วันที่ 27 มีนาคม 2564 แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนไทย-พม่า เปิดเผยว่าสถานการณ์การสู้รบระหว่าง สหภาพชนชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) หรือเคเอ็นยู และทหารของกองทัพพม่า ที่บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน ในรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อ.สบเมย และอ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ ภายหลังจากที่เคเอ็นยูได้ประกาศให้ทหารพม่าถอนกำลังออกจากพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นเขตการดูแลของเคเอ็นยูมายาวนาน แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาทหารพม่าได้รุกคืบเข้ามา นับตั้งแต่มีการเจรจาหยุดยิงในพม่า โดยทหารพม่าเข้ามาตั้งฐานประจำการแล้วถึง 76 ฐาน และมีจำนวน 14 ฐานที่อยู่ริมแม่น้ำสาละวิน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ล่าสุดในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทหารเคเอ็นยูได้บุกยึดฐานกองพัน 73 ของกองทัพพม่า (ตรงข้าม ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน) ไว้ได้โดยสามารถจับกุมทหารพม่า ยึดอาวุธ และอุปกรณ์สื่อสารได้จำนวนมาก

ข่าวแจ้งว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการปะทะระหว่างทหารเคเอ็นยู กองพล 5 และทหารพม่า โดยเฉพาะบริเวณบ้านสกอท่า และบ้านแพท่า ฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ทำให้เกิดการอพยพของชาวบ้านจากรัฐกะเหรี่ยงเข้ามายังฝั่งไทยชั่วคราว จำนวน 54 ครอบครัว โดยมากับเรือขนาดกลาง 13 ลำ และเรือใหญ่ 3 ลำ เนื่องจากเกรงอันตรายจากการสู้รบ โดยขณะนี้อยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่ง บริเวณชายแดน

แหล่งข่าวแจ้งว่า ได้มีการยิงปืนค. มาจากฐานทหารพม่า ทำให้หลายหมู่บ้านในฝั่งไทยเกิดความตื่นตกใจ เนื่องจากในอดีต เมื่อเกิดการปะทะระหว่างทหารพม่าและทหารเคเอ็นยู มักมีปืน ค. จากทหารพม่ายิงเข้ามาตกที่ฝั่งไทย ส่งผลให้ทหารไทยต้องรีบเข้ามารักษาความปลอดภัยและเจรจากับทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ให้ยุติการสู้รบไว้ก่อนเนื่องจากประชาชนฝั่งไทยได้รับความเดือดร้อน ซึ่งวิธีการดังกล่าวของทหารพม่าเป็นที่รับรู้กันในชุมชนต่างๆ ดังนั้นจึงได้มีการเตรียมแผนหลบหนีออกจากพื้นที่ ที่คาดว่าจะอยู่ในวิถี ปืน ค.ของทหารพม่า โดยชุมชนฝั่งไทย ที่มีทหารทหารพม่าตั้งอยู่ตรงข้าม มีอาทิ บ้านสบเมย และบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย บ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่าขณะเดียวกัน สถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศพม่าเนื่องจากประชาชนออกมาต่อต้านรัฐประหารและเรียกร้องประชาธิปไตย จนมีประชาชนเสียชีวิตแล้วจำนวนอย่างน้อย 320 ราย ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเนื่องจากเริ่มมีผู้ลี้ภัยการเมือง และผู้อพยพที่เป็นชาวบ้าน หลบหนีเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติตลอดแนวชายแดน เนื่องจากประเทศไทยยังปิดพรมแดนตามาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องลักลอบเข้ามาพร้อมกับขบวนการค้ามนุษย์ที่ลักลอบแรงงานข้ามชาติเข้าประเทศไทย ทั้งนี้องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งกำลังประสานไปยังรัฐบาลไทยเพื่อเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะได้แยกแยะผู้หลบหนีเข้าเมืองนี้ออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้

ขณะเดียวกันได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง กรณีที่ทางการไทยติดป้ายประกาศห้ามชาวพม่า จำนวน 6 ราย ที่มีจุดยืนต่อต้านคณะเผด็จการทหารเข้ามายังประเทศไทย ไว้ที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีข้อความบนป้ายว่า “แกนนำกลุ่มต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมา: บุคคลเฝ้าระวังที่อาจลักลอบข้ามชายแดนและใช้พื้นที่ฝั่งไทยในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลเมียนมา”

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน มีข่าวว่ารัฐบาลไทยยินยอมให้ใช้ดินแดนให้ทหารพม่าขนข้าว 700 กระสอบและเสบียงจากเมืองเมียวดีผ่านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาม สู่จุดผ่อนปรนชายแดนที่บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งต่อไปยังฐานทหารพม่าริมแม่น้ำสาละวิน เนื่องจากเส้นทางลำเลียงเดิมถูกทหารเคเอ็นยูปิดสกัดไว้ทั้งหมด ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไทยเลือกข้างทหารพม่า ดังนั้นเมื่อมีการนำรายชื่อแกนนำที่ต่อต้านรัฐประหารในพม่ามาติดไว้ที่ อำเภอแม่สายอีก จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ารัฐบาลไทยเลือกข้างทหารพม่า

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.