เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564 ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 22 คน ที่ถูกทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แจ้งความดำเนินคดีในข้อหากระทำผิดฐานยึดถือหรือครอบครองที่ดิน แผ้วถาง เผาป่าหรือกระทำใดๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม โดยทางพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ได้นำตัวทั้งหมดมาฝากขังที่เรือนจำกลางเพชรบุรี ในช่วงเย็นวันที่ 5 มีนาคม 2564 ได้รับการปล่อยจากเรือนจำกลางจังหวัดเพชรบุรีเป็นที่เรียบร้อย โดยนายหน่อแอะ มีมิ ลูกชายปู่คออี้ได้นั่งรถเข็น มีหลานชายที่ถูกดำเนินคดีด้วยเข็นออกมา และมีโดยมีนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบ้านบางกลอย พร้อมญาติราว 30 คน และ น.ส.วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความ มารอรับที่หน้าเรือนจำ บรรยากาศเป็นไปด้วยความดีใจทั้งญาติและผู้ถูกดำเนินคดี

นายหน่อแอะ มีมิ ลูกชายปู่คออี้ เผยหลังถูกปล่อยตัวชั่วคราวว่า ยังยืนยันว่าที่ดินที่อยู่ในป่าบางกลอยบน เป็นที่ดินของบรรพบุรุษ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยให้ได้กลับเข้าไปอยู่ในที่ดินดั่งเดิม หลังจากที่ได้ออกจากเรือนจำแล้วเบื้องต้นก็ยังไม่รู้จะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อ

นางจุไรรัตน์ ปลาดุก 26 ปี 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกปล่อยตัว เผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว เพราะระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ คิดถึงลูกชายวัย 9 เดือนเป็นอย่างมาก เนื่องจากลูกยังอ่อน ต้องกินนมแม่ หลังออกจากเรือนจำแล้วจะรีบกลับบ้านหาลูกทันที

นางสาววราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เผยว่า การปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 22 คน เป็นการชั่วคราว ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ยื่นเรื่องปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล แต่จากการสอบถามชาวบ้านทราบเบื้องต้นว่ามีเจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารมาให้ลงนาม แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่ชาวบ้านได้รับการปล่อยตัว ในส่วนของคดีความต่อจากนี้จะต้องคุยกับชาวบ้านในส่วนของคดีความที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งการจับกุม การควบคุมตัว รายละเอียดที่ชาวบ้านต้องขึ้นไปที่บ้านบางกลอยบน และแนวทางการต่อสู้คดี ซึ่งค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องใช้ล่ามเพราะมีข้อจำกัดเรื่องภาษา

นายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบ้างกลอย ม.1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กล่าวว่าตนเองลงมาซื้อของตั้งแต่เช้า และเจ้าหน้าที่อุทยานโทรบอกว่าให้มารับชาวบ้านที่เรือนจำ เขาปล่อยตัวแล้ว จึงโทรประสานให้ญาติๆ มารอรับ ก็สงสัยว่าจริงๆ ประกันตัวปล่อยตัวคือวันจันทร์ แต่ไม่รู้ว่ามีใครไปติดต่อให้ชาวบ้านได้ออกมาไวๆ มันก็ดีกับชาวบ้าน แต่ใครจะประกันยังไงตนไม่รู้ ขอให้ชาวบ้านออกมาก็ดีแล้ว ได้ออกมาไวๆ เพราะหลายคนลูกเต้าไม่ได้กินนมก็ร้องไห้ อยู่กับญาติพี่น้องไม่ใช่แม่ ไม่มีนมให้กิน มี 2-3 คนที่มีลูกเล็ก บางคนลูกยังไม่หย่านม นมขวดก็ไม่กิน

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่าสำหรับปัญหาบางกลอย นับแต่นี้ไปรัฐเอง ที่เคยขึ้นไปเจรจา จะปรับปรุงจะพัฒนาที่ดิน ระบบน้ำ ก็ต้องทำให้มันดี หากงานนี้ไม่เดินหน้าผมว่าก็คงไม่ใช่แล้ว คล้ายๆ กับเป็นสัญญาแล้วว่าจะดูแล พูดคุยกันหลายรอบแล้วเรื่องพื้นที่ทำกิน หากมีการแก้ไข พื้นที่ข้างบนคุณไม่ให้ คุณก็ต้องดูข้างล่างให้ ให้ชาวบ้านได้มีที่ทำกิน มันอาจจะไม่ดีเหมือนข้างบนก็ได้ แต่มันก็สามารถทำกินได้ ต้องคุยให้ชัดเจน คุณอย่ามาบอกว่าพวกนี้มีที่ทำกินหมดทุกคน ถ้ามีที่ทำกินหมดทุกคนก็คงไม่ขึ้นไปเรียกร้อง คนที่ขึ้นไปเรียกร้องคือคนที่ไม่มี หรือคนที่ทำกินไม่ได้จริงๆ ก็จึงเรียกร้อง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.