Credit: Endric Catala/VOD

สำนักข่าวเวียงจันทร์ไทม์ รายงานว่า นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวต่อการประชุมสภาแห่งชาติเมื่อเร็วๆนี้ว่า รัฐบาลต้องมีมาตรการจำเป็นเพื่อลดภาระหนี้สาธารณะที่ผ่านมา 5 ปีแล้ว สาเหตุที่ 1 ของหนี้สาธารณะของรัฐบาลคือ การกู้ยืมเงินมหาศาลเพื่อการก่อสร้างโครงการเขื่อนไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลายเป็นภาระหนี้สาธารณะหลัก สาเหตุที่ 2 คือ จำนวนเงินกู้มหาศาลที่นำไปลงทุนนั้นไม่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจหรือก่อให้เกิดรายได้ที่รัฐสามารถนำไปชำระหนี้ได้ โครงการต่างเหล่านี้ไม่มีประสิทธิผลและผลลัพธ์ของโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งบประมาณมหาศาลบางส่วนได้ถูกใช้เพื่อซื้อรถยนต์และการสร้างสำนักงานของหน่วยงาน ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมากในการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ซึ่งต่างจากประเทศญี่ปุ่นและอื่น ๆที่ เงินกู้ส่วนใหญ่ถูกนำไปสร้างโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่ก่อให้เกิดรายได้ เมื่อมีโรงงานอุตสาหกรรมก็มีการดำเนินกิจการและมีกำไรเกิดขึ้นทำให้รัฐบาลสามารถนำเงินไปจ่ายเงินกู้ได้

นายสมดีกล่าวว่า สาเหตุที่ 3 คือ การขาดดุลการคลังแบบเรื้อรังทำให้รัฐบาลต้องออกพันธบัตรและกู้ยืมเงินมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ ภาวะหนี้สินของรัฐยังเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากรัฐบาลต้องจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อนำไปชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ นอกจากนี้แล้วความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังกระทบต่อความสามารถของรัฐบาลในการชำระหนี้เนื่องจากเงินกู้ส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลเงินต่างประเทศโดยเฉพาะเงินบาทและดอลล่าร์สหรัฐ

สาเหตุที่ 4 คือ รัฐบาลกลางและหน่วยงานจังหวัดต่างล้มเหลวบ่อยในการวิเคราะห์และลำดับความสำคัญของโครงการพัฒนาก่อนที่จะกู้ยืมเงินโครงการมาลงทุน ทำให้หลายๆโครงการที่ได้รับเงินกู้เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นและไม่มีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ได้ว่า หน่วยงานของรัฐบาลทุกภาคส่วนพยายามที่จะหาเงินกู้โดยไม่พิจารณาว่าพวกเขาจะสามารถชำระคืนได้หรือไม่

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสาเหตุที่ 5 คือ การขาดรายได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรงและทำให้ความยากที่จะจัดสรรเงินเพื่อชำระหนี้ จากรายงานการติดตามภาวะเศรษฐกิจของลาวโดยธนาคารโลกเปิดเผยว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หนี้สินสาธารณะของลาวเพิ่มขึ้นจาก 65 % เป็น 68% ของจีดีพีในปี 2563ทำให้ลาวมีความเสี่ยงสูงที่เกิดปัญหาหนี้สินรุนแรง


ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามลดจำนวนเงินกู้เพื่อผ่อนคลายสภาะตรึงเครียดทางการเงิน

ขณะนี้ลาวมีเงินกู้สำหรับโครงการพัฒนาลดลงจาก 3พันล้านดอลล่าร์สหรัฐในปี 2559 เป็น 2561 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2562


รัฐบาลพยายามที่จะลดการขาดดุลการคลังและตัดค่าใช้จ่ายในโครงการที่ไม่จำเป็นที่ไม่รับประกันผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และมีมาตรการอื่นๆ เพื่อลดภาระหนี้ เช่น การแปลงหนี้เป็นทุน, การขายทรัพย์สินของรัฐและการขายหุ้นในรัฐวิสาหกิจเพื่อหวังจะจัดการกับหนี้สินและภาระผูกพันของประเทศได้
——-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.