ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม ชาวบ้านในชุมชนดอยช้างป่าแป๋ ลงพื้นที่สำรวจแนวเขตพื้นที่ทำกิน อันได้แก่ พื้นที่ไร่หมุนเวียน พื้นที่นา และพื้นที่สวน ตลอดจนพื้นที่ป่าจิตวิญญาณผืนใหญ่ขนาด 21,034 ไร่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าบ้านโฮ่ง ตามมาตรา 121 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หลังผ่านการเจรจาในนามสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


นายบัญชา มุแฮ วัย 34 ปี เยาวชนบ้านดอยช้างป่าแป๋ กล่าวว่า ชุมชนดอยช้างป่าแป๋ (ต่าหลู่เก่อชอ) ร่วมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าบ้านโฮ่ง เดินรังวัดขอบเขตหมู่บ้านพื้นที่จิตวิญญาณ 2 หมื่นกว่าไร่ (พื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษพื้นที่ต้นแบบการทำงานร่วมกัน ระหว่างชุมชนกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และพื้นที่ทำกินต่างๆ พื้นที่ทำกินส่วนมากเป็นพื้นที่ไร่เหล่าพักฟื้น รกทึบมาก ทั้งเดินทั้งวิ่งเพราะเขตห้ามล่าฯกำหนดเดินแค่ 3 วัน จะเสร็จหรือไม่นั้น วันนี้จะลุยๆ กันอีก 1 วัน ชาวบ้านมั่นใจว่าเดินเสร็จแน่นอน


ทั้งนี้การดำเนินการรังวัดพื้นที่ทำกินดังกล่าว เป็นไปตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ส่วนพื้นที่ป่าผืนใหญ่ 21,034 ไร่ อันเป็นพื้นที่จิตวิญญาณทั้งหมดของชุมชน รังวัดตามหนังสือสั่งการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ข้อที่ 3 ที่ว่า


“…แต่หากยังไม่สามารถดำเนินการสำรวจฯ ได้ ภายหลังที่ได้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว เช่น ปัญหาการไม่ยอมรับแนวทางตามที่กำหนดของกลุ่มผู้เรียกร้องต่างๆ (กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม สมัชชาคนจน อื่นๆ) หรือมีการแพร่ระบาดตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นต้น ให้ทำการสำรวจฯ เฉพาะเส้นรอบนอกพื้นที่ครอบครองของราษฎรในหมู่บ้านเป้าหมายนั้น พร้อมจัดทำบันทึกเหตุผลร่วมกับผู้นำหมู่บ้านหรือชุมชนนั้นไว้เป็นหลักฐาน…”



ชุมชนดอยช้างป่าแป๋ เป็นชุมชนกะเหรี่ยงชุมชนที่ 12 ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสถาปนาพื้นที่บ้านของตนเองเป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษของชาวกะเหรี่ยง ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง หลังจากเมื่อกลางปี 2562 ได้รับผลกระทบจากการถูกยึดพื้นที่ไร่หมุนเวียนขนาด 18 ไร่ ชุมชนได้เข้าร่วมขับเคลื่อนแก้ไขปัญหากับสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เจรจากับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ กระทรวงวัฒนธรรม จนสามารถสถาปนาพื้นที่เป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษได้เมื่อวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

กระบวนการหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าบ้านโฮ่ง จะลงพื้นที่คืนข้อมูลและจัดทำประชาคมร่วมกับชุมชนในวันที่ 15 กรกฎาคม ว่าข้อมูลที่ได้ถูกต้องหรือไม่ ส่วนพื้นที่ใช้ประโยชน์ทรัพยากร เช่น การเก็บหาของป่า หรือผืนป่าจิตวิญญาณ จะตั้งคณะกรรมการร่วมกันมาจัดทำแผนจัดการทรัพยากรร่วมกันภายหลัง ซึ่งชุมชนยังยืนยันว่าต้องใช้มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.