องแก้ไข จริงๆ แล้วเหตุการณ์ที่คนงานบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหมืองก็มีอยู่เรื่อยๆ บางคนเกิดอุบัติเหตุจากเครื่องจักรจนเสียชีวิต บางคนได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรง ที่นี่แทบไม่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยเลย ไม่ว่าจะเป็นเหมืองของบริษัทเอกชนหรือรัฐบาล พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและประชาชนเลย พวกเขาสนใจแต่กำไรของตัวเอง เช่น ได้สัมปทาน 6 เดือนก็รีบขุดๆ หาหยกให้ได้มากๆเพื่อให้ได้กำไรสูงสุดแล้วก็จากไป” นายโจนาธาน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่ต้องการให้เกิดเหมืองถล่มซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมาควรมีทางออกอย่างไร นายโจนาธาน กล่าวว่า ที่นั่นมีกระบวนการทำที่ไม่ถูกกฎหมาย รัฐบาต้องมีปฎิบัติการจริงจังที่สุด ต้องมีกฎหมายควบคุมและบังคับใช้ที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยและสภาพของแรงงาน ทั้งในพื้นที่เหมืองของรัฐและบริษัทเอกชน ตอนเกิดเหตุการณ์เมืองถล่มเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลก็ประกาศหยุดการทำเหมืองชั่วคราวและไม่ให้สัมปทาน ต่อมาก็ยังมีการทำเหมืองอีก ชาวบ้านส่งข้อร้องเรียนไปมากมาย แต่รัฐไม่เคยแก้ไขเรื่องข้อกังวลและความปลอดภัยของชาวบ้าน เพราะว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญต่อกลุ่มชาติพันธุ์

“ตอนหาเสียงก่อนการเลือกตั้งครั้งก่อน เพราะเอ็นแอลดีซึ่งเป็นรัฐบาลในตอนนี้บอกกับชาวบ้านว่า จะมีความโปร่งใสในทุกกระบวนการตัดสินใจในการให้สัมปทานเหมือง แต่พอได้รัฐบาลแล้ว กลับปฏิบัติเหมือนรัฐบาลที่มาจากกองทัพทหารแทบทุกอย่าง ผมเชื่อว่าพรรคเอ็นแอลดีแก้ปัญหานี้ไม่ได้ หากไม่มีความจริงจัง และตราบใดที่รัฐบาลยังไม่ให้ความสำคัญกลุ่มชาติพันธุ์” นายโจนาธาน กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.