ระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคม 2563 คณะทำงานโครงการวิจัยและพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะฯ ลุ่มน้ำโขง พาทีมสื่อมวลชนหลายสำนักลงพื้นที่หมู่บ้านสีเวินชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม และหมู่บ้านนาเพียง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เพื่อสำรวจพื้นที่จริง และสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้าน กรณีที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือสทนช. มีแผนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสงครามตอนล่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ทั้งชาวบ้าน และบรรดาผู้นำชุมชน ทั้ง 2 อำเภอ ต่างก็ยังยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ หากโครงการจะกลับมาสานต่อ ก็พร้อมจะนำมวลชนของหมู่บ้านเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการฯ

นายเกรียงศักดิ์ อุผำ ผู้นำชุมชนบ้านสีเวินชัย ต.สามผง จ.นครพนม และประธานกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนโอท็อปนวัตวิถี กล่าวว่า “ผมไม่เอา ผมไม่เห็นด้วย และจะขอคัดค้านโครงการนี้ให้ถึงที่สุด เพราะมันกระทบต่อระบบนิเวศน์ กระทบต่อวิถีชุมชนของพวกเรา ทั้งการหาปลา หาหอย หาหน่อไม้ตามริมแม่น้ำ ในป่า รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยวในชุมชน ซึ่งหมู่บ้านเราเป็นพื้นที่ป่าชุ่มน้ำโลกด้วย หากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่รับฟังเราเลย จะเดิน จะสร้าง ผมพร้อมที่จะพาชาวบ้านเข้ากรุงเทพฯ ไปเรียกร้องให้หยุดโครงการฯ หน้าทำเนียบ”

นางสมพร พงษ์ชานัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ชุมชนศรีเวินชัย กล่าวว่าที่ผ่านมา ชาวบ้านทั้งตำบล่ ก็ได้ช่วยกันรณรงค์ให้ชุมชนกลายเป็นพื้นทีเพื่อการศึกษาระบบนิเวศน์อันสมบูรณ์จนเป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว และการศึกษาของนักศึกษา นักท่องเที่ยว จนได้เป็นพื้นที่ป่าชุมน้ำโลกเมื่อปี 2557 หากโครงการนี้เกิดขึ้นเท่ากับรัฐบาลไม่เคยเห็นคุณค่าของชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่เราปกป้องเลย

นายไชยชิต ติยบุตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ได้แสดงความกังวลต่อการทำข้าวนาปีและนาปัง ที่พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหากมีเขื่อน เช่น เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา เขตพื้นที่ปลูกข้าวนาปี และนาปัง รวมถึงพื้นที่ที่ชาวบ้าน ใช้เเลี้ยงสัตว์ โดยพร้อมที่จะไปเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นถึงทำเนียบ หากโครงการยังไปต่อ

นายยรรยงค์ ศรีเจริญ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์น้ำจืด องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ที่ลงพื้นที่ทำโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเขตแม่น้ำสงคราม กล่าวว่า โครงการนี้ฯ จะมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 50 หมู่บ้าน

“ตามที่เราได้ศึกษาเรื่องสภาพแวดล้อมมาหลายปีในพื้นที่ ตอนนี้ในเขตจังหวัดภาคอีสาน แม่น้ำสงคราม ถือเป็นแม่น้ำสาขาที่สำคัญของแม่น้ำโขง และเป็นแม่น้ำสายเดียวในภาคอีสาน ที่ยังไม่มีโครงการอะไรมาทำลายระบบนิเวศน์มากนัก หากเกิดการสร้างเขื่อนขึ้นจริงๆ มันก็จะส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชุมชนมากกว่า 2,000 ครัวเรือน ทั้งในอำเภอท่าอุเทน และอำเภอศรีสงคราม นอกจากนี้ ผลกระทบจะขยายวงกว้างไปถึงเขตแม่น้ำโขงด้วย” นายยรรยงค์ กล่าว

ด้านนายนันทวัฒน์ ศรีหะมงคล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ที่อยู่ในพื้นที่เขตก่อสร้างเขื่อน กล่าวว่าชาวบ้านคัดค้านกันหมด ทั้งคนหาปลา คนทำนา ก็อาศัยแม่น้ำสงคราม เขาใช้ประโยชน์กันทั้งหมู่บ้าน ก่อนสร้างก็บอกว่ามันดี แต่วันนี้กลับยังมีแต่ปัญหา เช่นเขื่อนราศีไศล แต่ถ้าอยากพัฒนาจริงๆ ให้พัฒนาห้วยหนองคลองบึง มาทำแก้มลิงดีกว่า เพราะให้ประโยชน์กับชาวบ้านมากกว่า แต่แม่น้ำสงครามนี้ชาวบ้านทุกคนขอ อย่าไปแตะ เพราะมันดีอยู่แล้ว

ขณะที่นางพิศมัย นาคเสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 ต.ไชยบุรี กล่าวว่าเคยศึกษาชุมชนต่างๆ ที่มีเขื่อน แต่คุณภาพชีวิตชาวบ้านกลับแย่ลง และยังส่งผลให้ชายบ้านแตกเเยกกันเองหลังมีโครงการฯ ทั้งเขื่อนปากมูล เขื่อนราษีไศล และอีกหลายเขื่อน เราไปศึกษามา พอมีเขื่อน ปลาก็จะหายหมด ต้องรอให้กรมประมงมาปล่อยถึงจะมีปลา ไม่ใช่แค่นั้นนะ ชาวบ้านยังทะเลาะกันเอง ยังแตกแยกกันเองระหว่างผู้ที่อยู่เหนือเขื่อนกับท้ายเขื่อน เพราะเพื้นที่หาปลากลายเป็นถิ่นใครถิ่นมัน โดยคนท้ายเขื่อนขึ้นไปหาเหนือเขื่อนไม่ได้ ส่วนเหนือเขื่อนก็ลงมาหาปลาท้ายเขื่อนไม่ได้ แต่ตอนนี้พวกเราอยู่ร่วมกันดีแล้วจึงไม่อยากได้เขื่อนตัวนี้

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.