เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 10 คนนำข้าว 700 กระสอบ พร้อมด้วยเสบียงต่างๆ มากองไว้ที่ท่าเรือแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นชายแดนไทย-พม่าที่มีแม่น้ำสาละวินคั่นกลาง ตั้งแต่เช้า 07.00 น.วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดข้าวและเสบียงเหล่านั้นยังคงกองอยู่ที่เดิม ทำให้ชาวบ้านแม่สามแลบต่างเป็นกังวลเพราะเกรงว่าจะกลายเป็นชนวนการสู้รบระหว่างกองกำลัง 3 ฝ่ายคือทหารไทย ทหารพม่าและทหารกะเหรี่ยงของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) หรือ เคเอ็นยู เนื่องจากเชื่อว่าข้าวและเสบียงเหล่านี้เป็นของที่กำลังส่งให้ทหารพม่า โดยขนส่งผ่านดินแดนไทย ซึ่งเคเอ็นยูไม่เห็นด้วยและประกาศห้ามขนข้ามแม่น้ำสาละวิน

ทั้งนี้เมื่อเวลา 12.18 น. ระหว่างที่ชาวบ้านและสื่อมวลชนเดินไปสำรวจข้าวและเสบียงดังกล่าว ปรากฏว่าได้มีเสียงปืนดังขึ้นจากอีกฟากฝั่งของแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นฐานทหารพม่า ในลักษณะยิงปืนขึ้นฟ้า 5 นัด เหมือนกับการขู่ ทำให้ชาวบ้านแม่สามแลบต่างตกใจ บางส่วนได้ปิดร้านค้าทันที บางคนเก็บข้าวของย้ายไปอยู่กับญาติพี่น้องที่อำเภอแม่สะเรียง โดยชาวบ้านได้เรียกร้องต่อนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด และรัฐบาล ให้รีบเข้ามาแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน และขอให้นำข้าวและเสบียงดังกล่าวออกจากพื้นที่โดยเร็ว

ขณะที่นายธนดล สถาวรเวทย์ ปลัดอำเภอสบเมย ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านแม่สามแลบ หลังมีเสียงปืนดังในฝั่งพม่า ลักษณะยิงปืนขึ้นฟ้า 5 นัด จึงมาสอบถามความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยชาวบ้านต่างต้องการให้มีการขนข้าวและเสบียงออกไปอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามระหว่างที่นายธนดลคุยอยู่กับชาวบ้าน โดยมีสื่อมวลชนหลายสำนักร่วมด้วยอยู่นั้น นายมิเต็ง ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้ประสานงานทหารพม่า ได้เข้ามาร่วมให้ข้อมูล โดยระบุว่าตนได้รับโทรศัพท์ จาก พ.ท.เอ เม็น สั่น ผบ.พัน 341 จ.ผาปูน ของกองทัพพม่า เพื่อขอให้มาแจ้งปลัดอำเภอและชาวบ้านว่า กองข้าวและเสบียงชุดนี้เป็นของทหารพม่า ที่ต้องการส่งมายังฐานทหารแม่หระท่าซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ และส่งต่อไปยัง 4 ฐานของทหารพม่าในรัฐกะเหรี่ยง เป็นการส่งเสบียงประจำปี ในรอบ 6 เดือน โดยส่งมาจากเมืองเมียวดี และเสียภาษีถูกต้อง ซึ่งนำเข้ามาทางอำเภอแม่สอด จ.ตาก เพื่อขนมาออกทางจุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบ

นายมิเต็งกล่าวว่า ทราบว่ามีการประสานของระดับบน ทางหน่วยแนวหน้าไม่รับทราบ หากมีปัญหา ทางพวกเขาก็ไม่อยากนำไปแล้ว ให้ทางไทยจัดการส่งกลับ หรือยึดไปได้เลย โดยยืนยันว่า พวกเขาเป็นเพียงทหารแนวหน้าที่ทำหน้าที่รักษาประเทศเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในประเทศพม่า จึงขอทำความเข้าใจด้วย และหากมีปัญหาก็พร้อมจะยิงสู้กับทหารเคเอ็นยู

ส่วนพ.ท.เอ เม็น สั่น ผบ.พัน 341 จ.ผาปูน ของเมียนมา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า เสียงปืนที่ดังขึ้น ไม่ใช่การยิงข่มขู่ แต่เป็นเสียงปืนปกติตามแนวชายแดน ขอให้ชาวบ้านสบายใจ และใช้ชีวิตตามปกติ ขอให้ชาวบ้านอย่ากังวล

ในวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีกองข้าวสาร 700 กระสอบ ริมแม่น้ำสาละวิน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ว่าต้องเข้าใจว่าเรื่องการค้าขายเป็นปกติ ซึ่งเราไม่ต้องการให้เขาเข้ามาซื้อในประเทศไทย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการช่วยเหลือทางทหาร ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย แต่เป็นการสั่งซื้อพ่อค้าของไทยไปฝั่งเมียนมา เพราะมีประชาชนเมียนมาที่อยู่ตามสันเขาหรือตามชุมชนต่างๆ 100 กว่าจุด ซึ่งเป็นมาหลายปีที่ผ่านมา จึงต้องสร้างความเข้าใจด้วย ดังนั้นเรื่องนี้คงไม่ต้องแถลงชี้แจงอีก เพราะตนก็พูดแล้ว กระทรวงกลาโหมและกองทัพก็พูด จึงขออย่าไปเปิดประเด็น

“อะไรที่ไม่เป็นปัญหา ทำไมต้องไปทำให้เป็นปัญหาก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ผมยืนยันความชัดเจนว่าทหารไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนย้ายข้าวอะไรต่างๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องของพ่อค้าขนไปส่ง แล้วเขาก็มารับไปเท่านั้นเอง ผมก็ได้พูดเรื่องมนุษยธรรมว่าเขาจะอยู่กันยังไงฝั่งโน้น สมัยก่อนอยู่กันสันเขาแล้วลงมาซื้อบ้านเรา ซึ่งเราก็ไม่อยากให้มีการข้ามแดนไปมาในลักษณะอย่างนี้ เป็นแบบนี้นานมาแล้วเป็น 10 ปี” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ขณะที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Poy Chanakate ได้โพสต์ข้อความระบุว่า จากข่าวเรื่องข้าวสาร 700 กระสอบริมฝั่งสาละวินที่บ้านแม่สามแลบ ในฐานะคนแม่ฮ่องสอน ​ขอสรุปข้อมูลเรื่องด่านรอบๆ บ้านเราให้ทราบดังนี้ 1. แม่ฮ่องสอนมีด่านชายแดนทั้งหมด 5 แห่ง (ห้วยผึ้ง น้ำเพียงดิน ห้วยต้นนุ่น เสาหิน แม่สามแลบ)​ ทุกแห่งเป็น “จุดผ่อนปรนทางการค้า” แม่ฮ่องสอนไม่มีด่านถาวร

2. วันที่ 20 มีนาคม 2563 มีคำสั่งจังหวัดให้ปิดทั้ง 5 จุดผ่อนปรนการค้าของแม่ฮ่องสอน​ จากสถานการณ์ ​Covid-19 3. วันที่ 1 กรกฎาคม​ 2563 มีคำสั่งให้ “เปิด” จุดผ่อนปรน​ทางการค้า 3 แห่งคือ ห้วยผึ้ง ห้วยต้นนุ่น แม่สามแลบ เพื่อการขนส่งสินค้าเท่านั้น (ขนถ่ายของแบบท้ายชนท้าย)​ ห้ามมีการเข้าออกของคนหรือยานพาหนะ และเปิดเฉพาะวันจันทร์ อังคาร พุธ 4. วันที่ 1 กันยายน 2563 มีคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนในข้อ 3 ทั้งหมด เพราะเกิดการระบาดระลอก 2 ในพม่า (คำสั่งนี้ให้ปิดช่วง 3-17 กันยายน 2563)

ในเฟสบุ๊คของ Poy Chanakate ระบุว่า 5. สถานการณ์​ในพม่ายังไม่ดีขึ้น จึงมีคำสั่งให้ขยายการปิดทุกด่านถึง 30 กันยายน 2563 6. การระบาดในพม่ายังน่ากลัว มีคำสั่งขยายการปิดด่านออกไปอีกจนถึง 31 ตุลาคม 2563 7. จังหวัดมีคำสั่งขยายเวลาปิดด่านตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 63 ไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง อันนี้คือคำสั่งฉบับสุดท้ายที่ออกมา เรื่องการปิดด่านในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน​

“สรุปได้ว่าจนถึงปัจจุบัน (วันนี้ 21 มีนาคม 64) ทุกช่องทางค้าชายแดนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน​ยังปิดสนิท ไม่มีการเข้าออกของคน-สัตว์-สินค้า-พาหนะ หรือใดๆ ทั้งสิ้น แม่ฮ่องสอน​ seal ตะเข็บชายแดนไว้แน่นหนามาก (เราถึงเป็นพื้นที่สีขาวปลอดภัยจากโควิดด้วย)​ แต่ในช่วงบ่ายวันที่ 20 มีนาคม 2564 ก็มีข่าว-มีภาพ-มีคลิป-มีข้อมูล​ว่ามีข้าวสารจำนวน 700 กระสอบวางกองอยู่บนฝั่งสาละวินตรงจุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบ เหมือนจะเตรียมส่งข้ามไปพม่า” ผู้ที่ใช้ชื่อ Poy Chanakate ระบุไว้ในเฟสบุ๊ค

————————-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.